บันเทิง

'มุขสุดา คล้ายฉ่ำ'ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

'มุขสุดา คล้ายฉ่ำ'ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

26 มี.ค. 2558

'มุขสุดา คล้ายฉ่ำ'ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน

 
          เราจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" นั้นคือสำนวนไทยที่มีความหมายว่าลูกย่อมไม่แตกต่างไปจากพ่อแม่ไม่ว่าจะเป็นอุปนิสัยหรือรูปร่างหน้าตารวมถึงความสามารถต่างๆ ที่พ่อแม่มีมาอย่างไรลูกๆ ก็มักจะเป็นเช่นนั้น แต่ในเรื่องของความสามารถนั้นจะว่ากันจริงๆ แล้วมันก็ใช่ว่าทุกๆ คนนั้นจะมีความสามารถทัดเทียมกันไปเสียหมดไม่ว่าจะเป็นพ่อลูกหรือแม้กระทั่งศิษย์กับครู ซึ่งของแบบนี้มันก็มักจะมีคำว่า"พรสวรรค์"เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วยแหละครับ บางคนอาจจะเก่งกว่าพ่อแม่ บางคนก็อาจจะเก่งไม่ได้ครึ่งของพ่อแม่หรือบางคนอาจจะไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรสักอย่างก็เลยตรงกับสำนวน "ลูกไม่เอาถ่าน" หรือไม่ก็ "ลูกนอกคอก" อะไรแบบนี้ แต่ในกรณีหลังส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของอุปนิสัยความประพฤติเสียมากกว่า. แต่อย่างไรก็ตามยังมีเด็กที่มีความประพฤติดีเหมือนพ่อแม่ มีหน้าตาคล้ายกับพ่อแม่และยังมีความสามารถไม่ต่างไปกับพ่อแม่อยู่อีกมากมายหลายคนในทุกๆ วงการ ซึ่งก็แน่นอนในฉบับนี้ผมจะเขียนถึงวงการดนตรีไทยของผมที่เกิดคำว่า "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" แบบชนิดที่เรียกว่าสำเนาถูกต้อง ทุกอย่างกระบวนความเลยครับ
 
          ยุคนี้ในวงการปี่พาทย์ถ้าเอ่ยถึงมือระนาดเอกต้องรู้จัก "มนตรี คล้ายฉ่ำ" แต่ถ้าใครไม่รู้จักชื่อนี้ก็ต้องไปรู้จักอีกชื่อหนึ่งซึ่งเป็นฉายาของเขาคือ "มนตรี ตำรวจเหล็ก" ก็คือท่านเป็นมือระนาดเอกของกองดุริยางค์ตำรวจซึ่งมีลีลาในการตีระนาดเอกที่รวดเร็วและแข็งแกร่ง แถมลักษณะการบรรเลงนั้นมีความมาตรฐานเท่ากันในทุกๆงาน เปรียบเหมือนกับเหล็กกล้าที่มีความแข็งแกร่งอยู่ตลอดเวลาในทุกๆ สถานที่ และตอนนี้นายดาบตำรวจมนตรี คล้ายฉ่ำ มือระนาดวัย 40 กลางๆ ก็มีทายาทคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงวัย 17 ปี มีนามว่านางสาวมุขสุดา คล้ายฉ่ำ หรือชื่อเล่นว่าน้องเงาะ ซึ่งในปีนี้เองน้องเงาะได้เป็นแชมป์เหรียญทองชนะเลิศการประกวดเดี่ยวฆ้องวงใหญ่ในงานศิลปหัถกรรมนักเรียนของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ซึ่งรายการนี้ถือว่าเป็นการประกวดดนตรีไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับนักเรียนซึ่งผมเองก็ได้เขียนถึงไปเมื่อฉบับที่แล้ว
 
          น.ส.มุขสุดา คล้ายฉ่ำ แชมป์เดี่ยวฆ้องวงใหญ่ ระดับมัธยมปลายของ สพฐ. คนล่าสุดในปัจจุบันนี้เรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 6 โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี หัดเล่นเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์จากคุณพ่อมนตรีและคุณอาสุมาลี คล้ายฉ่ำ และครูวิบูลย์ธรรม เพียรพงษ์ ซึ่งคนในวงการปี่พาทย์จะรู้กันดีว่า คุณพ่อกับคุณอาน้องเงาะนั้นเป็นบุตรของกำนันแสวง คล้ายฉ่ำ วงปี่พาทย์มอญชื่อดังจากสุพรรณบุรี ที่กล่าวกันว่ามีงานแสดงเยอะมากที่สุด โดยทั้งคุณพ่อและคุณอาของน้องเงาะนั้นได้เติบโตมาในวงปี่พาทย์พอถึงตัวน้องเงาะเองก็เลยต้องเติบโตมาในวงปี่พาทย์เหมือนเช่นเดียวกันกับคุณพ่อและคุณอา และก็เป็นเรื่องธรรมดาเด็กๆ ที่เกิดและเติบโตมาในวงปี่พาทย์รายไหนรายนั้นจะต้องมีความสามารถมากกว่าคนอื่นๆ ที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งจะว่ากันจริงๆ แล้วมันก็คือ เรื่องของการซึมซับนั่นเองแหละครับ
 
          จริงๆ แล้วน้องเงาะได้เริ่มเข้าประกวดในรายการของสพฐ.มาตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมปีที่ 3 โดยครั้งแรกไม่ได้เข้าร่วมประกวดเครื่องดนตรีแต่ได้เข้าประกวดการขับร้องเพลงไทยเดิมแถมได้รางวัลชนะเลิศในระดับชาติอีกต่างหาก แต่พอขึ้นมาอยู่ในระดับชั้นมัธยมปลายในปีแรกซึ่งอยู่ในชั้นมัธยมปีที่ 4 จึงได้เปลี่ยนมาเข้าประกวดเดี่ยวฆ้องวงใหญ่แทนการขับร้องเพลงไทยเดิมแต่ผลปรากฏว่าได้ชนะเลิศเป็นตัวแทนจังหวัดและชนะเลิศเป็นตัวแทนภาคกลางแต่ก็ไปจอดป้ายในรอบสุดท้ายของระดับชาติ ชนิดที่เรียกว่ากลับบ้านมือเปล่า
 
          หลังจากพลาดท่าในการประกวดระดับชาติในครั้งที่ 62 ของรายการนี้ นายดาบมนตรีได้บอกกับผมว่าลูกสาวของเขาไม่ได้ท้อแท้แต่อย่างใดแต่กลับมีมานะขยันฝึกซ้อมมากขึ้นกว่าเดิมอีก และพอขึ้นชั้นมัธยมปีที่ 5 ก็ลงแข่งขันฆ้องวงใหญ่ในรายการนี้อีก และคราวนี้ถึงยังจะไม่ชนะเลิศแต่อันดับนั้นก็ดีขึ้นมากว่าเดิมก็คือน้องเงาะได้อันดับ 2 ในการแข่งรอบสุดท้ายระดับชาติ
 
          และในปีล่าสุดเมื่อด้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้ น้องเงาะก็ประสบความสำเร็จในการแข่งขันเดี่ยวฆ้องวงใหญ่ชนะเลิศในระดับชาติของรายการนี้ซึ่งก็คืองานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 64 ของสพฐ. จึงเห็นได้ว่าน้องเงาะนั้นมีพัฒนาการผลการแข่งขันขึ้นมาเรื่อยๆ ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลจากการมุมานะฝึกซ้อมที่หนักขึ้นมากกว่าเดิมนั่นเองแหละครับ ซึ่งตรงนี้ผมถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนดนตรีไทยทุกๆ คน
 
          น.ส.มุกสุดา คล้ายฉ่ำหรือน้องเงาะความจริงแล้วยังชนะเลิศการประกวดรายการย่อยๆ อีกหลายรายการและปีการศึกษาหน้าที่จะถึงนี้ก็กำลังจะเดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยศิลปากรจึงเท่ากับว่าสถานการศึกษาแห่งนี้ ได้เพชรเม็ดงามของวงการดนตรีไทยไปอยู่ด้วยแล้ว แบบนี้แหละครับที่เขาเรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
 
 
.......................................
(หมายเหตุ 'มุขสุดา คล้ายฉ่ำ'ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)