บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'เดือนที่ 2 ของปฎิทิน (3)'

เล่นหูเล่นตา:'เดือนที่ 2 ของปฎิทิน (3)'

16 มี.ค. 2558

'เดือนที่ 2 ของปฎิทิน (3)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
 
          เดือนเดียวมี 2 เทศกาล ทั้งวาเลนไทน์และตรุษจีีนก็วุ่นวายชวนปวดหัวอยู่แล้ว ... แต่มันยังไม่พอค่ะคุณผู้อ่าน คุณพรรณีหรือคุณพันปี แม่ของอิฉันเองจะทำบุญผัวนางเสียชีวิตครบ 1 ปี ควบงานทำบุญบ้านอีกงาน ผ่านจากวันตรุษจีนมา 2 วัน ยังไม่ทันหายเหนื่อยจากวันไหว้ ก็ต้องจัดเตรียมข้าวของอีกมากมายเพื่อให้ได้ดั่งใจแม่ โดยเฉพาะข้าวปลาอาหารที่จะถวายเพล ... ฉันเป็นคนชอบทำกับข้าวก็จริง แต่ทำให้คนเยอะๆ กินนี่ฉันไม่ค่อยถนัด และที่สำคัญฉันเป็นคน “หวงบ้าน” อย่างที่บอกไปในตอนที่แล้ว ถ้าจะเปรียบเทียบกับคุณก้อง (ปิยะ เศวตพิกุล) ฉันว่านางก็ยังอนุญาตให้คนเข้าบ้านนางได้ แค่ไม่ยอมให้ไป “ขี้” ที่บ้านนางก็แค่นั้น! แต่สำหรับฉันอย่าว่าแต่ถ่ายหนักถ่ายเบา ใครจะก้าวเท้าเข้าบ้านฉัน ฉันก็แทบจะลงไปชักดิ้นชักงอ กลัวบ้านเลอะ กลัวห้องน้ำเลอะเทอะ  กระจุยกระจาย  กระดาษทิชชู่ที่ล้นถัง ปกติอยู่บ้านคนเดียว กว่าจะออกจากห้องน้ำได้ฉันก็ต้องเช็ดโน่นเช็ดนี่ ไม่ให้มีหยดน้ำกระเด็นเปรอะเลอะอ่างล้างหน้า นิสัยแบบนี้ติดไปทุกที่ที่ฉันไป ในห้องน้ำโรงแรมไหนฉันก็ต้องแวะเช็ดคราบน้ำรอบๆ อ่างล้างมือจนแห้งก่อนถึงจะออกมาได้ เศษทิชชู่ตกพื้นฉันก็ต้องหยิบมันมาทิ้งลงถัง จนคุณสีเกดและนังนุชนาฎหาว่าฉันเป็นคุณนายสุดสะอาด เจ้าระเบียบแต่ไร้วินัย! ... นอกจากไม่ชอบให้บ้านเลอะแล้ว ฉันก็ขี้เกียจเก็บกวาดเช็ดถูล้างถ้วยล้างจานหลังแขกหรื่อเขากลับกันไป 
 
          สมัยที่เตี่ยอยู่ก็จะมีลูกๆ และน้องๆ ของเตี่ยมาเยี่ยมเป็นบางครั้ง ฉันก็จะไล่เตี่ยให้เข้านอนเร็วๆ (เป็นการไล่แขกทางอ้อม) แล้วหันมาช่วยพี่สาวและน้องสะใภ้เก็บทำความสะอาดสิ่งต่างๆ จนดึกดื่นกว่าจะได้กลับบ้าน กว่าทุกอย่างจะกลับเป็นระเบียบเหมือนเดิม ... นั่นทำให้ฉันเหนื่อยเกินไป ทุกวันนี้พบเจอกันนอกบ้านจะดีกว่าเพราะ ... บ้านไม่เลอะ! เมื่อคุณพรรณีดำริจะทำอะไร ขอบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะธรรมชาติของแม่ฉันคือ “ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่!” ... ฉันบอกให้สีเกดจัดเตรียมชุดสังฆทานและผ้าไตรโดยมีป้าหวีเป็นสปอนเซอร์ (โยมอุปฐาก) จัดการเรื่องเช่ารถตู้ไปรับไปส่งพระ 9 รูป พร้อมมัคทายกอีก 1 คน และเช่าชุดที่รองนั่ง ตาลปัตรต่างๆ ที่จะต้องใช้ทำพิธีจากวัดโดยคนที่วัดเอามาจัดแล้วเอากลับไป ช่วยลดความวุ่นวายลงได้เยอะ มาถึงอาหารสำหรับพระและญาติๆ แม่ใช้เวลาเตรียม 2 - 3  วัน หมือนจะเลี้ยงพระและเด็กวัดทั้งวัด มีไก่ย่าง (สั่งเจ้าอร่อยแถวบ้าน 50 ไม้ ทำไปทำมาแม่สั่งมาจริงร่วม 100 ไม้) ข้าวเหนียว ส้มตำ คอหมูย่าง 10 กิโล (ย่างจนไขมันที่คอคนย่างละลายไปด้วย) ต้มแซ่บกระดูกหมู หมี่กะทิ อู๋หน่อไม้ (หน่อไม้ต้มใบย่านางผัดใส่หมู 3 ชั้น หอมแดงพริกแห้งตำและต้นหอม) ต้มส้มไก่บ้าน กุ้งลายเสือเผา 7 กิโล ฯลฯ ไม่รวมผลไม้และไอติมกะทิ ไอศกรีมสเวนเซ่น แม่จัดเต็มทุกอย่างที่เตี่ยชอบกิน แม่ทำราวกับเตี่ยมานั่งร่วมวงกินกับพระด้วย อาหารมากมายขนาด 7 วันกินกันไม่หมด นางทำตามความเชื่อเพื่อความสบายใจของนาง ... นางช่างเวอร์วังอลังการเป็นที่สุด! ... พี่สะใภ้ขนขนมไทยมาให้อีกมหาศาล 
 
          ยังไม่จบค่ะคุณ อีกคนทำขนมจีนน้ำยาใต้กับห่อหมกปลามาสมทบอีก จนไม่มีที่จะวาง บ้านพี่วรรณที่อยู่ตรงข้ามก็เอาขนมมาให้ มาช่วยจัดของ จัดดอกไม้ ช่วยล้างถ้วยล้างจาน (นี่แหละญาติตัวจริงของฉัน) แม่ฉันหัวยุ่งหน้ามันไม่สนโลก สนแต่จะทำบุญส่งของอร่อยไปให้ผัวในปรโลก นางทุ่มสุดตัว แม้จะเหน็ดเหนื่อย นอนน้อย แต่หน้าตานางสดใสเปล่งปลั่ง “สุขออกนอกหน้า” มันเป็นแบบนี้นี่เอง! แม่นั่งพนมมือสวดตามพระ นางประเคนภัตตาหารเพล นางทำทุกอย่างราวกับว่าอยากให้มันออกมาเป็นภาพสโลว์โมชั่น ส่วนฉันอยากเร่งสปีด (Fast Forward) ไปเร็วๆ ผู้คนทั้งหมดจะได้ออกจากบ้านฉันให้ฉันได้เก็บกวาดทำความสะอาดเสียที ให้ความสงบกลับมาเร็วๆ ... ผู้คนมากมายนั่งเรียงกันพนมมือแต้รับพรหลังจากพระฉันเสร็จ มัคนายกเดินถือขันน้ำเดินตามพระองค์หนึ่งซึ่งถือกำหญ้าคาเอาไว้พรมน้ำมนต์ 
  
          ขณะพระจุ่มปลายหญ้าคาในขันน้ำมนต์ ฉันนึกในใจว่า ... “อย่า ... อย่า ... เดี๋ยวบ้านฉันเลอะ น้ำจะทำให้พื้นเป็นรอยด่าง” ยังไม่ทันคิดจบ ท่านก็พรมเอาพรมเอา “โธ่ ... หมดกันบ้านฉัน!” แม่ฉันก้มหน้ารับน้ำมนต์อย่างปรีดิ์เปรมยิ่งนัก สักพักพระองค์เดิมก็เดินไปหยุดที่ประตูกระจกบานใหญ่กรอบไม้สัก 3 บานที่ฉันหวงนักหวงหนา ... “เอ้า ... เอ้า ... จะทำอะไรอีกเนี่ย” ฉันหันไปกระซิบกระซาบกับสีเกดและอีนุชที่นั่งพับเพียบพนมมือแต้อยู่ข้างๆ อีนุชหันมาหัวเราะคิกคัก “ก็ทำแบบที่พี่ไม่ชอบไง” ... พระท่านเจิมประตูลงยันต์อะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าทำให้กระจกเป็นลายพร้อย ... บานแรกผ่านไป มันจะต้องจบนะคะคุณตำรวจ บานเดียวก็เหลือทนแล้ว ไม่ค่ะ ... ไม่! มันยังไม่จบง่ายๆ ท่านเจิมจนครบ 3 บาน ... “ล้างออกยากด้วยนะคุณคิ้ม” เสียงอีนุชพูดแดรก...ฉันอยู่ข้างๆ ... เฮ้อ! คุณพระคุณเจ้า    เอาตามที่ท่านสบายใจเถอะเจ้าค่ะ! ... จะไปโทษท่านก็ไม่ได้ ท่านก็ทำตามออเดอร์ของโยมแต่ละบ้าน ฉันน่าจะชินตั้งแต่แม่เอารถสเปซวากอนไปให้พระเจิมแล้ว ขึ้นรถครั้งแรกแหงนหน้ามองหลังคารถ โอ้โห! อย่าว่าแต่ผีเลยค่ะคุณ คนธรรมดาก็จะไม่กล้าเข้ามะ แม่บอกให้พระเจิมเต็มเพดานฟูลสกิลแอนด์สเกล (คือพระเจิมเต็มพื้นที่สุดฝีมือท่านค่ะคุณ) อีกนิดนึงถ้าเอาพระพุทธรูปมาวางที่คอนโซล เอาขันน้ำมนต์มาตั้งในรถ ตั้งเป็นตำหนักทรงเจ้าเคลื่อนที่เลยดีมั้ยคะคุณ! ... 
 
          รถมันจะดีอยู่ที่สมรรถนะ คนจะดีมันอยู่ที่ใจ ขับรถใช้สติ อุบัติภัยก็ไม่เกิด เพื่อนฉันคนหนึ่งพูดว่า พระที่เราใส่คล้องคอถ้าอยู่กับคนดี พระท่านก็คุ้มครอง ถ้าอยู่กับคนชั่ว คนไม่มีสติ พระที่ห้อยอยู่ก็เป็นแค่เศษดิน ... พระองค์ที่ 9 เดินขึ้นรถตู้ ประตูปิด รถแล่นออกไป ฉันถอนหายใจ ... เอิ่ม ... จบแล้วใช่มะ? กลับมาแบ่งอาหารใส่กล่องใส่ถุงเป็นชุดๆ แค่ได้กลิ่นฉันก็อิ่มแล้ว แจกทั้งญาติ ทั้งยาม และคนงานที่จ้างมาช่วยขนของ ล้างถ้วยล้างจาน แป๊ปเดียวข้าวของก็หมดเกลี้ยงไม่ต้องเอาไปแออัดยัดทะนานในตู้เย็น เพราะแค่ของไหว้ตรุษจีนที่มีอยู่ก็ยึดพื้นที่ตู้เย็น 3 ตู้ไปหมดแล้ว ฉันและคนที่บ้านกวาดทุกอย่างลงซิงค์ล้างจาน ก้มหน้าก้มตาล้าง เก็บทุกอย่างเข้าที่เข้าทางราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่คือภาพที่ฉันรอคอย 
 
          “ทำแบบนี้สัก 3 ปีนะลูก บ้านเราจะได้อยู่เย็นเป็นสุขร่ำรวย” แม่ฉันบอก
 
          “แม่ ... บ้านจะอยู่เย็นเป็นสุขมันอยู่ที่คนในบ้าน ความร่ำรวยมันอยู่ที่ขยันและเก็บออม ไม่ได้เกิดจากตะบี้ตะบันทำบุญนะแม่ ทำบุญก็ให้พอดีพอเพียงให้พระท่านได้มีที่อยู่ มีอาหารฉัน มีแรงถ่ายทอดพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าให้พุทธศาสนิกชน ถ้าเกินจากนี้ก็ไม่น่าจะใช่ “สายกลาง” ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนหรอกนะแม่”
 
          ฉันก็พูดของฉันไปอย่างนั้น ที่สุดแล้วก็ทำไปเพื่อให้แม่สบายใจ แค่เห็นนางมีความสุข ฉันก็พอใจแล้ว ที่เหลือคือพิธีกรรมที่ทำให้ผู้คนรู้จักให้และแบ่งปันแค่นั้นเอง ... 
 
.......................................
(หมายเหตุ  'เดือนที่ 2 ของปฎิทิน (3)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)