บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'มายวาเลนไทน์ (1)'

เล่นหูเล่นตา:'มายวาเลนไทน์ (1)'

16 ก.พ. 2558

'มายวาเลนไทน์ (1)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
 
          ความหลงใหลไม่ได้อยู่ในคนวัยฉันอีกต่อไป... ฉันได้แต่บอกตัวเองอย่างนั้น
 
          ดอกไม้… คำหวาน และคนรัก ถูกกันออกนอกสารบบของฉันมากว่า 11 ปี… ความฝันที่ฉันมีไม่ได้มีเรื่องราวของความรักเข้ามาเกี่ยวข้องเลยสักนิด ฉันก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นและโดดเดี่ยว แต่มันก็ทำให้ก้าวเดินได้เร็วขึ้นในวิถีชีวิตแบบฉัน คนที่รอใครไม่เป็น!… แต่ก่อนที่จะรอใครไม่เป็นแบบนี้ ฉันใช้เวลาในการรอคอย “คนที่ใช่” และรอคอยให้คนที่คิดว่าใช่ “ปรับปรุงนิสัย” เสียเวลาไปถึง 17 ปี อย่าไปนับว่าคนที่ได้ (เสีย) โอกาสเหล่านั้นมีกี่คน... ไม่เยอะ แต่ก็ไม่น้อย! (สวยงี้!) เวลายาวนานถึง 17 ปี ถ้าเรียนหนังสือต่อจากปริญญาตรีป่านนี้คงเป็นศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านใดสักด้านที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แต่ “ผู้ชาย” ไม่ได้แปลว่า “ความรู้” หรือ “ประโยชน์โพดผล” มันจึงไม่เกิดผลในทางที่ดีขนาดนั้น… แรกเริ่มเดิมทีพระเจ้าหรือธรรมชาติได้สร้างหญิง-ชายให้มาอยู่คู่กัน สืบสายพันธุ์แห่งมวลมนุษยชาติ หลังจากที่เราเริ่มมีภาษา ความเชื่อ และวัฒนธรรมเข้ามาเป็นโครงสร้างของสังคม ใครไม่รู้บอกว่า “เป็นผู้หญิงต้องมีผัว!” หาไม่แล้วแก่ตัวไปจะถูกเรียกว่า “สาวแก่” ทำไมถึงไม่เรียกผู้ชายแก่ๆ ที่ไม่มีเมียว่า “หนุ่มแก่” มั่ง และเกิดมีผัวเป็นตัวเป็นตนไม่มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนผัวเป็นคนๆ อยู่กันจนแก่ ก็จะได้รับสรรพนามบุรุษที่ 3 เวลาที่ผัวเรียกชื่อเราในกลุ่มเพื่อนๆ ว่า “อีแก่” ฟังดู “น่ากลัว” มากกว่า “น่าเกรง (ใจ)”... หากอยู่ด้วยกันแล้วผัวเริ่มรักน้อยลงแต่ไม่ทิ้งหรือเราไม่ยอมเลิก ก็จะได้ตำแหน่งอันยิ่งใหญ่โดยไม่รู้ตัวจากผัวที่ไม่ได้รักเราคนเดียวว่า “เมียหลวง” ฟังดูเป็นที่เคารพ “บูชา” จากเมียรองๆ ลงมา คำว่า “บูชา” นั้นมาจากคำเต็มๆ ว่า “บูชายัญ!” ค่ะคุณ เจ็บปวดตรงนี้แหละค่าคุณตำรวจ ถ้าจะเลิกรากันไปแล้วทิ้งตำแหน่ง “เมียหลวง” ไว้กับอดีต แม้จะอยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มตัว ตำแหน่งในปัจจุบันก็คือ “แม่ม่าย” จะให้แย่กว่านั้นก็ตรงที่ต้องกระเตงลูกมาเลี้ยงเองเพราะผัวไม่รับผิดชอบ มันไปมีครอบครัวใหม่ เมียใหม่ ลูกใหม่แล้ว ตำแหน่งจะยาวออกไปอีกนิดคือ “แม่ม่ายลูกติด” จะให้หาผัวใหม่ หัวสมัยใหม่เขาก็ไม่ติดใจหรือถือสาอะไร ฉันรักเธอได้ ก็รักลูกเธอด้วย แต่ปัญหามันอยู่ที่พ่อผัวแม่ผัวใหม่นี่แหละค่า คนโบราณเขาว่า “เป็นหนุ่มทั้งแท่งกินแตงเถาตาย” (แปลว่า เป็นหนุ่มแน่นก็ควรจะแต่งกับสาวโสดคนที่ยังไม่เคยมีผัว) ใครฟระช่างคิด? มันช่างตอกย้ำให้ผู้หญิงเราชอกช้ำและอับจนได้ขนาดนั้น แล้วกรูจะไปทางไหนกันเนี่ย?! จูงลูกเข้าบ้านผัวใหม่ที่มีพ่อแม่อยู่ด้วยคงต้องก้มหน้ามองตรีนตัวเองตลอดไป ไอ้จะเงยจะแหงนก็ทำได้ไม่เต็มที่ ยกเว้นเจอผู้ใหญ่ใจกว้างใจดีก็ถือเป็นบุญ… นี่แค่สถานภาพ “เมีย” กับสถานการณ์ที่อาจเป็นไปได้หรือเกิดขึ้นจริงกับเราในอนาคตก็ชวนปวดหัวแล้ว ยังไม่ต้องไปถึงความเป็น “แม่” ที่ยกเลิกหรือถอดถอนไม่ได้  ถ้าเป็นแม่แล้วเป็นจนตาย แต่เป็นเมียเลิกมีผัวเมื่อไหร่ก็หยุดเป็นเมียเมื่อนั้น!
 
          ฉันกลับมาจากทำงานตอนดึก มานั่งดูข่าวช่อง TNN 24 เห็นชะนีวัย 25 นางหนึ่ง สภาพเหม่อลอย หัวแตก มีน้องผู้หญิงกลุ่มหนึ่งมาช่วยประคับประคอง ทั้งพัด ทั้งเอายาดมให้ดม เหตุก็คือนางช้ำรักถูกแฟนบอกเลิกแล้วผู้ชายปิดโทรศัพท์หนี ติดต่อไม่ได้ นางเลยน้อยใจคิดสั้น มุดเข้าไปผูกคอตายในท่อระบายน้ำ ชาวบ้านเห็นก็ช่วยกันเอานางออกมา นั่งอยู่ข้างพงหญ้าข้างถนนได้สักพัก นึกวิธีใหม่ได้อีก นางเลยเดินข้ามถนนกระโดดพุ่งใส่รถกระบะที่แล่นมา ผลก็คือหัวแตก เพราะคนขับรถกระบะเห็นมาแต่ไกลเลยเบรกไว้ นางก็ยังกระโดดใส่ อยากจะบอกนางว่า หายใจต่อเถอะนังหนู ผ่านตรงนี้ไปได้ เราจะเข้มแข็งมากขึ้น ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก มันเหมือนกินก๋วยเตี๋ยวร้านประจำ ร้านมันปิดไปก็ช่างมัน ไปหาร้านอื่นกินมีอีกถมไป เจ้าใหม่อาจจะอร่อยกว่าแซบกว่า อย่ายึดติดค่าคุณน้อง ของแบบนี้ต้องเปิดโอกาสให้ตัวเอง… เรื่องอกหักรักคุดตุ๊ดเมินนี่ฉันผ่านมาครบแล้ว อกหกรักคุดกินยาตายแต่ไม่ตายเพราะหนังเหนียว ยังไม่สู้มีสติ ครั้งหน้าขอให้สติมาก่อนจะลงมือทำอะไรโง่ๆ จะดีกว่า เพราะชาวบ้านจะได้ไม่เดือดร้อน กระโดดให้รถชนนี่ถ้าไม่ตายอาจจะเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ให้พ่อแม่เช็ดขี้เช็ดเยี่ยว บุญคุณไม่ทดแทนแต่กลับมาเป็นภาระ แล้วถ้ารถชนตายคนขับรถก็ต้องซวย ขับรถมาดีๆ อีนี่พุ่งชนรถกรู กรูผิดซะงั้น! ตายไปจะไม่มีใครสงสาร สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเพราะผู้ชายคนเดียว … เอ๊ะอีนี่! อยากเป็นปัจจุบันก็จงอยู่อย่างเข้มแข็ง ถ้าอยากกลายเป็นอดีตที่เดี๋ยวใครๆ ก็ลืม ก็หาวิธีตายที่มันสร้างสรรค์กว่านี้นะหนูนะ! … อกหักเพราะผู้ชายมันเป็นเรื่องเจ็บปวดที่คอยตอกย้ำให้เราสำนึกว่า เมื่อก่อนเราโง่และมองโลกในแง่ดีเกินไปแค่ไหน แต่ประสบการณ์ “ตุ๊ดเมิน” ของฉัน นึกถึงกี่ทีฉันก็อดยิ้มไม่ได้ ฉันว่ามันไม่เจ็บไม่ปวดแค่เสียใจที่เปลี่ยนใจเขาคนที่แสนดีคนนั้นไม่ได้ ถ้ารู้จักกับข้าวตูเร็วกว่านี้ ไม่สิ! ถ้าข้าวตูเกิดเร็วกว่านี้สัก 10 ปี ฉันจะมีกูรูที่คอยแนะนำชี้ทางสว่างให้ เรื่องมันจะไม่ออกมาโอละพ่อแบบนั้น ข้าวตูบอกว่า “เป็นตุ๊ดนะพี่ ไม่ได้เป็นหวัด จะได้หายได้ อิด… ก! ” ฉันหัวเราะก๊ากครั้งแรกที่ได้ยิน 
 
          นิ้วเรียวยาวของเขาดูเบาและพลิ้วเวลาที่เขากดปลายนิ้วลงบนแป้นสีขาวดำที่ให้เสียงต่างกันบนเครื่องดนตรีนั้น ฉันแอบมองนิ้วของเขาที่เคลื่อนไหวเหมือนขาแมงปอที่กระโดดไปมาบนผิวน้ำ เหลือบมองใบหน้าคมๆ กับตากลมๆ ที่ดูเศร้าของเขา เขายกมือขึ้นปัดผมหยักศกเป็นลอนหยิกเหมือนผมตุ๊กตาเวลาที่มันตกลงมาคลอเคลียใบหน้าเขาเวลานั้น … ฉันอยากเป็นปลายผมของเขา … เวลาที่เขาเงยหน้ามาสบตาฉัน ฉันจะแกล้งหันมองไปทางอื่น ในความคิดฉันอยากบอกเขาทุกครั้งที่สบตาฉันว่า “ฉันชอบเธอ” แล้วอยากจะวางไมค์เอามือสองข้างจับใบหน้าของเขาขึ้นมาจูบหน้าผากแล้วย้ำอีกครั้งว่า “ฉันพูดจริงๆ นะ” (บอกแล้วว่าเพ้อตั้งแต่ยังเป็นสาว! ทั้งนี้ทั้งนั้นขอให้คุณผู้อ่านจินตนาการเอาเองว่าตัวตนที่อยู่ข้างในด้วยวัย 20 กว่าๆ ในเวลานั้นมันไร้เดียงสาและมองโลกในแง่ที่งดงามมากกว่าโหดร้ายอย่างที่มันเป็นจริง) เขาไม่ใช่คนเล่นดนตรีเก่งอะไรนัก ก็แค่พอใช้ด้วยวัยที่ยังอ่อนทั้งอายุและประสบการณ์ คนละคนกับตอนนี้ แม้แต่โก้ มิสเตอร์แซกแมนเอง ก็เพิ่งจะ 19 โก้จะแวะมาแจมช่วยเป่าแซกโซโฟนแลกกับอาหารที่เขามีให้นักดนตรีที่เล่นประจำ โก้ชอบสั่งข้าวอบหนำเลี้ยบโปะไข่ดาว มันคืออาหารหรูหราของโก้ เวลาโก้มาฉันก็จะเฮฮาแต่ก็ไม่ละสายตาไปจากผู้ชายคนนี้ (ไม่มองโก้เลยสักนิด เพราะตัวเล็กผอมเหมือนจิ้งจกโดนประตูหนีบ) เรา (ฉันกับผู้ชายคนนั้นที่อ่อนกว่าฉันสัก 4-5 ปี) ทำงานด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน กลับบ้านด้วยกัน เขาคิดว่าฉันเป็นพี่ แต่ฉันไม่คิดว่าเขาเป็นน้อง ไม่รู้ว่าความคิดแบบนี้มันเข้ามาอยู่ในหัว (ใจ) ของฉันเมื่อไหร่ เพราะในเวลานั้นฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้ว (หน้างี้มีแฟนแล้วอ่ะ! แต่อย่าคิดไปไกล มันอยู่กับฉันได้เพราะเงิน ฉันรู้จักเลี้ยงผู้ชายตั้งแต่มีแฟนคนแรก ไม่แน่ใจว่าฉันเป็นคนไทย หรือ คนเปรู เปย์ (Pay) ตล้อด)
 
          โปรดติดตามตอนต่อไป
 
 
.......................................
(หมายเหตุ 'มายวาเลนไทน์ (1)'  : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)