บันเทิง

'เทสลากับเพลงของเทสลา'

'เทสลากับเพลงของเทสลา'

05 มี.ค. 2558

'เทสลากับเพลงของเทสลา' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ

 
          หากคุณมีวงดนตรีของตัวเองสักวง คุณจะตั้งชื่อว่าอะไร?
          
          ต้นทศวรรษ 80 กลุ่มนักดนตรีฝีมือดีจากเมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ฟอร์มวงดนตรีแนวเฮฟวีเมทัตัลของตัวเองขึ้นมา ในตอนแรกพวกเขาตั้งวงชื่อแบบค่อนข้างสิ้นคิดว่า City Kidd แต่พอถึงเวลาที่พวกเขาได้โอกาสออกอัลบั้มจริงจัง วงดนตรีวงนี้ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น Tesla
 
          พออัลบั้มแรกของพวกเขา Mechanical Resonance ออกวางจำหน่ายในปี 1986 เวลามีสื่อมวลชนถามถึงความหมายของชื่อวง หนุ่มผมยาวกลุ่มนี้ก็จะบอกว่า มันมาจากชื่อของ นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla) - คนสำคัญที่โลกลืม
 
          นิโคลา เทสลา ถือเป็นมนุษย์มหัศจรรย์คนหนึ่งของมวลมนุษยชาติ เขาเป็นสุดยอดนักประดิษฐ์, นักฟิสิกส์, วิศวกรไฟฟ้า, วิศวกรเครื่องกล และเป็นคนที่ห่วงใยมวลมนุษยชาติอย่างลึกซึ้ง เทสลาเกิดในดินแดนที่ปัจจุบันคือสาธารณรัฐโครเอเชียเมื่อปี 1856 เขาฉายแววนักประดิษฐ์มาตั้งแต่วัยเด็ก ในช่วงแรกของชีวิตเทสลาผ่านประสบการณ์แปลกประหลาดหนักหนามาไม่น้อย อย่างเช่นการป่วยเป็นอหิวาห์ตกโรค หรือการพบว่าตัวเองมีพลังจิต เขายังเคยหลบหนีการเกณฑ์ทหารไปอยู่ในป่าแล้วเอาแต่อ่านหนังสือจนกลายเป็นหนอนหนังสือตัวยง ต่อมาเขาก็เริ่มติดการพนันแล้วหนีออกจากวิทยาลัย ในช่วงนี้เขายังเริ่มป่วยด้วยโรคจิตเภทอีกด้วย นับว่าเป็นชีวิตที่มีสีสันฉูดฉาดไม่เบาสำหรับเด็กหนุ่มจากประเทศเล็กๆ ในยุโรปคนหนึ่ง
 
          หนุ่มน้อยนิโคลาเริ่มต้นชีวิตการงานในบริษัทโทรศัพท์ เขาเริ่มฉายแววการเป็นนักประดิษฐ์ออกมาอีกครั้ง พออายุกลาง 20 เทสลาก็สามารถสร้างไดนาโมที่สร้างกระแสไฟฟ้าสลับ (AC) ขึ้นมาได้ ถือเป็นเทคโนโลยีขั้วตรงข้ามที่พัฒนามาพร้อมๆ กับไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ของ โทมัส เอดิสัน ในยุคนั้นเลยทีเดียว
 
          ปี 1882 เทสลาเริ่มทำงานในบริษัทของคนดังอย่าง โทมัส เอดิสัน ที่ฝรั่งเศส เทสลาใช้มอเตอร์กระแสไฟฟ้าสลับของเขาช่วยให้บริษัทสามารถทำสัญญาผลิตไฟฟ้าในเมืองสตราสบวร์กได้ เป็นผลให้เขาได้ย้ายไปทำงานที่บริษัทแม่ในนิวยอร์ก แต่เมื่อได้มาทำงานกับสุดยอดนักประดิษฐ์แห่งยุค เทสลาก็มีความเห็นไม่ตรงกับเอดิสันอีก จนทำให้เขาตัดสินใจแยกตัวออกมาเพื่อเริ่มต้นหาหนทางใหม่ให้กับชีวิตของตัวเอง เขาได้พบกับนายทุนที่พร้อมสนับสนุนให้เขาเปิดบริษัทของตัวเอง แล้วเทสลาก็กลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเอดิสันในที่สุด
 
          ต่อมาเทสลาก็จับมือกับคู่แข่งคนสำคัญของเอดิสันอีกคนคือ จอร์จ เอสติ้งเฮาส์ เกมการต่อสู้ระหว่างไฟฟ้ากระแสตรงกับกระแสสลับเป็นไปอย่างดุเดือด เอดิสันทั้งใส่ร้ายป้ายสีระบบไฟฟ้าของเทสลาอย่างกว้างขวาง เพราะอยากให้ผลงานของคู่แข่งมีภาพลักษณะที่น่ากลัว แต่ในที่สุดไฟฟ้ากระแสสลับก็เป็นฝ่ายชนะ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่สะดวกกว่าและสิ้นเปลืองน้อยกว่า จึงได้กลายเป็นเทคโนโลยีสำหรับโลกสมัยใหม่ไป
 
          เทสลายังเป็นอัจฉริยะผู้ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งของและเทคโนโลยีที่น่าทึ่งอีกมากมาย เขาเป็นผู้ประดิษฐ์ขดลวดเทสลา (Tesla Coil) และค้นพบวิธีการเปลี่ยนสนามแม่เหล็กเป็นสนามไฟฟ้า เขาสร้างวิธีการสื่อสารแบบไร้สาย (Wireless Communication) และยังเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้กับรีโมทคอนโทรลอีกด้วย รวมตลอดชีวิตเขาจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ไว้ถึงกว่า 300 รายการ!
 
          แต่เทสลาเป็นนักประดิษฐ์ที่ไม่สนใจเรื่องทางธุรกิจโดยสิ้นเชิง เขาถูกคนโกงหลายครั้ง แถมเขายังมีบุคลิกแปลกๆ ประเภทย้ำคิดย้ำทำ เขายังเกลียดการถูกเนื้อต้องตัวจนถึงขนาดที่ไม่ยอมมีคู่ครอง เทสลายังชอบนอนโรงแรม และเลขที่ห้องที่เขาเลือกนอนก็จะต้องหารด้วยเลข 3 ลงตัวด้วย 
 
          เมื่ออายุ 50 ชีวิตการงานของ นิโคลา เทสลา ก็มาถึงทางตัน เขาถูกนายทุนหลอกให้เซ็นสัญญาที่มีผลผูกมัดไม่ให้เขาได้ค้นคว้าระบบไฟฟ้าไร้สายต่อ หลังจากนั้นเทสลาก็หมดเนื้อหมดตัวและกลายเป็นเพียงอดีตนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่มีนักข่าวไปถามความเห็นเรื่องเทคโนโลยีหรือเรื่องโลกอนาคตเป็นระยะๆ เท่านั้น 
 
          จุดอ่อนของเทสลาคือเขาไม่เข้าใจสังคมมนุษย์เอาเสียเลย แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นของเทสลาก็คือการที่เขาห่วงใยมนุษยชาติอย่างจริงจัง สิ่งประดิษฐ์หลายอย่างของเขาเริ่มต้นขึ้นเพราะเขาเพียงอยากให้มนุษย์ได้อยู่กับโลกนี้ไปนานๆ โดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างสิ้นเปลือง ในช่วงสุดท้ายของชีวิต เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น เทสลาพยายามติดต่อกับรัฐบาลสหรัฐเพื่อเสนออาวุธที่เขาเรียกว่า ‘โทรกำลัง’ ซึ่งสามารถส่งรังสีไปทำลายศัตรูผู้รุกรานประเทศได้ในระยะไกล แต่ในห้วงเวลานั้นจะมีใครยอมฟังคนแก่สติเฟื่องบุคลิกแปลกๆ กันเล่า ไม่กี่วันถัดมาเทสลาก็เสียชีวิตอย่างเดียวดายในห้อง 3327 ของโรงแรมแห่งหนึ่งในนิวยอร์กด้วยอาการหัวใจล้มเหลว เขาอำลาโลกนี้ไปด้วยวัย 86 ปี
 
          รัฐบาลสหรัฐพยายามเก็บเอกสารเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์และทฤษฎีต่างๆ ของเทสลาไว้เป็นความลับ ซึ่งนอกจากจะมีผลให้ชื่อของเทสลาหายจากสาธารณชนไปอย่างยาวนานแล้ว ก็น่าจะไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรกับอเมริกานัก เพราะต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าที่จะมีนักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังตามบางความคิดของเทสลาทัน
 
          ชื่อของเทสลาถูกลืมไปอย่างยาวนาน แต่สิ่งที่เขาสร้างไว้ให้โลกนี้มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะถูกลืมไปอย่างหมดจด จนผ่านไปหลายสิบปี ชื่อของเขายังถูกพูดถึงในแวดวงวิทยาศาสตร์ และยังค่อยๆ ถูกนำมาพูดถึงในสื่อต่างๆ มากขึ้นๆ เขากลายเป็นวีรบุรุษของโครเอเซีย กลายเป็นรูปในธนบัตรของยูโกสลาเวีย กลายเป็นชื่อของหน่วยวัดสนามแม่เหล็ก กลายเป็นชื่อของดาวเคราะห์ กลายเป็นชื่อของบริษัทสร้างรถยนต์ไฟฟ้า กลายเป็นชื่อรางวัลทางวิทยาศาสตร์
 
          และกลายวงดนตรีเฮฟวีเมทัลชื่อ Tesla ด้วย
 
          หลังออกอัลบั้มแรก วงเทสลาก็มีชื่อเสียงขึ้นตามลำดับ พวกเขามีเพลงดังระดับท้วมๆ อยู่หลายเพลง หลายๆ ครั้งเมื่อให้สัมภาษณ์ หนุ่มๆ วงเทสลาจะพูดถึงคุณูปการของ นิโคลา เทสลา ด้วย จนเมื่อถึงอัลบั้มชุดที่ 3 วงเฮฟวี่เมตัลวงนี้ก็เลยแต่งเพลงที่ว่าด้วยชีวิตของยอดนักประดิษฐ์ที่โลกลืมคนนี้เสียเลย
 
          เพลงนี้ชื่อว่า Edison's Medicine อยู่ในอัลบั้ม Psychotic Supper ที่ออกวางขายในปี 1991
 
          ใน Edison's Medicine นักร้องนำ เจฟฟ์ คีธ (Jeff Keith) ร่ายเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตของ นิโคลา เทสลา โดยถ้อยคำที่ใช้ในเพลงเหมือนกับเป็นการพูดตอกหน้า โทมัส เอดิสัน - คู่แข่งตลอดกาลของเทสลา
 
          “'Cause he was Lord of the Lightning,
          Though socially frightening,
          But never out to sell.”
 
          วงเทสลาบอกว่า นิโคลา เทสลา คือเจ้าแห่งสายฟ้า และไม่เคยขายวิญญาณให้กับธุรกิจใดๆ และยังเอาสมญานามที่ใครๆ มักจะเรียกเทสลาว่าเป็น ‘ผู้มาก่อนกาล’ มาใส่ไว้ในเพลงอีกด้วย
          
          “Nor did the man outta time, man outta time.
          Thought you was crazy, you was one of a kind.
          Man outta time, man outta time.
          All along, world was wrong, you was right.”
 
          บทเพลงมาถึงจุดพีกในท่อนฮุกที่ร้องว่า "Edison's medicine!”
 
          คำว่า Edison's medicine เป็นวลีที่หมายถึงการบำบัดด้วยการใช้ไฟฟ้าช็อต และแม้จะมีชื่อของเอดิสันอยู่เต็มๆ แต่ความหมายก็คลุมเครือว่าจะบอกให้เอดิสันไปรักษาสภาพจิตตัวเอง (ด้วยการช็อตไฟฟ้า) เสียเถอะ หรือหมายความว่าเทสลาคือ ‘ยา’ ที่ใช้รักษา ‘เชื้อโรค’ ที่ชื่อเอดิสันก็ได้
 
          ในแง่ดนตรี เพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงร็อกที่เด็ดดวงมากๆ เพลงหนึ่ง จังหวะมั่นคง ดนตรีมีลูกเล่นเพียบ เสียงร้องแหลมสูงทรงพลัง กีตาร์โชว์ลีลาลวดลายเต็มที่ บางช่วงบางตอนยังมีการเล่นกีตาร์ให้เป็นเสียงหอนๆ หลอนๆ เหมือนสรรพเสียงในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์เสียด้วย
 
          นิโคลา เทสลา เกิดไม่ทันยุครุ่งเรืองของดนตรีเฮฟวีร็อก แต่สำหรับคนที่มาก่อนกาลอย่างเขา เชื่อว่าหากมีโอกาสได้ฟัง เทสลาจะต้องชื่นชอบเพลงที่แต่งเพื่อเขาโดยวงดนตรีชื่อเดียวกับตัวเองเพลงนี้แน่ๆ
 
          ปัจจุบันวงร็อกชื่อเทสลายังคงทำงานเพลงออกมาเรื่อยๆ แม้ว่าวงการดนตรีจะผ่านพ้นยุคสมัยของวงเฮฟวีเมทัลผมยาวมาเนิ่นนาน บทเพลงของพวกเขาก็ยังมั่นคงกับแนวทางเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง ดูเหมือนว่าวงดนตรีวงนี้จะกลายเป็นวงที่ตกยุคไปเสียแล้ว แต่พวกเขาก็คงไม่แคร์เรื่องยุคสมัยเท่าไหร่ เพราะเพลงของวงเทสลายังคงเป็นเฮฟวีเมทัลที่เด็ดดวงอยู่เสมอ 
 
          วงเทสลาก็คงเหมือนกับ นิโคลา เทสลา ที่ไม่เคยสนใจยุคสมัยเช่นกัน
 
.......................................
(หมายเหตุ 'เทสลากับเพลงของเทสลา' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ)