บันเทิง

‘ปรัชญา’เข้าใจกระแสวิจารณ์หนักลั่นเดินหน้าเพื่อความถูกต้อง

‘ปรัชญา’เข้าใจกระแสวิจารณ์หนักลั่นเดินหน้าเพื่อความถูกต้อง

03 เม.ย. 2558

"ปรัชญา"เข้าใจกระแสคนวิจารณ์เรื่องระงับและสุดท้ายปล่อยให้ฉาย"ฟาสต์7"เชื่อประชาชนไม่รู้เรื่องคดีลั่นคดีฟ้องร้อง"จา"ยืดเยื้ออีกนานเพราะเจ้าตัวไม่ยอมมาไกล่เกลี่ย

 
          หลังจากเป็นข้อพิพาทกันระหว่าง บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ "จา พนม ยีรัมย์" หรือ "โทนี่ จา" ยอดนักบู๊ชื่อดังของไทย ที่มีปัญหาเรื่องสัญญากับต้นสังกัด ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี จนศาลสั่งคุ้มครองบริษัทสหมงคลฟิล์ม ให้มีการระงับการฉายภาพยนตร์เรื่อง "ฟาสต์แอนด์ฟิวเรียส 7" เนื่องจาก จา พนม เป็นหนึ่งในนักแสดงภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว และถ่ายทำขณะที่สัญญายังมีปัญหา จนสร้างความไม่พอใจให้แฟนภาพยนตร์เรื่องนี้ ล่าสุดศาลอนุญาตให้ฉายได้ตามกำหนดเดิม ล่าสุดมีโอกาสเจอตัว "ปรัชญา ปิ่นแก้ว" ผู้กำกับชื่อดังของสหมงคลฟิล์ม สอบถามถึงเรื่องราวดังกล่าวได้ความดังนี้
 
          "เรื่องระงับฉาย แล้วปล่อยให้ฉาย มันเป็นเรื่องของทนาย ผมไม่รู้ในเรื่องของทางกฎหมายตรงนี้นะ ผมไม่มีข้อมูล ถ้าถามตามความรู้สึก ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของทนาย ประชาชนเขาไม่รู้เรื่องในข้อพิพาทกันหรอก เขาไม่ได้ดู เขาก็ต้องโมโห มันเป็นเรื่องธรรมดา (กับกระแสต่อต้าน) ซึ่งถ้าไปฟ้องให้ระงับฉายเรื่องอื่น ไม่รู้ว่าจะมีกระแสเท่านี้หรือเปล่า อย่างเรื่อง Skin Trade ที่เขาแสดง แต่จริงๆ ทนายก็บอกว่ามันเกี่ยวกันหมดนะ เพียงแต่ว่ายังไม่ได้ฟ้องเรื่องนั้น (มุมมองที่มีต่อคอมเม้นต์ต่างๆ) ผมแปลกใจ แต่จะแบ่งเป็นกลุ่มๆ นะ กลุ่มแรกที่ไม่สนใจ สนใจแค่ว่าฉันอยากจะดูหนัง แต่ไม่ได้ดู โกรธเป็นธรรมดา กลุ่มที่สองก็คือกลุ่มที่สนใจข้อพิพาท ว่าใครถูกหรือใครผิด กลุ่มนี้ก็วิเคราะห์หาเหตุหาผล ไม่ใช่เอาอารมณ์อย่างเดียว กลุ่มที่สาม สนใจในเรื่องกฎหมายอัตโนมัติมันยุติธรรมจริงไหม ผมอยากให้ผู้รู้ในเรื่องนี้ น่าจะพูดให้ประชาชนเข้าใจ เท่าที่ผมเห็นในการทำงานมาตั้งแต่ตอนที่อยู่แกรมมี่และอาร์เอส ผมก็เห็นกฎหมายนี้มาตลอด แต่มันเกี่ยวกับศิลปิน" ปรัญชาแจกแจง 
 
         นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังถามถึงประเด็นที่ว่า บทสรุปของการฟ้องร้องกับ "จา พนม" จะจบลงเมื่อไหร่ ทางด้านของ "ปรัญชา" เผยว่า "ฟ้องร้องคงอีกนาน เพราะช่วงแรกศาลให้ไกล่เกลี่ยกัน และผมถูกรับมอบหมายให้ไปอยู่ตรงนี้ แต่ว่าฝ่ายนั้นยังไม่มาเลย จะกี่ครั้งก็ไม่มา เจรจาไม่มา ไม่มาอะไร ดังนั้นทนายจึงเล่นไม้นี้ มันหลายปี ตั้งแต่ปี 56 ไม่ใช่ว่าเรามาเคลื่อนไหวในตอนนี้ (สรุปจะจัดการเรื่อง Skin Trade ด้วยไหม) ถ้ามันพิสูจน์ได้ว่า จามีสัญญาอยู่กับเรา แต่ถ้าไม่มีแล้วก็ไม่ละเมิด (แต่เหมือนบอกว่าสัญญาเป็นอัตโนมัติ) นี้ไงถึงเป็นปัญหากันอยู่ เขาบอกว่าเขาหมดแล้ว ด้วยเหตุผลของเขา" ปรัชญากล่าวสรุป