บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:'หรือว่าเราจะเริ่มคิดถึงกัน...'

ขบคิดขีดเขียน:'หรือว่าเราจะเริ่มคิดถึงกัน...'

10 ก.พ. 2558

'หรือว่าเราจะเริ่มคิดถึงกัน...' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
          เข้ามาสู่ปี 2015 มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาใหม่ๆ มากมาย แต่มีอยู่หนึ่งอย่างค่ะที่เรียกว่า ถ้าใครยังไม่ได้ทำความรู้จักกับมันล่ะก็ มันจะล่าช้าไปแล้วนะคะคุณๆ ขา สิ่งนั้นก็คือเทรนด์ที่มาแรงเหลือเกินที่เรียกว่า Sharing Economy ค่ะ อ่ะ งง งงใช่ไหมคะว่ามันคืออะไร เอางี้ค่ะ เอาที่ใกล้ๆ ตัวกันก่อน Sharing Economy ที่หญิงยศพูดถึงอยู่นี้ก็คือการทำธุรกิจแบบแบ่งปันกันใช้นั่นเองค่ะ เอาที่ใกล้ตัวและคุ้นเคยกับคนไทยมากที่สุดก็น่าจะเป็นการให้บริการรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชั่น Uber นั่นเองค่ะ รถใครก็ไม่รู้แต่หนูขอไปด้วย ส่วนอีกอันที่เริ่มเป็นที่แพร่หลายขึ้นมาอีกอันก็คือ AirBNB หรือเข้าทำนอง บ้านใครก็ไม่รู้ ขอหนูอยู่ด้วย สมัยนี้นะคะเดินทางทีนึง ไม่ต้องจองโรงแรมและเช่ารถให้เสียเวลาและเสียตังแพงๆ เพราะมันมีการให้บริการทุกอย่าง ทั้งบ้านหรือห้องแบ่งให้เช่า รถมารับมาส่ง ทุกอย่างสะดวกสบาย ราคาย่อมเยา มีประวัติ มีบันทึก แถมค่าใช้จ่ายก็ตัดผ่านบัตรเครดิตเรียบร้อย ไม่ต้องมีการต่อรอง การโดนไล่ลง การเสียอารมณ์เพราะห้องเต็มหรืออีกต่างๆ นานา ทุกสิ่งทุกอย่างได้รับการจัดสรรมาอย่างดี อย่างเหมาะเจาะ และที่สำคัญ อย่างเข้าใจความต้องการของมนุษย์ค่ะ 
 
          นอกจาก Uber และ AirBNB ที่เป็นที่รู้จักแล้ว ความจริงมันมีอีกมากมายหลายแอพให้เราเลือกสรร เพื่อตอบสนองความต้องการกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ Uber ที่ขื่อว่า Lyft ที่ขอแสดงความแตกต่างด้วยการรณรงค์ให้ผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับมากกว่าจะไปนั่งเป็นผู้โดยสารอยู่ด้านหลัง และยังมีแอพช่วยหาที่อยู่นอกจาก AirBNB แล้วยังมี Homeaway และ Wimdu แถมมันยังไม่จบแค่นั้นค่ะ เรายังมีการบริการโดยตรงอีกมากมาย เช่น ถ้าต้องการยืมเสื้อผ้า ก็มี Vinted หรือถ้าไม่อยากรับประทานข้าวคนเดียว เราก็เลือกแอพ Eatwith หรือ Feastly

          เพื่อเลือกซื้อเมนูอาหารที่ชอบแล้วก็ไปรับประทานตามที่บ้านที่เราเลือก ประหนึ่งว่ามีเพื่อนชวนไปรับประทานข้าวที่บ้านกัน หรือถ้าเรามีของที่ไม่ใช้แล้วอยากจะกำจัด ก็เข้าไปที่ Yerdle เพื่อโพสต์รูปหรือบริจาคของที่เราไม่ต้องการแล้ว เพื่อแลกกับเครดิตที่เราจะได้เอาไปใช้ซื้อของต่อจากคนอื่นที่เขาไม่ต้องการเช่นกัน ยังค่ะ ยังไม่หมดแค่นั้น อยากกู้เงินแต่ไม่อยากผ่านธนาคาร เราก็มีบริการยืมเงินกันเองผ่านแอพ Lending Club หรือ Jimubox เออ เอาเซ่ นี่มันเลียนแบบการกู้นอกระบบของพี่ไทยชัดๆ ยังค่ะ ยังมีอีก คุณสามารถเช่าที่จอดรถต่อได้ หรือเช่ารถจากคนจริงๆ ในเมืองที่เราจะเดินทางไปได้ หรือถ้าอยากไปซื้อตั๋ว ซื้อไอโฟน แต่ไม่อยากไปต่อคิว คุณก็สั่งให้คนไปเข้าแถวต่อคิวแทนคุณได้ผ่านทาง TaskRabbit ที่มีคนพร้อมไปวิ่งงานหรือต่อแถวให้คุณได้ทันที

          ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ Sharing Economy เทรนด์ล่าสุดของการใช้ของร่วมกับคนแปลกหน้าประหนึ่งญาติสนิทมิตรสหายนั่นเอง เรานั่งในรถคนอื่น นอนในบ้านคนอื่น ใส่เสื้อผ้าคนอื่น เอาของมาแลกกับคนอื่น กินข้าวกับคนอื่น ไหว้วานคนอื่นให้ทำธุระของเรา สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ ยิ่งแอพไหนให้บริการโดยให้คนทั้งสองฝ่ายได้พบเจอกันมากเท่าไหร่ ธุรกิจนั้นจะโตแบบก้าวกระโดด แต่ถ้าบริษัทไหนลดกระบวนการของการเจอหน้ากันของผู้เช่าและผู้ให้เช่าปั๊บ ความนิยมลดฮวบทันทีค่ะ!! อดคิดไม่ได้นะคะว่า

          หลังจากที่โซเชียลเน็ตเวิร์กนำพาสังคมก้มหน้ามาสู่โลกของเราแล้ว Sharing Economy ก็อาจเหมือนการตอบสนองความโดดเดี่ยวของเรา ที่หิวกระหายการมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ตัวเป็นๆ บ้าง แน่นอนค่ะว่า Sharing Economy มันได้เดินทางมาถึงจุดที่เริ่มมีการแทรกแซง มีกระแสต่อต้านต่างๆ จากหลายแห่งทั่วโลก แต่ก็ไม่ได้ทำให้การเจริญเติบโตของธุรกิจแบบนี้ลดน้อยถอยลงไปเลย ตรงกันข้าม กลับมีคนออกมาสนับสนุนและแก้ต่างให้มากมาย เหตุผลหลักเพราะหลายคนหลงรัก “มนุษยสัมพันธ์” ที่เราได้จากธุรกิจนี้ค่ะ เราได้พบเจอคนแปลกหน้าที่เราได้ทำความรู้จัก ได้ใช้เวลาด้วยกัน เห็นอกเห็นใจกัน พูดคุยกัน

          สิ่งเหล่านี้มันกลายเป็นสิ่งที่คนเราทุกวันนี้ดูจะหิวโหยและโหยหา... หญิงยศได้แต่มองแล้วก็อดตั้งคำถามในใจเบาๆ ไม่ได้ว่า... สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ว่าเราหาได้จากครอบครัวและคนใกล้ๆ ตัวหรอกหรือ? ทำไมเราถึงต้องไปร้องขอจากคนแปลกหน้าด้วย? ในบางกรณีของการเดินทางก็ยังพอเข้าใจได้ แต่อีกหลายอย่างก็ควรต้องระวัง อย่าให้กระแสโลกมันพาเราไปถึงจุดที่เราไปจ่ายเงินนั่งรับประทานข้าวบ้านคนอื่น โดยที่ลืมกลับมารับประทานข้าวกับครอบครัวของเราเองเลยก็แล้วกันนะคะ
 
.......................................
(หมายเหตุ 'หรือว่าเราจะเริ่มคิดถึงกัน...' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)