บันเทิง

ก้าวไปข้างหน้าอย่าลืมข้างหลังพลังความคิดของ‘เต้ย-พงศกร’

ก้าวไปข้างหน้าอย่าลืมข้างหลังพลังความคิดของ‘เต้ย-พงศกร’

07 มี.ค. 2558

"ก้าวไปข้างหน้าอย่าลืมข้างหลัง"พลังความคิดของ "เต้ย-พงศกร" : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง... เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล ภาพ.... วริศรา วุฒิกุล

 
 
          หากพูดถึงพระเอกหนุ่มหน้าไทยมาดเข้ม ที่น่าจับตามองในเรื่องฝีมือทางการแสดง เชื่อว่าคงมีชื่อของ "เต้ย" พงศกร เมตตาริกานนท์ เป็นหนึ่งในนั้น จากการฝากฝีไม้ลายมือเอาไว้ในละครอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "บางระจัน" ของค่าย "บรอดคาซท์" ซึ่งกำลังเดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย "คมชัดลึก" ขอคว้าตัวพระเอกหนุ่มมาดเข้มมา พูดคุยสะท้อนมุมมองความคิดของนักแสดงเลือดใหม่คนนี้
 
 
          @@พระเอกหน้าไทย
          ย้อนกลับไปตอนเริ่มต้นถ่ายทำ บางระจัน 
          ตอนที่ผมได้รับการติดต่อมาว่า จะได้เล่นละครเรื่องนี้ เราคิดก่อนเลยว่า จะได้เล่นเป็นตัวละครตัวไหนในวีรชน นายทองเหม็น หรือนายจันหนวดเขี้ยว แต่ปรากฏว่า ไม่ใช่ เพราะเป็นเรื่องของชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในบ้านคำหยาด ที่เดินทาง และอพยพคนจนกระทั่งไปรวมตัวกันอยู่ที่หมู่บ้านบางระจัน เพื่อจะสู้รบร่วมกับคนบ้านบางระจัน 
 
 
          ได้เล่นกับ "วาววา" ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด เป็นอย่างไรบ้าง 
          ช่วงแรกจะเขินๆ นะ เพราะวาเป็นคนแสดงออกมาจากความรู้สึก ผมเขิน เพราะเขาใช้อินเนอร์จริง วาจะบอกผมว่า ถ้าไม่รู้สึก เขาจะบอกให้ผมเล่นมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะเราจะได้ไปด้วยกัน รับส่งกันสนุกมาก 
 
 
          ในกองถ่าย เต้ย กับ วาววา ใครคุยกับใครเยอะกว่า
          ส่วนมากเวลาอยู่ในกอง ถ้าไม่ได้เข้าฉากวาจะนั่งเขียนไดอารี่ของเขา ไม่ค่อยมาคุยกับเราเท่าไหร่ เขาจะมีมุมส่วนตัว ผมก็เล่นกับพวกพี่ๆ ในกองไป แต่ถ้ามีบทต้องเข้าด้วยกัน ถึงจะได้มาต่อบทกัน อย่างในกองผู้ชายจะเยอะ มีพี่ๆ เต็มกอง ส่วนใหญ่คนที่เป็นหัวโจกคือพี่ปั้นจั่น (ปรมะ อิ่มอโนทัย) จะชอบแซวข่มรุ่นน้อง แต่คือแซวกันเล่นๆ (หัวเราะ)
 
 
          บางระจัน เรตติ้งกระฉูดตอนท้ายเรื่อง
          ขอบคุณผู้ชมทุกคนที่ติดตามบางระจัน เพราะผมและทีมงานทุกคนตั้งใจทำมาก รู้สึกดีใจ และหายเหนื่อย ตอนนี้เรื่องกำลังเข้มข้น และถึงจุดไคลแมกซ์แล้ว เหลืออีกแค่ตอนเดียว อยากให้ช่วยกันลุ้น และฝากติดตามด้วย 
 
          ลบคำสบประมาทได้
          คงเป็นเพราะทุกคนรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นักแสดงเรื่องนี้สนิทกันมากเลย ชีวิตจริงเราก็เหมือนกับชาวบ้านบางระจัน เพราะเรามาจากต่างถิ่น ไม่รู้จักกัน แล้วมาสนิทสนมกันจากละครเรื่องนี้ สุดท้ายคือทุกคนตั้งใจทำงาน เพื่อให้คนดูได้รู้ถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ชาติไทยว่าเป็นยังไง อยากให้คนได้ศึกษา และไม่ลืมแผ่นดิน มีความสามาคคีกันมากขึ้น อยากให้รู้จักคำว่า "ไทย" มีความหมายอย่างไร มันคือการที่เราไม่เป็นทาสของใคร  
 
 
          @@คู่จิ้น "บ้านระจัน" 
          มีกระแสคู่จิ้นกับ วาววา
          เราเป็นคู่จิ้นแห่งบ้านระจัน ฟินกันทั่วพระนคร ถามว่าจิ้นแล้วมีความจริงด้วยมั้ย คือเรามีความสนิทสนมกันมากขึ้น อย่างล่าสุดเราไปดูคอนเสิร์ตพี่เบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) ไปกับทีมบรอดคาซท์ด้วย ตอนนี้ผมกับวาเป็นเพื่อนกัน ให้ไปฟินกันในละครดีกว่า เรามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "คู่ชิ้น" เป็นภาษาโบราณเหมือนเป็นเนื้อคู่กัน เป็นแฟนกันในเรื่องนะ คล้ายๆ คู่จิ้นแหละ 
 
 
          ในอินสตาแกรมลงรูปคู่กันบ่อยมาก 
          อ๋อ..ให้แฟนคลับฟินไง ตามคำเรียกร้องของแฟนคลับ เราเลยจัดให้ ไม่มีอะไรหรอก 
 
 
          วาววา อวยพรวันเกิดให้ เต้ย หวานมาก ว่า "my love"
          ใช่  เขาเซอร์ไพรส์ผมมาก ดีใจมากๆ เลย ถามว่าผมตอบกลับไปหวานเหมือนกัน ก็ใช่ ถามว่ามีอินเนอร์จากชีวิตจริงมั้ย ไม่หรอก ให้ไปฟินกันในละครดีแล้ว เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ (ยิ้ม) 
 
 
          @@ประชันกับ 2 นางเอก
          ละครเรื่อง "กำไลมาศ" ต้องเล่นกับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ และ "จุ๋ย" วรัทยา นิลคูหา 
          ช่วงแรกๆ ผมเกร็งนะ แต่ตอนนี้เริ่มหายเกร็ง รู้สึกฟิตอยากจะเข้าไปกองถ่าย ผมคิดว่าผมโชคดีมาก จังหวะและดวงดี ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส เพราะว่าด้วยความที่เป็นละครฟอร์มยักษ์แล้วเราเป็นนักแสดงใหม่ด้วย แต่ผู้ใหญ่ไว้ใจให้เรามาเล่น 
 
 
          เต้ย กลัวในการเข้าฉากกับรุ่นพี่ไหม
          ตื่นเต้นมากกว่า ผมคิดว่าการเป็นนักแสดงไม่มีคำว่าอายุนะ เพราะนักแสดงต้องเล่นเป็นคนแก่ได้ เล่นเป็นเด็กได้ ไม่ว่าจะเล่นอยู่ในยุคปัจจุบัน อดีต หรือ อนาคต เหมือนนักแสดงฮอลลีวู้ด เขาถึงเรียกว่านักแสดง อย่างตัวผมก็ต้องทำให้ได้ เพราะเราอยากเป็นนักแสดง ไม่ได้อยากเป็นดารา ได้เล่นกับรุ่นพี่เก่งๆ อย่างพี่จุ๋ย พี่เจนี่ ถือว่าโชคดีมาก ทำให้ผมพยายามพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเป็นตัวถ่วงพี่ๆ ในการทำงาน 
 
 
          ผู้ใหญ่อย่าง "หน่อง" อรุโณชา ภาณุพันธ์ เอ็นดู
          ต้องขอบคุณพี่หน่องมาก ถามว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงเอ็นดูผม คือผมตอบไม่ได้เหมือนกัน เรื่องนี้ต้องให้คนอื่นเป็นคนตอบ แต่พี่หน่องอาจจะอยากให้ผมลองเปลี่ยนคาแรกเตอร์ มาเล่นละครที่เป็นปัจจุบันดูบ้าง เพราะในเรื่อง กำไลมาศ จะมีช่วงที่เป็นพีเรียดนิดหน่อย แล้วตัดสลับกลับมาปัจจุบัน ยิ่งผู้ใหญ่ให้โอกาสมากเท่าไหร่ ผมยิ่งต้องพัฒนาฝีมือมากขึ้น ทำให้เขาเห็นว่าเราทำได้ 
 
 
          @@เริ่มต้นจากบทรอง 
          จุดเริ่มต้นของ เต้ย ไม่ได้มาจากพระเอก
          ผมเล่นละครเรื่องแรกคือคุณชายรัชชานนท์ รับบทเป็น "จ่อย" ไม่ได้มาจากพระเอก แต่ผู้ใหญ่ให้โอกาสผมมาเรื่อยๆ จากนี้ไปเหลือแค่ว่า คนดูจะให้โอกาสผมได้เดินต่อหรือเปล่า    
 
 
          หลังจากจบรัชชานนท์ เต้ย หายหน้าไปพักหนึ่ง 
          ใช่ เพราะผมได้เล่นแต่ละครประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์หมดเลย "พันท้านนรสิงห์" ก็ฟอร์มใหญ่ และมาบางระจัน ต้องใช้เวลาถ่ายทำเป็นปี แต่ระหว่างนั้น ผมไม่ได้หายไปไหนหรอก ผมมีไปถ่ายหนังด้วย เรื่อง "Love is" เล่นกับ ฟาง (ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์)
 
 
          "พันท้านนรสิงห์" สรุปยังไม่ได้ออนแอร์  
          เรื่องนี้ ถ้าถามมา ผมก็คงตอบแบบเดิมว่า แล้วแต่ผู้ใหญ่ เพราะผมเป็นแค่นักแสดงคนหนึ่งในเรื่อง เราทำหน้าที่ของตัวเองจบไปแล้ว แต่ถามว่าอยากให้ออนแอร์มั้ย ในฐานะนักแสดงผมต้องอยากให้ได้ฉายอยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ใหญ่ และทางช่องด้วย ถามว่าแอบเสียดายมั้ย ถ้าไม่ได้ฉาย คงต้องมีบ้าง 
 
 
          เต้ยมีความสุขกับชีวิตการเป็นนักแสดงไหม 
          มีความสุขมาก ชีวิตหนึ่งเกิดมา แต่คุณได้เป็นคนหลายคนมาก ไม่ได้เป็นแค่เต้ยคนเดียว เราได้เป็นนักแสดง มันเปรียบเสมือนเป็นครูได้ด้วย อย่างเราได้เล่นละครประวัติศาตร์จะถ่ายทอดให้เด็กๆ ดูได้ว่า ละครมีแง่คิดอย่างไร เพราะบางคนอาจจะไม่รู้ว่า อะไรถูกหรือผิด ถ้าได้เล่นเป็นตัวละครที่ค้ายา เราต้องทำให้คนรู้ว่าอาชีพนี้ไม่ดี มีถูกผิดอย่างไร 
 
 
          @@ตัวตนของ "พระเอก"
          ตัวตนจริงๆ ของเต้ย เป็นแบบไหน
          ผมเป็นคนชอบวางแผนล่วงหน้าว่า จะทำอะไรบ้าง เป็นคนมีระเบียบ รักครอบครัวและตั้งใจทำงานมาก บางทีตั้งใจมากเกินไป จนทำให้การแสดงปั่นป่วน เพราะบางครั้งเราตั้งใจแสดงมากเกินไป มันจะทำให้ดูจงใจ ผมเป็นคนชอบเก็บเงิน แต่ทุกวันนี้ให้แม่เก็บ แม่จะเป็นคนคุมบัญชี  
 
 
          แม่ภูมิใจมากไหมกับทุกวันนี้
          แม่ภูมิใจมาก เพราะว่าแม่อยากให้ผมเป็นดาราตั้งแต่เด็ก (หัวเราะ) อยากให้เป็นเหมือนพี่เคน (ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) แม่อยากให้ผมมาทางนี้ แต่ตัวผมอยากเรียนทันตแพทย์มากกว่า แต่สุดท้ายผมเข้ามาประกวดเวที ดิไอดอล เพราะแม่อยากให้ประกวด แล้วปรากฏว่าได้ เลยได้เข้าช่อง 3 มาเรียนการแสดง ปรับบุคคลิกภาพ และกว่าจะได้เล่นละครเรื่องแรก ผมใช้เวลาในการฝึกเกือบ 2 ปี  
 
 
          เข้ามาทำงานในวงการ เต้ย วางกรอบให้ตัวเองเยอะมั้ย
          ไม่เยอะนะ เพราะผมเป็นคนไม่เที่ยวอยู่แล้ว มีดื่มบ้าง เวลามีงานสังสรรค์ แต่ไม่ได้ใช้ชีวิตสุดขนาดนั้น ผมเป็นคนที่รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด เพราะผมเคยเป็นเด็กไม่ดีมาก่อน ติดเกมส์ หนีเรียน พอรู้ว่าไม่ดี เราก็ไม่ทำ ผมผ่านช่วงที่เฮี้ยวและซนมาหมดแล้ว ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ผมเคยอยู่ซอยหอพัก ได้เห็นเพื่อนเที่ยวกินเหล้า พอมาทำงาน เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้ว่าต้องตั้งใจทำงาน เพราะไม่ใช่เด็กแล้ว    
 
 
          เต้ย เป็นคนตั้งเป้าให้กับชีวิตเยอะ
          ใช่ ถ้าทำให้ขี้เหร่ที่สุดคือ เท่าเดิม แต่ห้ามน้อยกว่าเดิม เพราะเรื่องของการแสดง เราต้องพัฒนาไม่มีที่สิ้นสุด ทุกวันนี้ผมได้ก้าวขึ้นมาอีกก้าวหนึ่ง ถ้าเป็นการขึ้นบันได เราต้องเดินขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนพี่อ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) เคยบอกเอาไว้ว่า เราต้องก้าวไปข้างหน้า แต่อย่าลืมตัวเอง ต้องหันมามองข้างหลังด้วยว่า เราเคยมาจากตรงไหน อย่าลืมตัว ตรงนี้ผมจะจำไว้ตลอด
 
 
          @@หัวใจมีใครซ่อนอยู่ 
          เต้ย มีสาวเข้ามาคุยบ้างไหม
          มีคุย เป็นเพื่อนกันมากกว่า เพราะเรายังไม่พร้อมที่จะดูแลใคร ผมยังไม่มีเวลาให้คนที่เราจะเรียกว่าคนพิเศษ เราอย่าเรียกใครว่าแฟนเลย ถ้าเรายังไม่มีเวลาให้เขา ไม่มีเวลาดูแล ไม่มีเงินที่จะเลี้ยงดูเขา
 
 
          บางคนจะรู้สึกว่า มีปั๊ปปี้เลิฟบ้าง ก็ได้นะ 
          เหมือนเรายังเด็ก และคิดว่าต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ ผมยังมีภาระหน้าที่ ต้องปลดหนี้ให้ที่บ้านก่อน เพราะผมซื้อบ้านให้คุณพ่อคุณแม่ ยังไม่อยากมุ่งทางนั้น ขอทำงานที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสให้ดีก่อนดีกว่า 
 
 
          ต้องมีคนเข้ามาบ้าง
          มีคนเข้ามาให้กำลังใจกันมากกว่า ถ้าจะถามว่า มีคนตกลงกันว่าจะเป็นแฟนมั้ย ผมต้องตอบว่าไม่ เพราะเราอยากทำงานในช่วงที่เรายังมีโอกาส คุณแม่บอกผมว่า ผู้หญิงจะหาตอนไหนก็ได้ เพราะผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชายตอนนี้ (หัวเราะ) ผมเชื่อแม่นะ
 
          มุ่งมั่น จริงจัง ตั้งใจ นี่แหละ เต้ย!!
 
.......................................
 
ชื่อ : พงศกร เมตตาริกานนท์
ชื่อเล่น : เต้ย 
เกิด : 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 
การศึกษา : ปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาโฆษณา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 
ผลงานที่ผ่านมา : สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์, พันท้ายนรสิงห์ 
ผลงานปัจจุบัน : บางระจัน 
 
........................................
(หมายเหตุ "ก้าวไปข้างหน้าอย่าลืมข้างหลัง"พลังความคิดของ "เต้ย-พงศกร" : บันเทิงวันเสาร์  เรื่อง...  เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล  ภาพ....  วริศรา วุฒิกุล
)