บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:'เพียงแค่เหงา...'

ขบคิดขีดเขียน:'เพียงแค่เหงา...'

17 ก.พ. 2558

'เพียงแค่เหงา...' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
 
          นั่งปั่นต้นฉบับวันนี้ในค่ำคืนของวันแห่งความรักค่ะ คืนวันเสาร์ที่เหล่าคนมีคู่ต่างก็พากันเฉลิมฉลองอย่างเต็มที่ ในขณะที่คนโสดนั้นเหมือนโดนเอามีดกรีดใจทุกครั้งที่เห็นดอกไม้ คู่รัก ช็อกโกแลต ตุ๊กตาหมี สตรอเบอร์รี่ ขี้หมา.. (เอาจริงๆ อะไรมันก็แสลงใจทั้งนั้นแหละ) ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หญิงยศได้ข้อความส่งกันมาทางไลน์ ตัดพ้อลงไอจี ไม่ว่าจะทีเล่นทีจริง แต่ก็เรียกว่าได้ยินเสียงโอดครวญของคนโสดดังระงมไปทั่ว การเป็นโสดในวันวาเลนไทน์นี่มันช่างเหงาจับหัวใจเอาเสียจริงๆ...
 
          แอบนั่งนึกย้อนกลับไปในวันที่ตัวเองโสดสนิท และต้องรับมือกับความเหงากับเขาบ้าง นับนิ้วมือ ยกนิ้วเท้าขึ้นมา จำได้ว่าโสดจนเหงาจับหัวใจครั้งสุดท้าย 15 ปีผ่านมาแล้วค่ะ...
 
          มันเป็นคืนวันเสาร์เหมือนคืนนี้ เพียงแต่หญิงยศในวันนั้น ใช้ชีวิตโสดอย่างโดดเดี่ยวอยู่ต่างบ้านต่างเมือง หญิงยศเรียนหนังสืออยู่ที่มหานครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เพิ่งเลิกกับแฟนมาได้ปีกว่าๆ แต่เรียกว่าสนิทสนมกับความเหงาจนเหมือนจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนแท้กันเลยทีเดียว การใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เวลาเหงามันเหงาบอกไม่ถูกเลยนะคะ บางคืนมันเหมือนโดนชกท้องจนต้องลงไปนอนม้วนนิ่งๆ พ่อแม่ก็อยู่ไกล จะขับรถไปหาไปอ้อนก็ไม่ได้ เพื่อนๆ เขาก็ต้องมีชีวิตของตัวเอง เราจำเป็นต้องทำความรู้จักกับความเหงาและอยู่กับมันให้ได้ เพราะสิ่งที่น่ากลัวกว่าความเหงาก็คือการคว้าคนที่ไม่ใช่ มาเพียงเพื่อบรรเทาความเหงาของเรานั่นเอง โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างแอลเอ ถ้าเราคิดว่าวาเลนไทน์นั้นเลวร้ายสำหรับคนโสดแล้ว ที่แอลเอเหมือนมีวาเลนไทน์เกิดซ้ำซากขึ้นทุกอาทิตย์ เพราะคืนวันศุกร์ เสาร์ เราจะรู้กันว่ามันคือ Date Night ที่คนโสดจะออกไปตามหารักแท้ ถึงแม้ความมั่นใจจะยังไม่เกิด แต่เรารับรู้ถึงความคาดหวังที่ลอยแน่นอยู่ในอากาศได้ชัดเจนทีเดียว เพราะฉะนั้นใครที่ไม่มีเดท ขอให้อยู่บ้านนิ่งๆ อย่าไปแย่งที่ยืนของคนที่เขาจะออกเดทกัน ปกติหญิงยศก็จะเจียมตัว ไม่ออกไปเกลือกกลั้วกับเหล่าคนมีคู่ แต่คืนวันเสาร์คืนนั้นเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว... หญิงยศเกิดเหงานจนไม่สามารถอยู่บ้านคนเดียวได้ไหว... 
 
          แต่ก็ไม่ได้อยากเป็นจุดเด่นอะไร ก็เลยคว้าเสื้อหนาวตัวโคร่งมาใส่ พร้อมกับหมวกใบหนึ่งพอปิดหน้าปิดตาได้ ขับรถออกไปห้างใกล้ๆบ้าน ตัดสินใจซื้อตั๋วหนังมาหนึ่งใบ จำได้ว่าเรื่อง “Life as a House” ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาคนขายตั๋วที่มองเชิงถามว่ามาทำอะไรคนเดียวในคืนนี้ แล้วก้มหน้าก้มตาเดินเข้าไปนั่งรออยู่ในโรงหนัง พอไฟปิด จอสว่าง เราก็โล่งใจเบาๆ มองไปรอบๆ แน่นอนว่ามีคู่รักมากันเป็นคู่ คู่รักเด็กๆ ที่ดูจะสนใจกันมากกว่าหนัง คู่รักโตๆ ที่นั่งกันนิ่งๆ อิงแอบกันไป คู่รักสูงอายุที่ยังกุมมือกันไม่ปล่อย ยินดีไปกับเขา แต่เราก็เหงาเอาจริงๆ หนังพอดูได้ ไม่ได้ประทับใจมาก พอหนังจบไฟสว่าง หญิงยศก็ดึงปีกหมวกมาบังๆ จะได้ไม่ต้องสบตาใครที่มาเป็นคู่ๆ ไม่ได้รับรู้ถึงคู่รักคุณลุงคุณป้าที่นั่งอยู่ข้างๆ จับอาการได้ว่าคุณป้าแอบหันมามองอยู่เนืองๆ แต่เราก็ทำไม่เห็นไปซะ สุดท้ายคุณป้าเอนมาถามค่ะว่าชอบหนังมั๊ย จำได้ว่าตอบรับไปว่าชอบ.. กะว่าคงแค่นั้น แต่คุณป้ากลับยิ้มแล้วเอนตัวมาพูดกับหญิงยศว่า ตอนเขาอายุเท่าหญิงยศ เขาก็ไปนั่งดูหนังคนเดียวแบบนี้แหละ แต่ไม่ต้องกลัวนะ วันหนึ่งหญิงยศจะเจอคนที่เขาพร้อมจะไปดูหนังด้วยกันทุกเรื่องอย่างแน่นอน คุณป้าเอื้อมมือมาบีบมือหญิงยศเบาๆ ก่อนจะเลื่อนมือกลับไปหามือของคุณลุงที่รออยู่ คุณลุงคุณป้าหันมายิ้มให้หญิงยศก่อนจะเดินจูงมือกันออกไป... หญิงยศนั่งกลั่นกรองทุกคำพูดที่แสนจะอ่อนโยนและเมตตา ความปรารถนาดีจากคนแปลกหน้า ทำให้เรารู้สึกว่าทุกอย่างมันจะโอเค และหญิงยศจะไม่ยอมแพ้กับความเหงา เราจะรอจนถึงวันที่คนคนนั้นเดินเข้ามา คนที่ใช่ คนที่ไม่ได้เข้ามาด้วยเหตุผลอื่นใดนอกจากว่าเขาอยากจะอยู่กับเราเท่านั้น... และวันนี้หญิงยศก็ดีใจที่เราตัดสินใจรอ... ความเหงา เอาเข้าจริงๆ แล้วเป็นความทุกข์ใจที่อยู่ด้วยได้ง่ายที่สุด ความไม่เข้าใจกันน่ากลัวกว่าเยอะค่ะ ถ้าเรายังเอาชนะความเหงาไม่ได้ ต่อให้มีใครเข้ามามันก็ยังคงเหงาอยู่ดี เพราะฉะนั้นใช้เวลาโสดนี้ให้มีความสุข อยู่กับเหงาให้เข้าใจ และเปิดใจรอคนที่ใช่ ไม่ใช่ยอมแพ้กับคนไม่จริงใจเพียงแค่เหตุผลว่าเราเหงาเท่านั้นเอง...
 
.......................................
(หมายเหตุ 'เพียงแค่เหงา...' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)