บันเทิง

เล่นหูเล่นตา : ดีว่า ... ตรงไหน? (จบ)

เล่นหูเล่นตา : ดีว่า ... ตรงไหน? (จบ)

06 เม.ย. 2558

เล่นหูเล่นตา : ดีว่า ... ตรงไหน? (จบ) : บายไลน์...เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
          diva (ดี'วะ) n. นักร้องหญิงตัวชูโรงของคณะ, นางละครเสียงเอก -pl. divas, dive
 
          เดิมทีนั้นใช้เรียกนักร้องหญิงโอเปร่าเสียง “โซปราโน่” (Soprano) เท่านั้น ภายหลังได้ถูกนำไปใช้กับวงการเพลงทั่วไป... ที่ประเทศอิตาลี นักร้องระดับ “ดีว่า” นั้นเป็นดั่งเทพเจ้า ได้รับเกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง และการยกย่องสรรเสริญเทียบเท่ากับบุคคลสำคัญของประเทศเลยทีเดียว เมื่อมันถูกใช้ในต่างประเทศทางฝั่งอเมริกาก็ฟังดูคู่ควรเพราะดีว่าเหล่านั้นก็ทั้งสวย รวย และเด่นดัง แต่พอตกมายังประเทศในเขตโซนร้อนอย่างบ้านเรา ไหงมันดูไม่เลอค่าแบบใครๆ เขาก็ไม่รู้ ได้แต่เรียกกันไปให้ดูยิ่งใหญ่เพียงแค่ชื่อ แต่ค่าตอบแทนหรือเกียรติที่ได้นั้นไม่ค่อยจะเป็นชิ้นเป็นอัน ต่างก็ยังต้องทำงานหนักแลกเงินไปจนตาย หรือเท่าที่ยังมีคนจ้างอยู่ ไม่ได้ร่ำรวยไปทั้งชาติจากการได้ส่วนแบ่งอัลบั้มที่ขายได้เป็นหลายสิบล้านก๊อบปี้ หรือมีรายได้มหาศาลจากการทัวร์คอนเสิร์ตทั้งปี... โถ ... คุณค่ะ ค่าตั๋วดูคอนเสิร์ตบ้านเรานั้นช่างถูกแสนถูก จะขึ้นคอนเสิร์ตคนเดียว ไม่เชิญแขกมาร่วมแจม ร่วมฟีเจอร์ริ่ง คนดูก็จะบอกว่า “ไม่คุ้ม” (เอิ่ม... ดูคอนเสิร์ตนะคะคุณ ไม่ได้กินบุฟเฟ่ต์จะได้เอาให้คุ้ม ความสุขก็แปลว่าความสุข ... ความสุขไม่ได้แปลว่า “คุ้ม” สักหน่อย!) ลองเอาจำนวนนักร้องทั้งหมดในคอนเสิร์ตมาหารค่าตั๋วออกมาเป็นค่าตัว ตกหัวละไม่ถึงร้อย นี่ยังไม่หักค่าเช่าสถานที่ ค่าแสง สี เสียง ค่าโปรดักชั่น และกำไรของผู้จัดที่ลงทุนลงไป ... แล้วขึ้นคอนเสิร์ตเพื่อ? เพื่อต่อยอดค่าคุณ ... ให้มันเป็นที่ฮือฮาน่าสนใจในช่วงเวลาหนึ่ง ต่อจากนั้นก็วิ่งรอกไปร้องตามงานอีเว้นท์ รายได้มันอยู่ตรงนี้แหละค่า ... ดูๆ ไปมันก็คล้ายกับอาชีพพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ แต่อย่าเอาหน้ากับหุ่นไปเปรียบกับน้องๆ เขา ยิ่งวัยด้วยแล้ว เอิ่ม ... สงสารน้องพริตตี้มะ?
 
          อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับการอุปโลกน์ หรือยกย่องว่าเป็น “ดีว่า” ล้วนแล้วแต่ต้องมีสายพันธุ์อึดและทน ยิ่งกว่าควายไบซัน (Bison) ที่ใกล้สูญพันธุ์ ผ่านการทำงานหนักชนิดเหงื่อตกกีบ หัวหกก้นขวิดหน้าคว่ำคะมำหงายอยู่จนชินชาและต้องเคยมีประวัติตกฟากลากดินจนแอนตาซิลอยากจะแจกทองให้ ฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามและเขี้ยวเล็บของผู้คนจนมีที่ยืนให้ใครต่อใครเอิ้นว่า ... “ดีว่า” (ถ้าเหนื่อยเกินไป “เอิ้นด๋าวก่อได้” นะคะคุณ) ... ชีวิตที่ผ่านมากว่าจะเป็น “ดีว่า” นั้นยากลำบาก แม้จะได้ยืนอย่างสง่างามเป็นที่กล่าวขานเป็น “ยานแม่” แต่เบื้องหลังการทำงานก็มิได้สวยงามอย่างภาพที่เห็น ไม่มีอำนาจในการเรียกร้องหรือต่อรองอะไรได้ ตราบเท่าที่ยังคงเป็น “ลูกจ้าง” รับจ้างร้องเพลงแลกเงิน มันซับซ้อนและวุ่นวายกว่าที่ใครๆ จะเข้าใจ พูดไปสองไพเบี้ย พูดไปใครเสียคะ? ... กรูนี่แหละค่าคุณตำรวจ! ...  คำว่า “ดีว่า” จึงไม่ควรค่าในความเป็นจริงอันแสนจะเจ็บปวดนะยูว์ เจ็บปวดแค่ไหนมาฟังกันต่อ
 
          “อ้าว ... ประตูหลังเขาปิดซ่อมคะคุณพี่ สงสัยต้องจอดรถแถวๆ นี้ แล้วค่อยหาทางไป”
 
          คุณสีเกด ผู้จัดการ ผู้เป็นทั้งนางสนองฯ และสารถี พาฉันไปเกือบถึงจุดหมายแต่ประตูมันปิด จะเอารถอ้อมไปด้านหน้าก็เกรงว่าจะไม่ทัน มอเตอร์ไซค์เท่านั้นที่เป็นที่พึ่งพายามยาก จอดรถแล้วซ้อนมอเตอร์ไซค์ได้บรรยากาศสก๊อย (อยากเป็นมานานแล้ว แต่เด็กแว้นท์มันไม่ยอมให้ซ้อน มันไล่ไปขึ้นรถร่วม ... ไม่ใช่ร่วมบริการ แต่เป็น ... ร่วมกตัญญู!) คุณพี่คนขับพาฉันเข้าซอยมุดอุโมงค์แล้วไปโผล่ด้านหน้าที่หมายในเวลาแค่อึดใจ
 
          ห้องประชุมถูกใช้เป็นห้องแต่งตัว มีช่างหน้าช่างผมฝีมือดีมารวมตัวกันยิ่งกว่าเทศกาลเชงเม้ง นักร้องหนึ่งคนต่อช่าง 2 คน (หน้า-ผม)  นี่คือสิ่งเดียวที่ฉันรู้สึกดีกับการถูกอุปโลกน์ว่าเป็น “ดีว่า” เพราะถ้าไม่ใช่ระดับนี้จะต้องใช้ช่างหน้า-ผมรวม วันร้ายคืนร้ายได้ช่างแต่งหน้าศพมา อันนี้ล่ะค่ะที่ไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ ถ้าดูจากใบหน้า เละเชียว! แต่งเสร็จแล้วจะอิจะแอะอะไรก็ไม่ได้ ต้องแอบไปเติมหน้า คัดเบ้า (ตา) ในห้องน้ำ และถ้าช่างเขาจับได้จะถือว่าลบหลู่ อาจเป็นที่หมายหัวของช่างทั่วไปได้ ลำบากมั้ยละคะคุณ กะอีแค่เติมหน้าตัวเองให้ถูกใจ หน้าก็หน้ากรู เครื่องสำอางก็เครื่องสำอางกรูเอามาเอง แต่ ... ไม่มีสิทธิ์! ทำยังกับถูกหมอผีลงยันต์สะกดหน้าเอาไว้งั้นแหละ ... ทางแก้ก็คือ ... ลบออกแล้วแต่งใหม่เลยสิคะ จะได้ไม่ทับที่ทับทางใคร! ... ก็สมัยที่ฉันยังไม่แก่เท่าทุกวันนี้ มีปากแต่ยังไม่มีเสียง ฉันก็ต้องผ่านประสบการณ์ไม่มีทางเลือก ต้องยอมให้ช่างหน้านิรนามเอาดินสอเขียนคิ้วไก่กาทู่ๆ มาลู่คิ้วฉันดังแขรกๆๆ เงยหน้ามาตอนแต่งเสร็จ ... นึกว่าน้าค่อมเข้าสิงค่าคุณ อีช่างแต่งหน้าคนนั้นนางเก่ง นางแต่งฉันเป็นน้าค่อมได้ ถ้าออกมาเป็นคุณโซเฟียลาจะไม่โกรธขนาดนี้ ... ฮึ่ย!! รมณ์เสีย!! ... จะว่าไปช่างหน้า-ช่างผมที่ต้องใช้คนประจำเพราะจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะออกมาดูดี ไม่ใช่แต่งแบบรู้หน้าไม่รู้ใจ (แต่งกันมานานๆ มันจะรู้ทั้งหน้า รู้ทั้งใจ) ที่สำคัญเวลาเม้าท์เรื่องชาวบ้านจะรั่วไม่รั่วก็ 2 คนนี้แหละค่า บางคนตีกันจนเป็นข่าวก็เพราะเม้าท์ต่อๆ กันโดยไม่ตั้งใจ (ให้เป็นเรื่อง) ... ก็ต้องหาคนที่ฝีมือดีและไว้ใจได้   เรื่องจะได้จบ  ช่างหน้าหรือมือปืนคะเนี่ย? ขณะที่กำลังแต่งหน้า-ทำผม เพื่อแถลงข่าวคอนเสิร์ต 10 ปี เอไทม์โชว์บิซ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 29, 30, 31 พฤษภาคม นี้ที่สยามพารากอน ศิลปินมากมายยิ่งกว่างานเทกระจาดประจำปี ทั้ง คริสติน่า เจ เจตริน ทาทา ยัง พี่แอม เสาวลักษณ์ มอส ปฏิภาณ บอย พีซเมคเกอร์ อ๊อฟ ป๊อป ว่าน (3 แยกปากหวาน) และฉันที่จะมากับคุณก้อง สหรัถ (กรี๊ด!) ... จู่ๆ ฝนก็เทลงมายิ่งกว่าฟ้ารั่ว ตกนานยังกับจะตกเป็นวันสุดท้ายของชีวิต ฉันชะโงกมองผ่านกระจกลงไปที่ถนนข้างล่างเห็นน้ำเอ่อขึ้นมา (สายตายาวมองเห็นข้างล่างได้) ... น้ำท่วมค่ะคุณ! แล้วฉันจะกลับไปเอารถยังไงคะ? มอเตอร์ไซค์ที่ไหนจะวิ่งให้ ต้องว่ายน้ำไปเองมั้ย? เอาเถอะกว่าจะเสร็จงานแถลงข่าวน้ำก็คงลดลงจนแห้งแล้วมั้ง มองโลกในแง่ดี คนสวย ... โลกสวย ... (อย่าเพิ่งถุย!)
 
          พอแถลงข่าวเสร็จปุ๊บฉันก็วิ่งกลับไปเปลี่ยนชุดปั๊บ รีบวิ่งแจ้นออกไปที่หน้าตึก ... น้ำท่วมหน้าแข้ง! ฉันยืนอยู่บนฟุตบาทมองซ้ายมองขวาหาทางไป มอเตอร์ไซค์เวลานี้หายากยิ่งกว่าหาผัวแบบก้อง สหรัถ ฉันกับสีเกดจึงตัดสินใจเดินเลาะตามขอบฟุตบาทไปเรื่อยๆ ย้อนเข้าซอยข้างๆ ที่จะลัดไปเอารถที่จอดไว้ เดินไปถึงอีกซอยฟุตบาทดันสุดอยู่แค่นั้น ถ้าจะไปต่อต้องเดินลุยน้ำ เวลาที่รถยนต์แล่นผ่านน้ำจะกระเพื่อมและกระฉอกเข้ามาหาเรา จากที่ท่วมเข่าอาจะท่วมส่วนที่อยู่เหนือเข่าขึ้นไปทำให้เป็นเชื้อราคันในร่มผ้าต้องเรียกหาโทนาฟ ชีวิตจะอับชื้นไปอีกหลายวัน อาจจะต้องเปลี่ยนอาชีพจากขายเสียงเป็นเพาะเห็ดขายแทน เพราะชื้นขนาดนั้นกว่าจะกลับถึงบ้าน เห็ดราคงขึ้นมาหลายดอกเลยล่ะค่ะคุณ ... เวลานั้นฉันเกลียดคำว่า “ดีว่า” ที่สุดในชีวิต เพราะมันไม่ช่วยอะไรเลย ไม่มีบอดี้การ์ดมาอุ้มขึ้นรถ ไม่มีเฮลิคอปเตอร์มารับ ไม่มีเครื่องบินเจ็ตจอดรออยู่บนดาดฟ้า ไม่มีรถตำรวจมานำ ไม่มีคนมาเคลียร์ทาง ไม่มีหมาสักตัวเดินอยู่ในซอย นอกจากฉันกับสีเกด ... ในที่สุดคุณพี่มอเตอร์ไซค์ก็ขับผ่านมา 1 คัน หุ่นขนาดฉันกับสีเกดถ้าจะซ้อนกันไปคงต้องให้คุณพี่มอเตอร์ไซค์ขี่คอ ฉันเลยต้องให้เขาไปส่งฉันที่รถก่อนแล้วค่อยกลับมารับสีเกด ... ระหว่างที่ซ้อนไปสวนกับรถเก๋ง ฉันงี้เกร็งจนตีนหงิก กลัวน้ำจะ “เข้า” ไม่ใช่เข้าช่วงล่างมอเตอร์ไซค์ แต่เกรงว่าจะเป็นช่วงล่างของฉัน! ฉันยกขาลอยขึ้นจากที่วางเท้า เวลานี้ชีวิตต้องเกร็งไม่ใช่ต้องสู้! กว่าจะถึงรถที่จอดทิ้งไว้ข้างฟุตบาท มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต ... ถ้าใครจะบอกว่าน้ำท่วมใครก็ต้องเจอ ถ้าไม่อยากเจอให้ไปอยู่บนดอย ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก เพราะเกิดเป็นคนกรุงเทพฯ แล้วมันก็ต้องทน แต่เกิดเป็นคนที่ถูกยัดเยียดคำว่า “ดีว่า” ให้ ชีวิตมันต้องสบายกว่านี้มั้ยคะคุณ แต่ทุกวันนี้ยังต้องเจอและทนกับอะไรที่หนีไม่พ้นแบบนี้ ใครจะภูมิใจกับคำนี้ก็เอาเถอะ แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่มะ!