
อาลัยสมชาย ทองขาวปิดฉากนักข่าวลูกทุ่ง-นักค้าคนดัง
16 มี.ค. 2558
อาลัยสมชาย ทองขาวปิดฉากนักข่าวลูกทุ่ง-นักค้าคนดัง
ย้อนหลังไปเมื่อ 20 ปีก่อน หนึ่งในผู้กว้างขวางในวงการลูกทุ่ง ที่นักร้องและคนในวงการต่างยำเกรง และเป็นส่วนของผู้ที่ผลักดันให้นักร้องและวงดนตรีลูกทุ่งหลายวงประสบความสำเร็จ ตั้งแต่สองศิลปินแห่งชาติ ชาย เมืองสิงห์ กับ เพลิน พรหมแดน รวมทั้ง ศรคีรี ศรีประจวบ, ระพิน ภูไท, สายัณห์ สัญญา ฯลฯ
ป๋าสมชาย ที่คนในวงการเรียกกันติดปาก ให้สัมภาษณ์ทีมข่าว "คม ชัด ลึก” เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2545 หลังจากหายหน้าไปจากวงการนานหลายปีว่า
“ผมเป็นคนกรุงเทพฯ เกิดที่สวนลุมพินี พ่อทำงานอยู่สถานเสาวภา เรียนจบชั้นม.3 จากโรงเรียนสวนลุมพินี แรกๆ ทำงานตามปั๊มน้ำมันมาก่อน หลังจากนั้นก็มาทำงานกับคุณสุรัตน์ พุกกะเวส (นักแต่งเพลง เจ้าของเพลง "บุพเพสันนิวาส” ฉบับเพลงลูกกรุง ไม่ใช่ฉบับศรคีรี ศรีประจวบ-ผู้เขียน) เป็นเจ้านายโดยตรงที่ทำให้ก้าวเข้ามาสู่วงการ ท่านให้ผมเขียนหนังสือแทนท่านในนิตยสาร "ดาราไทย” ผมเขียนอยู่หลายเรื่องจนกระทั่งได้มาทำงานด้านเพลงลูกทุ่งซึ่งใจชอบอยู่แล้ว โดยครูพยงค์ มุกดา (ศิลปินแห่งชาติ -ล่วงลับแล้ว) ให้โอกาสเป็นนักร้องบ้าง โฆษกบ้าง ในวงของครู แต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ”
ชื่อของสมชาย ทองขาว ถือว่าเป็นนักข่าวสายลูกทุ่งคนแรกของวงการเลยทีเดียว เพราะสมัยก่อนยังไม่มีคนเขียนเรื่องนี้โดยตรง หลังจากมาอยู่กับครูสุรัตน์ ก็ได้เขียนคอลัมน์ “สี่แยกลูกทุ่ง” ในนิตยสารดาราไทย และตามด้วย "โลกดารา” และหนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทย” ของ มานะ แพร่พันธุ์ จนโกวิท สีตลายัน ชวนมาอยู่เดลินิวส์ ซึ่งถือเป็นลูกทุ่งคนแรก พอโกวิทมาอยู่ "ไทยรัฐ” ป๋าสมชายก็ตามมาอยู่ด้วย จนเกษียณอายุของป๊ะกำพล วัชรพล ก็หยุดไป
ในระหว่างเขียนหนังสือซึ่งมีชื่อเสียงแล้วนั้น ป๋าสมชายก็มีโอกาสบันทึกเสียงเพลง “บ้านนาหน้าร้อน” ซึ่งแต่งโดยครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ศิลปินแห่งชาติ และอยู่เบื้องหลังการทำวงดนตรีศรคีรี ศรีประจวบ โดยเป็นคนไปขอเพลง “คิดถึงพี่ไหม” จากครูพยงค์ มาให้ศรคีรีร้องจนโด่งดัง (ต้นฉบับแรก คือ ทิว สุโขทัย) วงศรคีรี โด่งดังประสบความสำเร็จมากถึงขนาดที่แฟนเพลงทางใต้ต้องมาเปิดโรงแรมเพื่อรอดูการแสดงเลยทีเดียว และนอกจากนี้ป๋าสมชายยังจัดรายการวิทยุที่ปชส.2 ใต้สะพานพุทธ กรุงเทพฯ อีกด้วย
ในช่วงที่ทำวงดนตรี มีนักเขียนท่านหนึ่ง ให้ฉายาป๋าสมชายว่าเป็น "นักค้าคนดัง” หมายถึงว่า ถ้านักร้องคนไหนดัง ก็จะจ้างไปปิดวิก และใจป้ำถึงขนาดที่ว่า เคยเหมาวงดนตรีทั้งคณะไปเดินสายทั่วประเทศก็เคยมีบ่อยๆ ซึ่งป๋าสมชายเป็นผู้มีผีมือทางด้านการเขียน ถ่ายรูป และวางแผนโฆษณา ติดต่อประสานงาน ฯลฯ
งานที่สร้างความฮือฮา คือ การจัดหมอลำคณะ รังสิมันต์ ที่มี บานเย็น รากแก่น (ศิลปินแห่งชาติ) ปะทะกับวงเพลิน พรหมแดน ลงทุนสี่หมื่นบาท เก็บเงินได้ถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นห้าพันบาท
เมื่อศรคีรีเสียชีวิต ก็ได้มาทำวงสายัณห์ สัญญา ซึ่งเดินสายพร้อมรีวิวประกอบเพลง "ผู้เสียสละ” ที่ฮือฮา เป็นอย่างยิ่ง ต่อมาก็ทำวงกังวานไพร ลูกเพชร, ผ่องศรี วรนุช (ศิลปินแห่งชาติ), กิ่งดาว จันทร์สวัสดิ์, เพชร โพธาราม ฯลฯ โดยช่วงปี 2519 ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด ทำวงสายัณห์ สัญญา แล้วก็มาช่วยวงสุรชัย สมบัติเจริญ โดยนายห้างประจวบ จำปาทองเป็นคนลงทุนทำวง ป๋าสมชายเป็นคนลงความคิด หลังจากนั้นก็มาช่วยทำวงพุ่มพวง ดวงจันทร์ ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม เพราะสนิทสนมกับธีรพล แสนสุข ส่วนวงสุดท้ายที่ทำคือ ปี 2538 คือวงเพชร พิณทอง
หลังจากพุ่มพวง เสียชีวิต ป๋าสมชายก็หายหน้าจากวงการ อยู่บ้านเฉยๆ เลี้ยงสัตว์ เขียนหนังสือเล็กๆน้อยๆ แถวๆ วัดอินทร์ บางขุนพรหม และจัดงานให้วัดมาร่วม 30 ปี ซึ่งหลังจากการสัมภาษณ์ในครั้งนั้น ทำให้ ป๋าสมชาย ทองขาว เกิดพลังไฟในการทำงานอีกครั้งหนึ่ง และได้กลับมาเขียนหนังสือลงในนิตยสารและหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ อีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งวางแผนโปรโมทนักร้องให้แก่บางค่ายเพลงอีกด้วย จนกระทั่งหยุดและหายเงียบไปอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งทุกคนในวงการได้ทราบข่าวการเสียชีวิตเพราะโรคมะเร็งตับ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา ศพบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 3 วัดละหาร ตลาดบางบัวทอง และจะฌาปนกิจวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม
ป๋าสมชาย ทองขาว ได้เตือนสติคนในวงการ เมื่อตอนที่ให้สัมภาษณ์เมื่อ 13 ปีที่ผ่านมาว่า “ดังแล้วอย่าลืมตัว อย่าผิดลูกผิดเมีย อย่ามั่ว ให้เคารพผู้ใหญ่ ทั้งหมดนี้คนลูกทุ่งเขาถือกันมาก”



