
เต้ยย้ำวิชยังเป็นผู้มีพระคุณ
05 ก.พ. 2558
"เต้ย"ลั่นสัญญากับ"วิช"อดีตผจก.คนเก่าหมดลงตั้งแต่ปี56พร้อมทั้งจ่ายเงินให้เรียบร้อยแต่ขาดอีก1ก้อนเหตุละคร"พันท้ายนรสิงห์"ยังไม่ได้คิวออนแอร์เผยคู่กรณียังมีบุญคุณ
เป็นเรื่องซะแล้ว เมื่อ "วิช-สุวิชชา แสนอวน" อดีตผู้จัดการส่วนตัวของ "เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์" ออกมาแฉผ่านเว็บไซต์ข่าวชื่อดัง ว่าดาราหนุ่มดังแล้วหยิ่ง แถมยังไม่จ่ายเปอร์เซ็นต์ค่าตัวตามสัญญาอีกด้วย ดังนั้นเมื่อพบ "เต้ย" ในงาน "Daradaily The Great Awards ครั้งที่ 4" จึงต้องถามได้ความดังนี้
"ผมทราบเรื่องแล้ว ถ้าถามผมในเรื่องสัญญา ผมได้เคลียร์ไปหมดแล้ว สัญญาได้หมดลงไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หมดไปตั้งแต่ปี 2556 กับเรื่องที่ว่าเจอแล้วไม่ทักทาย ล่าสุดที่เจอ คือตอนไปสวัสดีปีใหม่ดาราเดลี่ แล้วไปเจอพี่เขา แล้วยังทักทายกันอย่างปกติ แค่ว่าวันนั้นผมดันรีบ เพราะผมมีงานต่อ เลยขอตัวกลับก่อน พี่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ (แล้วเรื่องเงิน 2 หมื่นบาทล่ะ) ในตอนที่ผมยังอยู่ในสัญญากับพี่เขา เป็นช่วงคุณชายรัชชานนท์ ผมก็ให้เขาไปเรียบร้อย หักไป 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่ยังไม่ได้ให้คือเรื่องพันท้ายนรสิงห์ เพราะว่าละครยังไม่ได้ออนแอร์ หลังจากที่ทราบข่าว ผมยังไม่ได้โทรคุยกับพี่เขา (ที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้) ใช่เลยนะ เพราะพี่วิชเขาเป็นคนดี เขาเป็นคนที่พาผมเข้าวงการ เขามีบุญคุณกับผมมาก (ได้คุยกับพ่อเรื่องนี้ไหม) ได้คุยนะ ปกติเขามีอะไรก็ได้คุยกับพ่อของผมนะ แถมปีใหม่เขาก็โทรมา แต่ว่าในส่วนตัวของผม ผมเคยได้คุยกับเขา ผมทำงาน ผมให้เบอร์น้าผมไป แล้วถ้ามีอะไรเขาก็จะโทรหาน้าผมนะ (เรื่องที่ว่าไม่ให้เงินกันจริงๆ มาจากทางไว้ลายหรือเปล่าที่ไม่ได้ให้เงินกับเขา) คือสัญญาเนี่ย เราต้องให้เขา 10 เปอร์เซ็นต์เอง" เต้ยบอก
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังถามต่อว่ากับหลังจากมีข่าวออกมาแล้ว ก็มีภาพเก่าในอดีตออกมาระลอกใหญ่ ซึ่งทำให้เห็นวิวัฒนาการใบหน้าที่เปลี่ยนไปนั้น ทางด้านของพระเอกหนุ่มกล่าวว่า
"ผมทำแค่ตาอย่างเดียว ส่วนตรงแก้ม มันเป็นเบบี้แฟตของผม ซึ่งเด็กๆ ทุกคนก็ต้องมีอยู่แล้ว ซึ่งตอนนั้น ผมอยู่ ม.6 อายุ 18 ปี ตอนนี้ 23 ปีแล้ว (ความรู้สึกที่มีต่อรูปเหมือนโดนทำร้าย) มันก็ต้องมีบ้างนะ (ยิ้ม) มันเป็นรูปเก่าๆ ของเรา และผมก็บอกทุกคนนะ ว่าผมทำอะไรไปบ้าง สามารถพิสูจน์ได้นะ (ทั้งเรื่องรูปเก่าและเรื่องข่าวที่ออกมาดูประจวบเหมาะ) ผมก็ไม่เข้าใจนะ เรื่องรูปคืออย่างไรมันก็ต้องหลุดมาสักวัน ไม่คิดว่าเป็นการสกัดดาวรุ่ง แต่ดีด้วยซ้ำที่ทำให้ผมมีกระแสขึ้นมา ส่วนกับข่าวผมก็ซีเรียส แต่ไม่มาก เพราะว่าเราเอง ก็มีหลักฐาน มีความจริงอยู่ ถามว่ากลัวถึงขั้นมีคดีความไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ คงต้องเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ของผมแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องของสัญญาแล้ว แต่พ่อแม่ เนื่องจากท่านดูทุกอย่างของเรา (มองว่าคนที่ปล่อยภาพกับปล่อยข่าวเป็นคนเดียวกัน) พวกพี่สัมภาษณ์เขา ภาพก็ต้องมาจากเขาด้วย ผมคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีกแล้วนะ ถ้าเคลียร์ปัญหานี้ได้ ชีวิตผมไม่มีอะไรอีกแล้ว



