
โขมลั่นไม่คิดดูถูกวงการนี้เคยถอดใจในการกำกับละคร
09 มี.ค. 2558
"โขม"รับเคยรู้สึกถอดใจไม่คิดมากำกับละครโทรทัศน์หลังประเดิมละคร"ลูกผู้ชายเลือดเดือด"เหตุไม่ถนัดทางนี้โชคดีได้"หม่อมน้อย"ให้สติตระหนักถึงคำพูดของ
ถือว่าเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ฝีมือคนหนึ่ง ที่ขอกระโดดมาลงมากำกับงานทางจอแก้ว สำหรับ "โขม" ก้องเกียรติ โขมสิริ แต่ดูเหมือนว่าหลังจากประเดิมงานละครเรื่อง "ลูกผู้ชายเลือดเดือด" ของ "ป้าแจ๋ว" ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์ ไปสักพักก็มีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับ ซึ่งทางด้านของโขมเองก็เก็บตัวเงียบอยู่พักใหญ่ จนกระทั่ง เมื่อไม่นานมานี้ มีงานกำกับละครทางช่อง วัน เรื่อง "ตะวันตัดบูรพา" งานนี้เลยต้องถามไถ่เสียหน่อยกับการทำงาน
"จริงๆจะไม่ทำแล้วด้วยนะทีวีเนี่ย เราก็เคยลองไปทำละคร ที่มันเป็นระบบสวิตชิ่ง เราก็ไม่ถนัดจริงๆ ต้องยอมรับ มันไม่ถนัด ต่างคนก็ต่างอึดอัด (เรื่องลูกผู้ชายเลือดเดือดหรือเปล่า) ใช่ๆ นะ ผมทำได้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็ให้ป้าแจ๋วทำต่อ ต้องยอมรับว่า เราไม่ถนัดในยุทธวิธีการทำงาน หรือว่ารสนิยม การเล่าเรื่อง เราไม่ได้พูดว่าใครผิดหรือใครถูกนะ แต่มันเป็นเรื่องของการทำงาน มันไม่เหมือนกัน ผมคุยกันคนละภาษา อย่างง่ายๆ ว่า วิธีการทำงานของกล้องกับละครมันเร็วก็จริง แต่นักแสดงจะเล่นหันมาหากล้อง แต่พอเป็นหนังคือต้องเล่นให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด แล้วกล้องมันจะไปหาอารมณ์คุณเอง แค่สองอย่างนี้มันก็ต่างกันแล้ว จริงๆ จะไม่ทำแล้วด้วยนะทีวีเนี่ย เพราะเข็ดจากเรื่องวิธีการแบบ 3 กล้องแบบนี้ พอดีได้คุยกับหม่อมน้อย "หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล" ก็บอกว่า ถ้าจะทำก็ทำแบบที่เราถนัดเถอะ" โขมแจกแจง
นอกจากนี้ "โขม" ยังกล่าวเสริมว่า "เรามาด้วยเจตนาดี "เกลือ" กิตติ เชี่ยววงศ์กุล เคยพูดกับเราว่า พี่ถ้าจะมาทำทีวี ผมขอพี่อย่าง พี่อย่าดูถูกวงการทีวี เราก็บอกไปว่า เดี๋ยวมาดูเรานะ พอเรามาทำปุ๊ป เราทำเต็มที่ ไม่เคยทำด้วยเจตนาที่มองว่าทีวี มันก็เป็นละคร ซึ่งอย่างไรมันก็เป็นคุณภาพของเราทั้งนั้น แล้วถามถึงข้อเสีย วิธีการทำแบบหนังมีไหม ก็มีแหละเพราะมันได้จำนวนไม่เท่ากับละคร ละครถ่ายกันวันละ 20 ซีน แต่เราอาจะได้วันละ 12-13 ซีน หืดขึ้นคอ (แล้วทิศทางกับทางช่องวันล่ะ) ช่องวันเองเขาก็กำลังจะปั้นให้เป็นช่องที่ไม่ได้ขายแค่ในเมืองไทย ตั้งใจที่จะขายเนื้อหาที่มันส่งออกต่างประเทศได้ คือเราเบื่อ ถ้าเราโดนขังจินตนาการด้วยคำว่าคนดูเขาดูแบบนี้ เหมือนเราทำหนังก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่หนังไทย คือมันมีโอกาส โลกเดี๋ยวนี้มันไปไกลไปกันง่ายมาก คิดถึงคนในโลกได้แล้วว่า เขาดูกันยังไง แล้วตลาดมันก็กว้างกว่า ต้องสู้อย่างนี้ โอเคเรารู้ว่าวิธีเพลย์เซฟมันคือการแคร์ตลาดใน มันต้องแคร์อยู่แล้ว ไม่ใช่เราทำหนังอินดี้ อยู่กับเอ็กแซ็กท์มุมมองมันตรงกัน" โขมกล่าวสรุป



