'เดือนที่ 2 ของปฏิทิน (2)'
09 มี.ค. 2558
'เดือนที่ 2 ของปฏิทิน (2)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
... ก็อย่างที่บอก “การให้” แทรกซึมอยู่ในทุกประเพณีและวัฒนธรรมของทุกๆ ชาติ... ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใส่ใจกับมันหรือไม่?
แม้แต่ในการร้องเพลงแต่ละงานของฉัน “การให้” ก็ยังแผ่ซ่านไปทั้งงาน ฉันไม่รู้หรอกว่าคนดูจะรู้สึกลึกซึ้งพึงใจกับการกินไปฟังไปแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่ฉันหอบชายกระโปรงตะกายลงจากเวทีตอนหมดหน้าที่แล้ว ฉันบอกกับนังนุชนาฎ ผู้ช่วยตัวจะแตกของฉันว่า “ใครจะสนุกรึเปล่าไม่รู้... แต่กรูโคตรสนุกเลยอีนุช! มึงคิดดูสิ อาเฮีย อาซ้อ ที่ได้รับเชิญมานั่งรวมกันสงบนิ่งยิ่งกว่างานศพ ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารอย่างมีสติยิ่งกว่าพระฉันเพล ลูกค้าสั่งให้กรูร้องเพลงดิสโก้โจ๊ะฉึ่งๆ ตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้าย กรูก็ไม่อยากขัดใจไหนๆ ทำตามสั่ง แดนซ์ทุกเพลงยังกะรอบเหมาเดอะพาเลส กรูเต้นยับอยู่บนเวทีคนเดียว (หน้านะที่ยับ) จนอีจิ๊บ (มือเบส) อีเบ้ง (มือกลอง) อีเก่ง (มือเปียโน) มันขำกรู ช่างมัน! กรูไม่อาย งานนี้ไม่ใช้หน้า ไม่ใช้สติ ใช้สปิริตอย่างเดียว! เดี๋ยวกรูค่อยกลับไปอายที่บ้าน!” บางทีฉันอยากใช้เท้าก่ายหน้าผากแทนมือ เวลาที่ลูกค้าตั้งธีม (Theme) งานแปลกๆ ไม่เข้ากับแขกผู้มีเกียรติ ไม่เข้ากับเวลาและสถานที่ กินโต๊ะจีนฟังเพลงดิสโก้ อิฉันจะบ้าตายค่าคุณตำรวจ! ควรจะเชิดสิงโตแทนมั้ยคะคุณ? ถึงที่สุดคนดูก็มาเก็ตเอาตอนท้ายๆ ใกล้หมดเวลา ไม่รู้เพราะอิ่มแล้วอารมณ์ดี หรือเพลงมันโดน ถึงได้เถิดเทิงกันเอาตอนใกล้จบงาน คนที่เสียเงินจ้างฉัน (ลูกค้า) และคนที่เสียเวลามาดูฉัน (แขกที่ได้รับเชิญ) ล้วนแล้วแต่เป็น “ผู้ให้” ส่วนฉันเป็นผู้รับเต็มๆ ค่าคุณผู้ชม เพราะเงินก็ได้แล้วใครจะสนุกไม่สนุกก็ไม่รู้ กรูสนุกของกรูคนเดียวได้ค่า! ใครบอกว่า “นักร้อง” เป็นผู้ให้ฝ่ายเดียว ฉันคนหนึ่งล่ะที่เถียงคอเป็นเอ็น มีแต่ได้กับได้เห็นๆ รับกันเต็มๆ คนจ้างและคนมาดูนั่นต่างหากที่เป็นผู้ให้ ต่อให้ฉันจะร้องเพลงดีแค่ไหน คุยฮาแค่ไหน แต่คนดูไม่เปิดใจ ไม่ให้โอกาส มันก็ไม่เกิดผลอะไร “พรสวรรค์” พระเจ้าหรือผลบุญอาจปั้นแต่งใส่ไว้ให้ในตัวนักร้อง แต่ “โอกาส” ประชาชนเท่านั้นเป็นผู้ให้ แต่... ให้แล้วอย่ามาทวง! ให้แล้วก็ให้เลยนะคะคุณ! นักร้องดีๆ มันจะรู้สำนึกในบุญคุณของคนให้เอง ถ้าไม่สำนึกเดี๋ยวมันก็หมดอายุไปตามความดีและคุณภาพที่มีจำกัดเอง
แม้จะลงจากเวที “การให้” ก็ยังคงแฝงอยู่ในทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะช่วงเทศกาลทั้งไทยและเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นการปะทะกันระหว่าง วาเลนไทน์ กับ ตรุษจีน ที่โคจรมาอยู่ใกล้ๆ กัน จะรักกันแค่ไหนก็ช่าง อย่าลืมรักและเคารพอากงอาม่าและบรรพบุรุษที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองจีน จนทำให้เราเป็นลูกผสม (Hybrid) ไทย-จีน อย่างที่เห็นเวลาส่องกระจก ของที่ไหว้ก็ไหว้เหมือนกันทุกปี จะเปลี่ยนแปลงก็แต่กรรมวิธี จากเคยต้มเป็ดต้มไก่ ทำขนมเทียนขนมเข่ง พับกระดาษเงินกระดาษทอง สมัยนี้เดินเข้าห้างเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตเขาจัดไว้ให้เป็นชุด เอากลับมาไหว้ด้วยเหตุผลเดียว ... ไม่มีเวลา!! ฉันว่าโลกมันก็หมุนในอัตราความเร็วเท่าเดิม หนึ่งวันมี 24 ชั่วโมงเท่าเดิม แต่เราเอาเวลาไปใช้กับอย่างอื่น หรือเพราะเราไม่ได้อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่เหมือนในวัยเด็ก ไม่มารวมตัวช่วยกันทำ แต่ละคนแยกบ้าน แยกกันไหว้ มีมากมายหลายเหตุผล (ข้ออ้าง) สุดท้ายเลยมาลงที่ความสะดวกกายและสะดวกใจของแต่ละคนก็แค่นั้น... แม้ฉันจะเป็นคนไม่ตามกระแส แต่ขนบและธรรมเนียมต่างๆ ฉันก็ยังรักษาด้วยหวังว่ามันเป็นกิจกรรมที่ทำให้ครอบครัวได้มาอยู่รวมกันและถ้ามันหายไปฉันก็ไม่รู้ว่าจะบอกตัวเองว่าฉันมีเชื้อสายจีนได้อย่างไร ถ้าใครไปบ้านฉันก่อนวันไหว้จะเห็นเป็ดไก่แขวนเรียงรายบนไม้ไผ่อยู่หลังบ้านยังกับจะทำไปขาย ไม่ใช่ทำไหว้ ขนมเข่งขนมเทียนขนมปุยฝ้ายของคนจีนวางเป็นถาดๆ อยู่บนโต๊ะทั้งในครัวและในห้องกินข้าว อย่าเปิดตู้เย็นในช่วงนั้นเพราะแออัดยัดเยียดกันยิ่งกว่ามีรถทัวร์คว่ำอยู่ข้างใน ไหว้เสร็จหลังจากนั้นภายใน 7 วัน นอกจากเป็ดไก่ทอดเค็ม พะโล้ จับฉ่ายแล้ว พวกเราจะได้กินก๋วยเตี๋ยวเป็ด ก๋วยเตี๋ยวไก่ ข้าวมันไก่ แค่นึกถึงก็ได้กลิ่นขึ้นมาทันที กรูล่ะเบื่อจริงๆ! คราวหน้าจะสั่งพิซซ่ามาเป็นเมนูพิเศษไหว้เตี่ยเพราะเตี่ยชอบกินพิซซ่ากับหลานๆ เอาไก่ทอดเคเอฟซีมาไหว้ด้วยคงจะดี แต่อากงอาม่าคงมาเข้าฝันด่าไม่ซ้ำกัน
วันต่อมาคือวันตรุษจีน (ชิวอิก) ปีนี้ตรงกับวันที่ 18 กุมภาพันธ์ สนุกตรงนี้ล่ะค่า ... ตอนเด็กๆ สนุกตรงที่เป็น “ผู้รับ” ได้ลุ้นว่าซองไหนจะมีแบงก์ร้อย แบงก์ห้าร้อย ไปจนถึงแบงก์พัน แต่พอแก่ตัวมา รับช่วงเป็นเจ้าสำนัก เอ๊ย! หัวหน้าครอบครัวต่อจากเตี่ย ก็กลายมาเป็น “ผู้ให้” มันเหมือนเรามีเวทมนตร์วิเศษอยู่ในตัวชั่วขณะสามารถทำให้คนมีความสุขพร้อมๆ กันได้ในเวลาเดียวกัน ระหว่างผู้ให้กับผู้รับ (มันยิ่งใหญ่กว่าผู้รุกและผู้รับซะอีกค่าคุณ!) สีหน้าตื่นเต้น แววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ถ้าเราไม่ใช่ “กองสลาก” เราไม่มีวันสร้างความรู้สึกนั้นได้ ซองสีแดงหรืออั่งเปา เป็นมากกว่า “หวย” เพราะมีแต่ได้กับได้ ไม่โดนแดรกค่าคุณ! การแจกอั่งเปามันทำให้ฉันเห็นคุณค่าของความขยันขันแข็ง ความอดทนและความพยายามในแต่ละปีของตัวเองในการหาเงิน มันสะท้อนออกมาเป็นใบหน้าแห่งความสุขของผู้รับแค่ชั่วอึดใจของการยื่นซองไปให้ ถ้าฉันไม่ขยัน ไม่พยายาม ฉันคงจะทำให้เกิดช่วงเวลานี้ไม่ได้ มันส่งผลให้ฉันต้องขยันต่อไปจนกว่าจะหมดลม (หายใจ) หมดแรง ตรุษจีนเสร็จแล้วมันควรจะจบนะคะคุณ แต่คุณพรรณีแม่ดิฉัน ไม่จบง่ายๆ ให้สมกับความเว่อร์วังของนาง ความจริงแล้วยายฉันตั้งชื่อให้แม่ว่า “พันปี” (ชื่อในใบเกิดและบัตรประชาชนครั้งแรกของนาง) นางว่ามันเชย นางเลยเปลี่ยนเองเลยเป็น “พรรณี” จากชื่อเดิมของนางคาดว่าเดิมทีนางน่าจะกินตะขาบแทนข้าว แล้วอาจจะคายตะขาบให้ลูกสาวคนละตัวหรืออาจจะคายให้ฉันหลายตัว มันเลยทำให้ฉันปากจัดทั้งๆ ที่ฉันอ่อนโยน สวย ซื่อ บริสุทธิ์ ฯลฯ เชอะ! ขี้เกียจจะอธิบาย พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ! เพื่อให้สมกับความหมายของคำว่า “พันปี” แปลว่าไม่สิ้นสุด ไม่จบ ไม่สิ้น ตรุษจีนผ่านไป 1 วัน นางทำบุญครบรอบผัวตาย 1 ปีค่าคุณ แล้วคราวนี้นางจะควบทำบุญขึ้นบ้านใหม่ไปด้วย นางเชิญ “อาม้า” เมียหลวงของเตี่ยและลูกหลาน ฉันมักจะตามใจนางเพราะรักนางเหลือนางอยู่คนเดียวแล้ว แต่เกรงว่าด้วยฤทธิ์เดชของแม่จะทำให้ฉันตายก่อนด้วยเส้นเลือดในสมองแตกหรือหัวใจวายตายกะทันหันด้วยความเวิ่นเว้อ เอาแต่ใจของนาง! ขอบอกความจริงให้ทราบก่อนว่า ฉันเป็นคนหวงบ้านที่สุด ย้ำ ... ที่สุดอ่ะ! ขนาดคอนโดของฉัน ถ้าทำความสะอาดใหม่ๆ ฉันจะไม่ให้สีเกดและนุชนาฎเข้าห้อง ให้นางรออยู่หน้าห้อง เพราะนังนุชใส่ถุงเท้าที่อาจมีเหงื่อหนืดๆ ติดพื้นทำให้พื้นเป็นรอย และคุณสีเกดก็ชอบนั่งพื้นกินขนม สักพักนางจะไถลตัวลงนอนหลับบนพื้นไม้ นางทาครีมทั่วตัวพื้นจะเป็นจ้ำๆ เหนอะๆ ทำให้ฉันกรี๊ดได้ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงท่อนพีค อย่ามาว่าฉันโรคจิต! เพราะฉันแค่รักความสะอาดไม่ได้ถือเคล็ดอะไรผิดกับ “พี่ก้อง ปิยะ” ที่ถือเคล็ดบ้าบออะไรไม่รู้ ไม่ยอมให้เพื่อนขี้ที่ส้วมในบ้าน ต่อให้ขี้จะแตกบัดเดี๋ยวนี้ นางก็ไล่ไปขี้ที่รพ.ข้างๆ บ้าน ฉันกับท็อป ดารณีนุช เคยเจอมาแล้ว เดี๋ยวฉันจะต้องทำหนังสือแจ้งให้รพ.ทราบว่าถ้าส้วมชั้นล่างเต็มขอให้ส่งบิลค่ารถดูดส้วมมาเก็บกับ “คุณก้อง ปิยะ” เพราะส่งเพื่อนไปขี้หลายครั้งหลายหนจนเป็นเหตุให้ส้วมเต็มเร็ว! ... นางให้เหตุผลว่า แม่นางถือ ถ้าเพื่อนมาบ้านแล้วเข้ามาขี้จะนำเอาความร้อนสิ่งไม่ดีมาทิ้งไว้ที่บ้าน เฮ้อ... ปวดขี้ยังพึ่งพามิได้ แล้วจะฝากผีฝากไข้ได้เยี่ยงไร เห็นทีค่ายบ้านระจันเราคงต้องพึ่งตนเองแล้ว! (อิน! บางระจันจะอวสานแล้วค่ะคุณ)
.......................................
(หมายเหตุ 'เดือนที่ 2 ของปฏิทิน (2)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



