บันเทิง

'ไม่ทั่วถึง ไม่สะดวก ไม่อารยสถาปัตย์ ไม่เท่าเทียม(1)'

'ไม่ทั่วถึง ไม่สะดวก ไม่อารยสถาปัตย์ ไม่เท่าเทียม(1)'

16 มี.ค. 2558

'ไม่ทั่วถึง ไม่สะดวก ไม่อารยสถาปัตย์ ไม่เท่าเทียม (1)' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล

 
          แม้ว่าเมืองไทยจะมีกฎหมาย และกฎกระทรวงต่างๆเกี่ยวกับการบังคับให้ตึกอาคาร สถานที่ และบริการสาธารณะต่างๆ ต้องมีอารยสถาปัตย์ หรือต้องจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วก็ตาม แต่ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งที่พบเจอกันบ่อยๆ ในปัจจุบันในแทบทุกสถานที่ และตามตึกอาคารต่างๆ คือ ความไม่ทั่วถึง และการไม่เชื่อมต่อกันของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยเฉพาะทางลาด
ผม และน้องๆ เยาวชนทูตอารยสถาปัตย์ ได้ทดลองเดินสำรวจอารยสถาปัตย์ฟุตบาททางเดินเท้าใน กทม.บริเวณ 4 จุดหลัก คือ แยกปทุมวัน-สามย่าน-ราชประสงค์-สีลม ทำให้ได้รับรู้ถึงสภาพปัญหา และข้อเสนอแนะที่น่าสนใจครับ
 
          เริ่มจากแยกปทุมวัน ที่หน้าหอศิลป์ กทม. ลัดเลาะผ่านไปทางหน้าห้างมาบุญครอง ผ่านหน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปถึงจามจุรีสแควร์  
 
          ที่หอศิลป์ กทม. ตรงแยกปทุมวัน-สยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งเปิดให้บริการมาประมาณ 10 ปี ได้มีการสร้างทำอารยสถาปัตย์หลายอย่าง แต่ยังไม่ทั่วถึง และยังไม่สมบูรณ์แบบนัก เช่น ทางลาดมีด้านหน้า ดีไซน์สวย สะดวก แต่ไม่มีราวกันตก อาจอันตราย เวลาใช้ต้องระวัง แต่ปัญหาคือด้านหลังซึ่งเป็นจุดจอดรถรับส่งผู้โดยสารยังไม่มีทางลาด ถ้าเพิ่มทางลาดที่ด้านหลังอีก 1 จุดจะดีมาก
 
          เข้าไปในหอศิลป์ มีลิฟต์ และทางเดินสะดวก สวยงาม โอ่โถง มีห้องน้ำสำหรับที่ใช้วีลแชร์ทุกชั้น แต่ปัญหาคือ ไม่มีประตูบานสไลด์ เป็นประตูแบบบานผลัก และหนักมาก ทำด้วยเหล็กอย่างดี เหมือนตู้เซฟใหญ่ๆ ในธนาคาร ทำให้ผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถใช้ห้องน้ำเองได้ เพราะประตูหนักจริงๆ และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ทั้งเวลาเปิด หรือปิด ทั้งขาเข้า และขาออก   
 
          ทางแก้ไข คือ ต้องเปลี่ยนประตูใหม่ ถ้าจะให้ดี มีมาตรฐาน สะดวก ปลอดภัย เป็นธรรม ทั่วถึง เท่าเทียม ต้องใช้ประตูแบบบานเลื่อน และไม่ควรใช้ประตูเหล็ก อาจเป็นไม้ หรือวัสดุสังเคราะห์ต่างๆ ซึ่งมีให้เลือกมากมาย สำคัญคือ ต้องไม่หนัก ควรเบาแรง เพราะผู้ที่มาใช้ห้องน้ำ เป็นผู้สูงอายุ และผู้พิการ 
จุดที่น่าสนใจมาก คือ บริเวณทางเชื่อมต่อจากหอศิลป์ไปยังสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สาขาสนามกีฬา และห้างมาบุญครอง-โตคิว โดยทางเชื่อมอยู่ที่ชั้น 2 ของหอศิลป์ ซึ่งไม่มีทางลาด แต่ทางหอศิลป์ได้นำเพลทฟอร์มลิฟต์ หรือลิฟต์ติดผนังคู่กับบันไดเลื่อน มาใช้สำหรับให้บริการผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ที่จะออกจากหอศิลป์ไปยังจุดที่ว่านั้น
 
          แต่พอใช้ลิฟต์ติดผนังออกจากหอศิลป์มาแล้ว จะไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีสนามกีฬา ต้องเจอบันไดอีกประมาณ 10 ขั้น ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ จากทางสถานีรถไฟฟ้า นอกจากต้องยก หรือแบกขึ้น หรือลงอย่างเดียว เคยมีกลุ่มมนุษย์ล้อเรียกร้องให้ทางรถไฟฟ้าบีทีเอส และ กทม.จัดทำทางลาด หรือติดตั้งลิฟต์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ตรงจุดนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล ถึงวันนี้ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม สภาพแวดล้อมยังคงต้องพิการกันต่อไป  
 
          ติดกับบันได 10 ขั้นที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ถ้าจะเลี้ยวซ้ายเข้าห้างโตคิว ไปมาบุญครอง ต้องเจอบันไดอีก 2 ขั้น ขวางกั้นอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครคิดแก้ไขอะไร ทั้งๆ ที่ทำทางลาดง่ายนิดเดียว แต่ส่งผลมากต่อภาพลักษณ์ และหน้าตาของสถานที่ ที่จะช่วยเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้คนจำนวนมากที่จำเป็นต้องใช้ทางลาดตรงจุดนั้น
 
          นอกจากผู้สูงอายุ และผู้พิการแล้ว แถวนั้น ยังมีคนที่มีลูกน้อยมาด้วย ต้องใช้รถเข็นเด็ก หรือใช้กระเป๋าเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวต่างๆ ปัจจุบัน ต้องแบกต้องยกกันอย่างทุลักทุเล สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อสังคม และบ้านเมืองของเรา ไม่ดีเลย น่าจะรีบลงมือปรับปรุงแก้ไขกันบ้างนะครับ   
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ไม่ทั่วถึง ไม่สะดวก ไม่อารยสถาปัตย์ ไม่เท่าเทียม (1)' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)