
ขบคิดขีดเขียน:'สังคมดงผีดิบ'
24 ก.พ. 2558
'สังคมดงผีดิบ' : คอลัมนื ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
เคยอารมณ์ดีๆ อยู่แล้วมีคนมาทำให้พังครืนบ้างไหมคะ?
เชื่อว่าคงเคยเจอกันมาแทบทุกคน วันนี้หญิงยศเจอชนิดที่เรียกว่าเจอซ้ำเจอซ้อน กู้อารมณ์ตามจิตกลับมากันแทบไม่ทัน ครั้งแรกเป็นการขอสัมภาษณ์จากนักข่าวคนหนึ่ง (ย้ำว่าคนเดียว) ที่หน้ายิ้ม แต่เอาแต่ยิงคำถามที่เรียกว่ากะจะกวนให้เกิดน้ำโหอย่างชัดเจน จุดนี้จรรยาบรรณไม่ขอถามถึงละ อยากได้แค่มารยาทขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่เราก็เข้าใจว่ามันคงเป็นเกมอย่างหนึ่งที่จะทำให้เขาได้ข่าวอะไรติดมือกลับไปบ้าง ผิดแค่หญิงยศไม่เล่นเกมนี้ด้วย เราเจอกับนักข่าวมาตั้งแต่สมัยคุณแม่ แค่นี้ไม่ใช่ปัญหา แต่ถามว่าใจมันขุ่นมัวขึ้นมาบ้างไหม ตอบเลยว่ามาก ตัดใจพยายามไม่เอามาเป็นอารมณ์ ขับรถมาทานข้าว ก็มีเหตุให้ต้องขุ่นใจอีก เมื่อพนักงานที่ร้านไม่มีความพยายามที่จะจัดโต๊ะให้เรา พยายามจะจัดให้นั่งแยกกันตลอดเวลา ซึ่งเท่าที่เรามองดู และเคยทำหน้าที่จัดโต๊ะให้ร้านอาหารมา เห็นว่าสามารถทำได้ง่ายๆถ้าไม่มักง่ายจนเกินไปนัก เราเข้าใจหากต้องรอนานอีกนิด แต่ได้นั่งทานอาหารรวมกันเป็นโต๊ะเดียว ถ้าไม่ได้นั่งด้วยกันก็ต่างคนต่างนั่งทานอยู่ที่บ้านก็ได้ไหม ไม่ต้องฝ่ารถติดมาถึงร้านอาหารนี่ ในฐานะผู้ให้บริการ คุณควรจะมีการสื่อสารกับลูกค้าอย่างมีมารยาทมากกว่านี้สักหน่อย...
เอ๊ะ.. มารยาทอีกแล้วสินะ มันคือสิ่งที่ขาดหายไปในการดำรงชีพของเราหรือเปล่า?
เวลาเจอคนที่ใช้วิชาชีพของตัวเองมาทำให้เกิดปัญหาอย่างที่กล่าวมานี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนหญิงยศเหวี่ยงขาดใจเลยค่ะ เอาสิ สู้กันหน่อย ความยุติธรรมมันต้องมี มารยาทสังคมมันต้องเกิด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์ต่างๆมันมากขึ้น ทำได้เพียงแค่หยิบแว่นตาดำขึ้นมาใส่เท่านั้น ไม่ได้บ้าหรอกนะคะ เพียงแต่คิดว่าควรจะปกปิดดวงตาตัวเองไว้ ก่อนที่คนเหล่านี้จะเห็นแววตาสงสารจากเรา สงสารพวกเขาจริงๆ นะคะ สงสารความคิดไม่ได้และเลือกที่จะเอาความมักง่ายมากลบเกลื่อน
คนที่มีอำนาจอยู่ในมือแต่เลือกที่จะใช้มันไปในทางที่ไม่ส่งให้เกิดผลประโยชน์กับคนอื่น เอาแค่ประโยชน์ของตัวเอง หรือเพื่อให้ตัวเองทำงานง่ายขึ้น สังเกตให้ดีนะคะ คนพวกนี้คือคนที่ชอบบ่นด่างานของตัวเองในออฟฟิศ เพราะอะไรทราบไหมคะ คนเหล่านี้ไม่เคยได้ลิ้มรสชาติของความสุขล้นที่มันเกิดจากการทำงานให้สำเร็จ บรรลุจุดประสงค์ในแบบที่มันควรจะเป็น ความฟินที่เราได้ทำงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งกับตัวเองและกับผู้อื่น และทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด ความสุขที่ได้รับจากการได้รับรอยยิ้มและคำขอบคุณจากคนที่คุณให้บริการหรือทำงานร่วมด้วย คนพวกนี้เหมือนผีดูดเลือดนะคะ ที่ได้แต่ดูดเลือดจากคนนู้นคนนี้ สิ่งสุดท้ายที่ได้เห็นคือแววตาของคนที่โดนสูบเลือดไปจนหมดตัว แววตาที่บางครั้งโกรธ บางครั้งกลัว หลายครั้งเป็นคำถามว่ามาทำกันแบบนี้เพื่ออะไร พวกเขาจะทำงานของตัวเองให้เสร็จ ยินดีกับความสุขช่วงสั้นๆ แล้วก็กลับไปอยู่กับความหนักหน่วงในใจ เพราะรู้ทั้งรู้อยู่ลึกๆว่าความสำเร็จที่ได้มานั้น มันไม่น่าชื่นชมยินดี น่าเศร้าที่มีคนหลายคนเลือกที่จะเสพย์ความสำเร็จแบบนี้ เพราะอะไรทราบไหมคะ? เพราะมันง่าย และยิ่งเราฝึกให้ตัวเองคุ้นชินกับการทำงานง่ายๆ คุ้นเคยกับการทำร้ายคนอื่น เราก็จะค่อยๆ กลายเป็นผีดิบที่ไร้ความรู้สึก คุณพูดได้ว่าคุณไม่ทุกข์ แต่คุณก็ไม่รู้จักความสุขใจเช่นกัน
ในสังคมที่การแข่งขันแย่งชิงมันร้อนระอุขึ้นในทุกๆ เวที หญิงยศกลับพบว่า การเอาชนะกันนั้น ไม่ได้มาจากการแข่งขันยันเหยียบหัวกัน แต่เริ่มรู้สึกจริงๆ ว่า คนที่เอาชนะใจตัวเองแล้วรู้จักเรียนรู้ที่จะแบ่งปัน ช่วยเหลือ ตั้งใจทำงานของตัวเองให้ดี เพื่อที่จะได้ส่งให้งานคนอื่นสำเร็จไปด้วยได้นั้นต่างหากคือเส้นชัยที่แท้จริง...
แต่อย่างว่าแหละค่ะ มันไม่ง่ายเหมือนวิธีแรก คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอะไรยากๆ เราถึงต้องเผชิญกับดงผีดิบที่คอยจ้องแต่จะดูดเลือดกัน ขัดแข้งขัดขา ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ไม่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด...
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องพบเจอหรือนั่งทำงานข้างๆ กับผีดิบอยู่ทุกวี่ทุกวันล่ะก็... แนะนำว่าให้หาแว่นดำที่เข้ากับรูปหน้าวางไว้ใกล้ๆมือ ทนไม่ไหวก็หยิบมาใส่ แล้วแอบ # มองบน ให้สาแก่ใจไปเลยก็แล้วกันค่ะ
.......................................
(หมายเหตุ 'สังคมดงผีดิบ' : คอลัมนื ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



