บันเทิง

คุยกับดาวดวงใหม่‘สายไหม’นางเอกคู่2ใน‘หัวใจปฐพี’

คุยกับดาวดวงใหม่‘สายไหม’นางเอกคู่2ใน‘หัวใจปฐพี’

17 เม.ย. 2558

สัมภาษณ์พิเศษ : คุยกับดาวดวงใหม่ ‘สายไหม’ นางเอกคู่ 2 ใน ‘หัวใจปฐพี’

 
         เรียกได้ว่า เป็นนักแสดงหน้าใหม่ ที่กำลังถูกจับตามอง อยู่ในขณะนี้ สำหรับ "สายไหม" มณีรัตน์ ศรีจรูญ ที่แสดงเรื่องแรกคือ ข้าบดินทร์ ทว่าละครยังไม่ออกอากาศ ถัดมาเรื่อง "หัวใจปฐพี" ที่กำลังฉายอยู่ในเวลานี้ เธอก็ถูกวางตัวให้แสดงเป็นนางเอกคู่ 2 คู่กับนักแสดงพ่อลูกอ่อน "ไมค์" พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ซะแล้ว หน้าบันเทิง "คม ชัด ลึก" เลยไม่พลาดที่จะพูดคุยให้แฟนๆ ได้รู้จักเธอมากขึ้น
 
 
@ บทบาทที่ได้รับในละครเรื่อง "หัวใจปฐพี" และ "ข้าบดินทร์" แตกต่างกันอย่างไร
 
         เรื่องนี้ถือเป็นการแสดงละครเรื่องที่ 2 ของไหม ส่วนละครเรื่องแรกที่ได้แสดงคือละครเรื่อง "ข้าบดินทร์" ซึ่งถ่ายทำเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ออนแอร์ อยากบอกว่าละครทั้ง 2 เรื่องมีความแตกต่างกันมาก เพราะเรื่องหนึ่งเป็นละครพีเรียด อีกเรื่องเป็นละครสมัยปัจจุบัน สิ่งที่ต่างกันนอกจากเสื้อผ้า หน้า ผม และคำพูดคำจาแล้ว คาแรกเตอร์ที่ได้รับก็แตกต่าง เพราะบทแม่บัว ในข้าบดินทร์ จะเป็นคนที่แอบร้าย แต่ก็อยู่บนพื้นฐานของความรัก ส่วนบทเอวา ใน "หัวใจปฐพี" ก็จะเป็นสาวสมัยใหม่ บุคลิกหวานๆ เป็นคนสนุกสนาน เฮฮา มองโลกในแง่ดี
 
 
@ คิดไหมว่าเราเป็นดาวรุ่งที่ช่องเตรียมดัน
 
         ถ้าคิดว่าช่องดันก็ต้องขอบคุณมาก ทั้งโอกาสที่มอบให้และความเมตตาที่ให้มา แต่โดยส่วนตัว ไหมมองว่าทางช่องไม่ได้ดันขนาดนั้น เพราะต่อให้อยากดันแค่ไหน แต่ถ้าเราทำตัวไม่ดี ช่องก็คงดันเราไม่ขึ้น ยิ่งตอนนี้ เด็กใหม่เยอะมาก ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่การแข่งขันสูง แต่ไหมไม่เครียดนะ เพราะไหมไม่ชอบความรู้สึกที่จะต้องแข่งกับใคร เวลาทำงาน มันจะไม่สบายใจ ถ้าให้เลือกระหว่างกดดันตัวเอง กับแข่งกับคนอื่น ไหมจะเลือกกดดันตัวเองมากกว่า เวลารับงาน เราก็จะให้ทางช่องเลือกให้ เพราะเราเป็นดาราของช่อง ทางช่องก็ต้องหวังดีกับเรา อะไรที่รับได้ เขาก็ต้องอยากให้เรารับอยู่แล้ว
 
 
@ ทุกวันนี้สังคมของเราเปลี่ยนไปเยอะไหม
 
         สำหรับตัวไหมไม่มีอะไรเปลี่ยนนะ อาจเป็นเพราะเรายังใหม่เรายังทำทุกอย่างเหมือนที่เคยทำ กับเพื่อนๆ ก็ยังสนิทกันเหมือนเดิม ยิ่งตอนนี้ ไหมเรียนอยู่ปี 4 นิเทศจุฬาฯ อีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว การที่เราได้เข้ามาวงการบันเทิง ไหมมองเป็นโอกาสที่เข้ามา เพราะทั้งการเรียน และการทำงานของไหมในตอนนี้ มันส่งเสริมซึ่งกันและกัน ที่มหาวิทยาลัย เราไม่ได้อภิสิทธิ์เหนือใคร เวลาขาดอะไรก็ต้องตาม และต้องพิสูจน์ตัวเอง ให้อาจารย์เห็นว่าเราสนใจการเรียน ไม่ใช่เลือกงานแล้วลืมเรื่องรียนไป  เรียกว่าโชคดีที่ได้เพื่อนดี เพื่อนๆ ช่วยเรื่องเรียนเยอะมาก
 
 
@ สนิทสนมกับครอบครัวมากไหม
 
         ไหมจะสนิทกับคุณพ่อคุณแม่มาก จริงๆ ไหม มีพี่สาวอีกคนหนึ่ง แต่อายุเราจะค่อนข้างห่างกับพี่สาวเป็น 10 ปี ตอนนี้พี่สาวไหมแต่งงานไปแล้ว และแยกไปอยู่กับแฟนของเขา เราก็เลยกึ่งๆ เป็นลูกสาวคนเดียว คุณพ่อคุณแม่ก็จะทั้งหวงทั้งห่วงเลย โชคดีที่เรามีพี่เพชร (ผู้จัดการ) คอยดูแลก็ทำให้คุณแม่หายห่วงไปเยอะ เวลามีปัญหาอะไรไหมก็จะปรึกษาคุณพ่อมากกว่า ท่านจะวางทุกอย่างอยู่ในหลักเหตุผล แต่ส่วนใหญ่ท่านก็จะให้เราแก้ปัญหาเอง จะออกแนวชี้แนะมากกว่าบังคับ ว่าเราต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ปกติเวลามีเรื่องอะไร ก็จะเล่าให้พวกท่านฟังอยู่แล่ว 
 
 
@อยู่ตรงนี้ยากไหม
 
         ยาก มันยากตรงที่เรายืนอยู่บนความคาดหวังของใครหลายๆ คน แต่ก่อนเราก็จะสบายๆ แต่ตอนนี้กลายเป็นความกดดัน เพราะผู้ใหญ่ให้โอกาส หมายความว่าท่านต้องคาดหวังบางอย่างจากเรา ซึ่งเราก็ต้องทำให้ดีที่สุด แต่สุดท้าย เราก็มองว่าเป็นเรื่องโชคดี เพราะมันอาจเป็นโอกาสเดียวในชีวิตไหม ที่จะได้เข้ามาอยู่ตรงนี้ ยิ่งดาราสมัยนี้ ต้องเป็นแบบอย่างให้สังคม ซึ่งไหมมองว่า มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเป็นดารา เป็นคนธรรมดา ก็ต้องทำตัวให้ดีไม่ต่างกัน เพียงแต่ดารา นักแสดงนั้นอยู่ในที่แจ้งมากกว่าคนธรรมดาเท่านั้น 
 
 
@ มีหนุ่มๆ เข้ามาจีบบ้างไหม
 
         หนุ่มๆ ก็มีเข้ามาบ้าง เพราะตอนนี้ก็เรียนปี 4 แล้วเนอะ ก็จะเป็นเพื่อนๆ พี่ๆ ในมหาวิทยาลัย เป็นคนนอกวงการซะส่วนใหญ่เพราะเราก็เพิ่งเข้าวงการมาได้ไม่นาน ตอนนี้ไหมพูดได้เต็มปากเลยว่ายังไม่มีแฟน ใครมาจีบตอนนี้ไหมก็จะขอว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่า เพราะเรารู้สึกสบายใจกว่าสถานะอื่น แต่ถ้าจะมีแฟนจริงๆ ก็คงต้องผ่านการกรองเยอะหน่อย (ยิ้ม) เพราะตอนนี้ที่บ้านเหลือเราอยู่คนเดียว
 
 
@ มองอนาคตตัวเองอย่างไร
 
         บอกตรงๆ ว่าไหม ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่เราคงอยู่ในวงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ แต่อาจจะไม่ใช่เบื้องหน้าอย่างเดียว ต่อไปไหมอาจจะปรับจูนไปทำงานเบื้องหลังเพราะเราเรียนมาทางนี้ การที่เราได้มาอยู่ตรงนี้ ณ เวลานี้ ก็ถือเป็นการสร้างคอนเนกชั่นให้ตัวเอง เพราะวงการบันเทิงเด็กใหม่ก็เข้ามาทุกวัน เราก็ต้องมองไปข้างหน้า มองหาอะไรที่จะทำควบคู่กันไปได้ ทุกวันนี้ก็มองธุรกิจส่วนตัวเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้คิดเป็นรูปร่างเท่านั้นเอง