
Eat play life:'เรื่องซ่อนเร้นพรีเมียร์ลีก'
03 มี.ค. 2558
'เรื่องซ่อนเร้นพรีเมียร์ลีก' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
อดีตที่สีเสื้อของแต่ละทีมแตกต่างกันเพียงเพื่อที่จะแยกสองทีมออกจากกันจบลงแล้ว ทุกวันนี้ “สีของเสื้อบอล” ทำหน้าที่ไปไกลมาก ไกลกว่าหน้าที่ดั้งเดิมตามปกติ ในบางครั้งทีมเยือนก็ถูกบีบให้สวมเสื้อสีที่ต่างจากปกติอันเนื่องมาจากการขาดความพร้อมในการเตรียมเสื้อผ้าและการใส่เสื้อสีชนกันแบบไม่มีใครคาดคิด เสื้อฟุตบอลนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละสโมสร ก็ยังมีความเชื่อเชิงโชคลางว่า เมื่อไหร่ที่ทีมฟุตบอลสวมเสื้อที่ออกแบบมาอย่างดี มีความสวยงาม นักบอลมักจะเล่นได้ดีขึ้นและประสบความสำเร็จ
ผลลัพธ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นในฤดูกาลหลังจากที่สโมสรพบผู้ผลิตเสื้อรายใหม่ อย่างอื่นที่มีการใช้เสื้อบอลในความหมายอื่นๆ ก็เช่น “การใช้เสื้อ” เป็น “อุปกรณ์ในการเฉลิมฉลองการยิงประตู” ที่ร้อนแรงที่สุด คือ การฉีกเสื้อออกแล้วโบกไปมาด้วยความปีติเปรียบเสมือนธงแห่งชัยชนะ ซึ่งเป็นการสร้างความเกลียดชังจากฝ่ายตรงข้าม พร้อมกับกระตุ้นความศรัทธาของแฟนคลับที่กำลังชมการแข่งขันอยู่
ข้อตกลงทางการค้าเรื่องการผลิตชุดกีฬาและการสนับสนุนทางการเงินเป็นกำไรอย่างงามของสโมสร สัญญา 15 ปีของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ไนกี้ ลือกันว่า มีมูลค่าสูงถึง 300 ล้านปอนด์ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ข้อตกลงเหล่านี้สำคัญและส่งผลถึงรายได้มหาศาลของผู้เล่นแต่ละคน ข้อเท็จจริงว่าด้วยเรื่องเสื้อฟุตบอลแบบ “ร่วมสมัย” ที่มีข้อได้เปรียบทางการเงินแนบมาพร้อมกับโลโก้ของผู้สนับสนุน เป็นปัญหาเพียงอย่างเดียวของดีไซเนอร์ (ไม่ใช่ปัญหาของนักกีฬาหรือแฟนคลับ)
สำหรับนักฟุตบอลแล้ว โลโก้เหล่านี้เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งในเครื่องแบบ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม และสำหรับแฟนคลับเครื่องหมายการค้าก็เปรียบเป็นเครื่องยืนยันความจงรักภักดีและการอุทิศตนของพวกเขา ไม่ใช่สิ่งที่น่าละอายเหมือนที่ผู้สนับสนุนบางส่วนเคยกล่าวไว้ในอดีต
บ่อยครั้งที่ “แบรนด์ผู้สนับสนุน” จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับสโมสรในทางใดทางหนึ่ง โดยเฉพาะในกรณีที่สปอนเซอร์อยู่กับทีม “มากกว่าหนึ่งปี” ...การเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ของทีมใดทีมหนึ่ง มีข้อด้อยตามมาเหมือนกัน คือ เมื่อแฟนบอลคู่แข่งไม่ชอบทีมใดทีมหนึ่ง “พวกเขา” จะ “บอยคอตสินค้า” ที่เป็นผู้สนับสนุนทีมฝั่งตรงข้าม (ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ แฟนทีมสเปอร์ส ประกาศหน้าสนามว่า จะไม่ใช้เครื่องเสียงยี่ห้อ JVC และผับในแมนเชสเตอร์ ไม่มียอดขายของเบียร์คาร์ลสเบอร์ก หรือแฟนหงส์ก็คงไม่ใช้ประกันของ AIG ในช่วงปี 2007-2010)
เมื่อมีการสำรวจความเห็นของแฟนบอลว่า สปอนเซอร์สินค้าอะไรที่พวกเขาไม่ปรารถนา จะเห็นมันบนหน้าอกเสื้อทีมโปรด “ตราบริษัทประกันภัย” ถูกปฏิเสธมาเป็นอันดับหนึ่ง (และกล้องถ่ายรูปมาเป็นที่สอง) อย่างไรก็ดี กล่าวสรุปอย่างที่สุด เสื้อบอลจะมีสปอนเซอร์อะไรก็ตาม ไม่สำคัญเท่ากับว่า ถ้าทีมชนะเลิศ เงื่อนไขขี้แยก็ไม่มีใครสนใจ
แต่เมื่อการสำรวจออกมา คู่แฟนที่ปฏิเสธฝ่ายตรงข้ามมากที่สุดก็คือ แฟนของ "สเปอร์ส กับ อาร์เซนอล" ที่ทุกวันนี้ยังแดกดันกันเรื่อง "ที่มา" หรือแม้แต่สปอนเซอร์บนหน้าอกจะเปลี่ยนกันไปนานแล้ว ว่ากันว่าทั้งสองทีมก็ยังไม่ใช้แบรนด์ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่บนหน้าอกเสื้อของอีกฝ่ายหนึ่ง ...มายาวนาน
.......................................
(หมายเหตุ 'เรื่องซ่อนเร้นพรีเมียร์ลีก' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



