
ชินกร ไกรลาสถอดรหัสเพลงไทยไม่กลายพันธุ์
06 มี.ค. 2558
"ชินกร ไกรลาส" ถอดรหัส "เพลงไทยไม่กลายพันธุ์" : ลูกทุ่
ศิลปินแห่งชาติ ชินกร ไกรลาส ชี้เพลงลูกทุ่งไทยกลายพันธุ์ และยังอยู่ในวังวนเดิมๆ เผยนักร้องขายรูปร่างหน้าตามากกว่าน้ำเสียงมีมานานแล้วไม่แปลก แถมถอดรหัสเพลง ”มนต์รักลูกทุ่ง” คือ อีโรติก (ศิลปะความปรารถนาทางเพศ)ชั้นครู
ดร.ชิน ฝ้ายเทศ หรือ ชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงลูกทุ่ง) ประจำปีพุทธศักราช 2541 ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากขึ้นเวทีคอนเสิร์ตการกุศล “เพลงไทยไม่กลายพันธุ์” ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ถึงเพลงลูกทุ่งไทยในวันนี้
เพลงไทยกลายพันธุ์เพราะเหตุใด?
เรื่องของการกลายพันธุ์ มันมีหลายประเด็น มันมาจากคนที่มีอำนาจสั่งการในค่ายเพลง ไม่ใช่คนแต่งเพลง เขาต้องการให้เป็นไปตามกลไกของตลาด คนบริโภคต้องการอย่างไร เขาก็เอาอย่างนั้น แต่จริงๆแล้ว คนทำเพลงก็เป็นคนป้อนให้เขาเอง คนรับฟังเพลงเป็นวัยเจริญพันธุ์ ต้องการสื่อที่สร้างภาพ ความเข้าใจในวัยเดียวกัน ความต้องการตรงกัน เมื่อคนสร้างงานออกมาอย่างนั้นก็เลยผิดเพี้ยนไป สมัยก่อนคนแต่งเพลงจะเป็นคนกำหนดทิศทาง อารมณ์ของเพลง กำหนดผู้ร้อง คนเรียบเรียงดนตรีด้วยตัวเอง”
คิดเช่นนี้ เหมือนกับ ”ไม้ซีกงัดไม้ซุง” หรือไม่
เราไม่เคยไปงัดกับเขา เพียงแต่พยายามทำเพื่อตอบสนองคนอีกกลุ่ม เพราะกลุ่มของเราก็มี เราไม่ต้องแข่งกับเขา เพราะอารมณ์แข่งขันมันเหนื่อย เราแข่งกับตัวเอง เดินสบายๆให้ถึงจุดหมายที่เราวางเท่านั้น ทุกวันนี้พระเป็นผู้เลี้ยงดูผม ผมทำเพลงเกี่ยวกับบทสวดต่างๆ แปลบทสวด มีกลุ่มที่ต้องการฟัง เราไม่ได้จำหน่ายทั่วไป มีกองทัพมดที่ขายให้ตามห้าง ตามงานต่างๆ ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องไปทุรนทุรายอะไร”
นอกจากเพลงทางธรรมแล้ว เพลงแนวเพลงรักครูแต่งไว้บ้างหรือไม่
เพลงอารมณ์พระ หรือ อารมณ์เพศ ผมก็แต่งได้ ผมแต่งให้นักร้องชื่อ น้ำตาล น้ำเพชร แบบอารมณ์เพลงที่ผสมอารมณ์เพศ เช่นเพลง “รักคนมีเจ้าของ” ซึ่งเป็นแค่รักในจินตนาการเฉยๆ เพลง “รักติดลบ” (อยู่ในชุด “ครูมีศิษย์ ศิษย์มีครู” ) เพลงรักเราก็แต่งได้ เราสามารถกำหนดทิศทางเพลงได้ว่าจะเป็นแนวใด บางคนจะหาว่า ไปวิจารณ์เขาแล้วทำไม่ได้”
คิดเห็นอย่างไรกับนักร้องที่ขายภาพมากว่าขายเสียง
นักร้องที่ขายภาพมากกว่าขายเสียงมีมานานแล้ว รุ่นของผม มีสังข์ทอง สีใส กับผมที่ขี้เหร่ เราจึงขายเสียงกันอย่างเดียว”
เพลง ”แมว” ที่ครูแต่งไว้ ก็มีเนื้อหาชวนคิด ออกแนวแฝงเรื่องทางเพศ ที่มีเสียงแมวร้อง “อาว...ไม่อาว...” ต้องการสื่ออะไร
เพลง “แมว” ที่ผมเขียนและร้องนั้น ผมเขียนแบบหนังสั้น นึกถึงแมวตัวผู้ตัวเมีย มีหนูมาตอนกลางคืน ก็กลายเป็นชีวิตแมว แต่ได้ซ่อนอารมณ์บางอย่างไว้ด้วย ผมยกตัวอย่างที่ผมถอดรหัสเพลง “มนต์รักลูกทุ่ง” ที่ครูไพบูลย์ บุตรขัน ประพันธ์ ขึ้นต้นว่า “หอมเอยหอมดอกกระถิน....เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง....” เห็ดตับเต่านั้น เปรียบได้กับสัญลักษณ์ทางเพศของผู้หญิง และมาขึ้นอยู่ริมเถาย่านางอีก ออกเสียงเหมือน หญ้านาง ไม่มีใครถอดรหัสนี้ได้ เป็นสัญลักษณ์เชิงซ้อน แปลแล้วก็ไม่หยาบคาย แล้วแต่ใครจะคิดครับ”
ครูฟังเพลงลูกทุ่งสมัยใหม่แล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง
ฟัง 10 เพลง เหมือนฟัง 2 เพลง อารมณ์เดียวกันหมด การเอื้อนหรือภาษาในเพลงเป็นอย่างเดียวกันหมด เหมือนอ่านโจทย์ไม่เข้าใจ ร้องเพลงไหนก็อารมณ์เดียวกัน ซึ่งมันควรจะกว้างกว่านั้น มันอยู่ในวังวนเดิมๆ “นักคาบ” จะมีเยอะ คาบที่เขาคิดแล้วเอามาทำเลียนแบบเขา นักคิดเขาจะคิดงานแตกต่างจากนักคาบ เพลงสมัยนี้ นักแต่งเพลงอาจจะไม่ใช่นักดนตรี เลยใช้ทำนองเหมือนกันหมด นักแต่งเพลงนอกจากจะเป็นนักภาษาแล้ว ควรเป็นนักดนตรีด้วย จึงจะสามารถสร้างทำนองให้แปลกๆไป นักภาษาจะนึกทางดนตรีไม่ค่อยออก ผมเองเป็นทั้งนักร้อง นักพูด นักวิชาการ นักดนตรีผมก็เป็นได้”
ครูมีลูกศิษย์หรือทายาทที่มาสืบสานแนวทางบ้างหรือไม่
ลูกศิษย์ก็มี แต่สอนไปแล้ว เขาไม่ทำตาม ต่อหน้ามะพลับลับหลังตะโก เราไม่ถือเป็นอารมณ์ ให้อิสระแก่เขาได้คิด “ศิลปินที่ขาดอิสระ ศิลปะจะไม่งอกงาม” มีคนมาขอเพลงผม แต่ร้องไม่ได้ก็มี บางเรื่องที่ไม่เสียหายมากก็ให้สิทธิ์เขาไป ส่วนลูกชาย ดร.ขจร ฝ้ายเทศ เขาก็มาทางนี้ได้ แต่เขาไปเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สอนเกี่ยวกับนิเทศศาสตร์ในคณะมนุษยศาสตร์ เขาไม่มีเวลามาทำเพลง คนทำเพลงต้องมีเวลากว้างๆ ส่วนลูกสาวก็มาทำขวัญนาคช่วยพ่อ แต่ไม่ได้ร้องเพลง งานหลักของผมตอนนี้คือ ทำขวัญนาค บายศรีสู่ขวัญเป้นงานหลัก ร้องเพลงเป็นงานรอง การบรรยายเป็นบริบท งานของผมอยู่เงียบๆ ไม่ออกสื่อเท่าใดนัก มีคนในวงการบางคน มาเห็นบุ๊กกิ้ง (สมุดจดคิวรับงาน) ยังบอกว่า คนที่โฆษณาปาวๆ ยังมีงานไม่เท่าผมเลย”



