บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - แด่...แคน สังคีต

มองผ่านเลนส์คม - แด่...แคน สังคีต

14 ก.ค. 2552

โอกาสสุดท้ายที่ได้เห็นหน้า นักเขียนหนุ่มเสมอ "แคน สังคีต"

 นั่นก็เป็นที่ศาลา 1 วัดชลประทานรังสฤษฏ์ 

 ท่ามกลางลูกศิษย์ลูกหา เพื่อนผองน้องพี่แวดวงนักเขียนร่วมไว้อาลัย เห็นภรรยา ลูกสาว และลูกชาย ที่บินตรงจากอเมริกาอยู่พร้อมหน้า 

 พวกเขาเดินทางมาร่วมเดือน เพื่อดูแลคนที่เขารัก...ซึ่งอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคราวนี้ จะได้อยู่ร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย

 แคน สังคีต เป็นคนคนเดียวกับ พิมาน แจ่มจรัส  ซึ่งทั้งสองชื่อ เป็นนามปากกาของ พิมล แจ่มจรัส กวี นักแปล นักเขียน คนสำคัญของบ้านเรา และเป็น "อาจารย์" ที่มหาวิทยาลัยเกริก

 แคน สังคีต เป็นผู้ใหญ่ที่รอบรู้ และคุยสนุกทุกเรื่อง เป็นนักรักผู้น่ารัก เจ้าคารมคมคาย ขณะที่เป็น "ผู้ให้" เสมอ 

 เขามักให้น้องๆ หลานๆ ในวงวรรณกรรม เรียก "พี่" แทนคำว่า "ลุง" หรือ "น้า"
 หนังสือกว่า 40 เล่มของเขา มีทั้งเรื่องจริง เรื่องแต่ง สารคดี บทกวี ความเรียง และงานแปล ซึ่งส่วนใหญ่จะแปลงานของ นากิ๊บ มาห์ฟูซ์ อย่าง "ฟ้าสาง ดาวสูญ"  "กลางฝูงหมา" และ "โคตรไคโร" ส่วนงานเขียนของตัวเอง ชื่อ "เขียน" ก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน 

 ผลงานที่กล่าวถึงทุกวันนี้ คืองานแปลของ โอมาร์ คัยยาม กวีชาวเปอร์เซีย ในเล่ม "รุไบยาท" ที่ "พี่แคน" ใช้ภาษากวีได้เหลือร้ายนัก 

 "รอย" ลูกชาย วัย 30 ที่ใช้ชีวิตในอเมริกามากกว่าเมืองไทย และไม่ได้เป็นนักเขียนตามรอยพ่อ เอ่ยถึงผู้จากไปว่า... พ่อเป็นนักกิน นักเที่ยว นักเสพงานศิลปะ โดยเฉพาะหนัง แต่ที่เขาซึมซับได้มากที่สุด คือวิธีมองโลกแบบศิลปิน

 ส่วน "แจม" จามรี ลูกสาวคนโต ที่พ่อมักเรียก "จินนี่" บอกว่า ใครๆ ก็ว่าพ่อเป็นนักเขียนใหญ่ แต่สำหรับลูกแล้ว พ่อไม่เคยทำเหมือนยิ่งใหญ่อะไรเลย พ่อเป็นพ่อที่อยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น 

 ดิฉันเคยอ่านที่ ขจรฤทธิ์ รักษา บรรณาธิการสำนักพิมพ์บ้านหนังสือ มิตรผู้น้องเขียนถึงสิ่งที่พี่แคนพูดไว้ใน "ต่วย'ตูน" ว่า

 ...เรื่องการดื่มกินนั้น เมื่อมีเงินจงเลี้ยงเพื่อนฝูง และหากไม่มีจงพอใจที่จะอดหิวอยู่แต่เพียงลำพัง
 หากเป็นกวีหรือนักเขียนสิ่งที่ไม่ควรทำคือ การเป็นไอ้ขี้เมาที่ไม่มีตังค์
 เขียนหนังสือให้ได้เสียก่อน ค่อยกินเหล้า ไม่ใช่กินเหล้าก่อน ค่อยไปเบิกค่าเรื่อง...
 และ...ในเรื่องผู้หญิง พี่แคนสอนว่า ไม่ว่าเราจะสำส่อนหรือเลวแค่ไหน แต่อย่าทำให้ครอบครัวเดือดเนื้อร้อนใจโดยเด็ดขาด

 “ความรักไม่ใช่สิ่งทำลายล้าง แต่มันช่วยสร้างสมพลังงานในการสร้างสรรค์”
 คงพอเห็นการใช้ชีวิตแบบ "ศิลปิน" แล้ว ขอไว้อาลัยด้วย "รุไบยาท" ฉบับแคน สังคัต สักชิ้น
 แน่ะ ! เห็นไหมดวงตะวันนั้นลาลับ  แสงสลับเป็นฉัพพรรณรังสี
 ตามกำหนดหมดทิวาเริ่มราตรี      หน่อยคงมีกลุ่มดาวพราวอัมพร
 แด่พธูผู้ผ่านไปในอดีต  แด่สังคีตแห่งสินธูและภูเขา
 แด่ความฝันอันลำพองของพวกเรา ดื่มหมดแล้วเหลือแก้วเปล่า เอ้า! คว่ำลง...

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"