
มองผ่านเลนส์คม-อิทธิฤทธิ์สื่อใหม่
เวลาที่นักวิชาการสื่อสารมวลชนเขียนบทความเกี่ยวกับ "สื่อสารการเมือง" มักจะพูดถึง "สื่อใหม่" เฉพาะอินเทอร์เน็ต แต่น้อยคนที่จะรู้จักภาพรวม "ทีวีดาวเทียม" หรือรู้เฉพาะช่อง "เอเอสทีวี" และ "ดี สเตชั่น"
แม้แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ กว่าจะตั้งหลักทำ "สงครามสื่อสารการเมือง" เวลาก็ล่วงผ่านนานกว่า 6 เดือน เมื่อ "เสี่ยตาล" สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงมือปรับผังรายการทอล์กหลังข่าวภาคค่ำ ช่อง 11 ซึ่งมีรายการอะไรบ้าง ก็คงได้ชมกันไปบ้างแล้วละมั้ง?
พูดก็พูดเถอะ มันคงช่วยรัฐบาลไม่ได้มากนักหรอก เนื่องจากพฤติกรรมการดูทีวีของชาวบ้านร้านตลาดเปลี่ยนไปเร็วมาก ดั่งที่เขียนถึงเรื่อง "สงครามความเชื่อ" เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ยิ่งตลาด "จานดาวเทียม" โตมากขึ้นเท่าใด ความนิยมใน "ฟรีทีวี" ก็จะลดลงเรื่อยๆ
อย่างในปัจจุบัน มีผู้ที่ติดตั้งจานดาวเทียมระบบ C-Band ประมาณ 3 ล้านจาน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1 ล้านจานในปีนี้ (ไม่นับรวมจานดาวเทียม KU-Band)
ผู้นำตลาดจานดาวเทียม C-Band (จานโปร่ง) คือ ค่ายพีเอสไอ (จานดำ) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 50% รองลงไปก็เป็นค่ายเอทีเอ็ม และค่ายไดน่าแซท
ส่วนจานดาวเทียม KU-Band (จานทึบ) มีหลายค่าย อาทิ จานแดงของทรูวิชั่นส์ และจานเหลืองของดีทีวี
แต่วันนี้ที่มาแรงคือ ค่ายไอพีเอ็ม หรือ จานส้ม!
เล่าลือกันว่า จานส้มเป็นตัวป่วนวงการคนขายจาน และรวมไปถึงพวกเคเบิลบ้านนอก
นอกจากราคาถูก รับชมได้มากกว่า 40 ช่อง(รวมฟรีทีวี) จานส้มยังมีระบบปรับช่องรายการ OTA (Over the Air Upgrading) และเครื่องที่รองรับได้ทั้ง 2 ระบบคือ C-Band และ KU-band
สมมติว่า คนรากหญ้าอยู่บ้านดงบัง (ไม่มี "ชิงกิ" ต่อท้าย) อยากดู "พีเพิลทีวี" ที่รับสัญญาณจานดาวเทียม KU-Band แถมรายการ "เพื่อนผองน้องพี่" , "ที่นี่เอ็มวี 5" และ "เพื่อประชาธิปไตย" ทางเอ็มทีวี ที่รับสัญญาณจานดาวเทียม C-Band ซื้อจานส้มเพียงจานเดียวก็คุ้มเกินคุ้ม
ที่ว่ามันกระทบเคเบิลบ้านนอก ก็เพราะจานดาวเทียมน่ะซื้อขาด ไม่ต้องจ่ายรายเดือน ด้วยเหตุนี้แหละที่พวกเคเบิลเรียกร้องให้แกรมมี่ผลิตรายการเฉพาะทีวีเสียเงินรายเดือน
เพราะขืนเล่นฟรีทูแอร์แบบนี้ ผู้ที่ได้เปรียบก็คือ พวกขายจานทีวีเสียเงินครั้งเดียวดูได้ตลอดชาติ!
เขียนมาเสียยาวยืดก็เพื่อจะบอกว่า การพัฒนาเทคโนโลยีได้ก้าวมาถึงจุดที่ไม่มีพรมแดนของชนชั้น เมื่อคนรากหญ้าสามารถเข้าถึง "สื่อใหม่" ที่ราคาถูกแสนถูก ทำนองเดียวกันกับการเกิดขึ้นของ "วิทยุชมชน" ที่ผุดขึ้นยิ่งกว่าหน่อไผ่ในป่าฝน
เครื่องมือสื่อสารอย่างวิทยุและทีวี ก็มิได้ผูกขาดอยู่ในมือของผู้มีอำนาจรัฐอีกต่อไป !
แคน สาริกา



