
'Hemlock and After'โฮโมฯทางงานประพันธ์
21 เม.ย. 2558
'Hemlock and After'โฮโมฯ ทางงานประพันธ์ : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
มาร์กาเร็ต เดรบเบิล เป็นศิลปินที่ถูกถามว่าเขาอยากให้มีการนำเอาหนังสือเล่มใดกลับมาพิมพ์ใหม่มากที่สุด เขาเลือกวรรณกรรมเรื่อง Hemlock and After และ Anglo-Saxson Attitudes และ No Laughing Matter โดย แองกัส วิลสัน (Angus Wilson)
เขาให้เหตุผลว่า แองกัส วิลสัน เป็นหนึ่งในนักเขียนนวนิยายที่เขียนหนังสือสนุกที่สุดในศตวรรษที่ 20 บทประพันธ์ของเขามักทำให้ผู้คนต้องตื่นตะลึงอยู่เสมอ และเรื่องราวที่เขาเขียนมีส่วนผสมระหว่างงานที่มีกลิ่นอายตามแบบฉบับนวนิยายขอล ชาร์ลส์ ดิกเคนส์ ที่เต็มไปด้วยตัวละครและเหตุการณ์ต่างๆ กับงานเขียนสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและจุดตื่นเต้นน่าหวาดเสียวที่ทำให้ผู้อ่านวางหนังสือไม่ลง
Hemlock and After (1952) เป็นวรรณกรรมที่เกี่ยวกับเกย์เรื่องแรกที่ออกมาในช่วงก่อนสงครามโลก ซึ่งในขณะนั้นเรื่องเพศที่สามหรือโฮโมเซ็กส์ชวลยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอยู่
ส่วนเรื่อง Anglo-Saxon Attitudes (1956) ได้เจาะลึกถึงรายละเอียดของสังคมและผู้คนในบริเวณสหราชอาณาจักรอย่างกว้างขว้างด้วยการวางโครงเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้เรายังได้รับความบันเทิงจากวรรณกรรมแนวสืบสวนสอบสวนที่แสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดและสติปัญญาที่มั่นคงของมนุษย์อีกด้วย ทุกครั้งที่ฉันหยิบมันขึ้นมาอ่านอีกรอบ ฉันก็จะพบเรื่องราวที่มันแปลกออกไปทุกครั้ง โดยเฉพาะข้อสันนิษฐานที่แม่นยำเกี่ยวกับโลกที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้
วิลสันยังได้สอนผู้อ่านของเขาเกี่ยวกับการเมืองเรื่องเพศมากกว่าบุคคลร่วมสมัยคนอื่นๆ และเขายังเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงได้อย่างไม่มีที่ติ เขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากวรรณกรรมอังกฤษชั้นยอดของ เจน ออสเทน (Jane Austen), จอร์จ เอเลียต (George Eliot) และเฮนรี เจมส์ (Henry James) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานของฮีโร่หญิงของเขา-เจน ออสเทน ที่สอนให้พวกเราใช้ชีวิตในสังคมที่โหดร้ายหลอกลวงด้วยความกล้าหาญและความสุขุมรอบคอบยิ่งขึ้น
เขาเขียนเรื่องราวดังกล่าวในช่วงเวลาที่ความคิดเรื่องเพศยังเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้งเกินกว่าที่จะนำมาพูดถึง วรรณกรรมเรื่อง No Laughing Matter (1967) มีหลายคนลงความเห็นว่าเป็นวรรณกรรมเรื่องเยี่ยมระดับมาสเตอร์พีซ แสดงให้เห็นถึงสภาพสังคมในศตวรรษที่ 20 เขาได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวมาเล่าในรูปแบบใหม่ เปรียบเสมือนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้พวกเราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสังคมในช่วงทศวรรษปี 1960 มากขึ้น
แต่ว่าวรรณกรรมเรื่องนี้ก็เหมือนผลงานเล่มอื่นของเขาตรงที่เป็นผลงานที่รวยอารมณ์ขัน เขามีความสามารถทัดเทียมกับ เอฟลีน วาฟ (Evelyn Waugh) และมีความสามารถมากกว่านักเขียนรุ่นเดียวกับ คิงสลีย์ อามิส (Kingsley Amis) เสียอีก
สำหรับ ไมเคิล เฟรน เพื่อนของเขาเลือกเรื่อง Boys and Girls Come Out to Play ทุกๆ คนที่ยังคงจำ ไนเจล เดนนิส ได้คงคิดว่านวนิยายเรื่องแรกของเขาได้แก่เรื่อง Cards of Identity (1955) แต่ความจริงแล้วในช่วงปีดังกล่าวเขาได้เขียนเรื่อง Boys and Girls Come Out to Play (1949) แล้ว ซึ่งเป็นผลงานที่ถูกลืมเหมือนกับทวีปแอตแลนติส ผมได้รับคำแนะนำให้ลองอ่านผลงานชิ้นดังกล่าวเป็นเวลา 40 ปีมาแล้ว โดยนักประวัติศาสตร์ ริชาร์ด โอลลาร์ด (Richard Ollard)
และต่อมาคือบรรณาธิการของผมที่สำนักพิมพ์ Collins น่าเสียดายที่ว่าผมทำหนังสือฉบับสำเนาที่เขามอบให้ผมหายไปเสียแล้ว แต่ว่าสิ่งที่ผมชอบมากและพอจะนำมาเล่าได้ได้แก่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มที่มีประสบการณ์อันขมขื่นในวัยเยาว์ ซึ่งค้นพบว่าตนเองนั้นไม่สามารถควบคุมการกระทำเวลาเกิดโรคลมบ้าหมูได้ ทำให้เขาต้องถูกจับขังในที่สุด
แต่ต่อมาเขาได้มีช่วงฤดูร้อนที่สวยงามและแสนวิเศษ เข้าได้ใช้เวลาไปกับการพักผ่อนในสถานที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักแต่ว่ามีทัศนียภาพที่งดงามมากแถบยุโรปทางตอนเหนือ บางทีอาจจะเป็นเมือง Riga หรือว่าเมือง Talinn หรือบางทีอาจจะเป็นเรื่องที่เขาโกหกทั้งเพก็ได้
ทั้งสองเล่มนี้มีขายแล้วในร้านหนังสือทั่วไป
.......................................
(หมายเหตุ 'Hemlock and After'โฮโมฯ ทางงานประพันธ์ : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



