บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:'อย่าลืมฝัน'

ขบคิดขีดเขียน:'อย่าลืมฝัน'

03 ก.พ. 2558

'อย่าลืมฝัน' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
 
         ยังจำความฝันของตัวเองกันได้ไหมคะ? 
 
         ว่ากันด้วยเรื่องของความฝันนี่ เอาเข้าจริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันซะเลยนะคะ โดยเฉพาะการทำความฝันให้เป็นจริงนี่ มันเป็นเรื่องซีเรียสระดับสิบเลยทีเดียว ยิ่งเมื่อเราโตขึ้น มันก็เหมือนกับว่าเรากำลังค่อยๆ เดินออกจากความฝันของตัวเองไกลห่างออกมามากขึ้นทุกที 
 
         หลายคนถึงกับลืมไปค่ะว่า… เคยมีความฝันกับเขาเหมือนกัน
 
         ในโลกของความเป็นจริงนะคะ มันมีค่าใช้จ่ายรอเราอยู่ทุกวัน ทุกเดือน ส่วนใหญ่แล้วความฝันไม่สามารถนำมาชำระบิลต่างๆ ได้ๆ การเดินทางตามหาคามฝันนั้นมันต้องแลกมาซึ่งความมั่นคงทางการงาน ทางอาชีพ แปลกนะคะที่ความฝันไม่ค่อยได้รับการยอมรับ ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่จะขัดขวาง เราจะโดนถามว่า “แล้วจะทำอะไรกิน” “เรียนอันนี้แล้วจบไปจะทำมาหากินอะไร ไร้สาระ” โดนเข้าไปมากๆ เราก็เหมือนโดนสะกดจิตให้เดินมุ่งไปในเส้นทางที่เราควรเดิน แต่ไม่ใช่เส้นทางที่เราอยากเดิน… อย่างที่บอกไปในตอนแรกค่ะ ความฝันนั้นสวยงาม หอมหวาน แต่การที่จะทำให้ความฝันเป็นจริงได้นั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนหลัวที่จะละทิ้งความมั่นคงที่มีอยู่มาตามฝัน หลายคนพอเริ่มออกเดินทางตามฝันก็พบว่า เอ๊ะ ความฝันมันก็มีอุปสรรคเหมือนกันนี่นา เอ๊ะ แล้วยังงี้มันจะเป็นความฝันได้ยังไงล่ะ งั้นไม่เอาละ กลับไปทำงานตามเดิมดีกว่า อย่างน้อยก็ได้เงินเดือน…
 
         หญิงยศรู้จักผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่วันนี้เขากลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้หญิงยศและเพื่อนๆ อีกหลายคน ผู้หญิงธรรมดาคนนี้มาพร้อมกับชื่อธรรมดาๆ ค่ะ เราเรียกเธอว่า “พี่ปุ๋ม” พี่ปุ๋มเดินเข้ามาในสตูดิโอกายกรรมเมื่อประมาณปีกว่าๆ ที่ผ่านมา พี่ปุ๋มเป็นผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียวแต่พลังล้นเหลือ ขยันมาเรียน ขยันฝึกซ้อม ไม่เสียงดัง ไม่โฉ่งฉ่าง ไม่มีพลังของความขี้อิจฉา ไม่มีพลังของการยกตนไปเปรียบเทียบกับใคร พี่ปุ๋มมีอาชีพการงานที่มั่นคงค่ะ แต่ทันทีที่งานเลิก พี่ปุ๋มจะนั่งแท็กซี่ฝ่าการจราจรแสนสาหัสจากอีกมุมเมืองเพื่อมาให้ถึงสตูดิโอ เราไม่เคยได้ยินพี่ปุ๋มบ่นว่ารถติด ฝนตก เหนื่อยจากงาน เราไม่เคยได้ยินผู้หญิงคนนี้บ่นเลยแม้แต่แอะเดียว สิ่งที่เห็นคือรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความมุ่งมั่นที่จะเล่นกายกรรมให้ดีที่สุด และพี่ปุ๋มก็เล่นกายกรรมได้ดีมากค่ะ จนเมื่อประมาณแปดเก้าเดือนที่แล้ว พี่ปุ๋มเจออุบัติเหตุ ทำให้ต้องผ่าตัดใส่แผ่นเหล็กเข้าไปในบริเวณข้อเท้า และต้องทำกายภาพ นักกายกรรมทุกคนรู้ดีว่านี่คือฝันร้าย หลายคนมีคำถามว่าแล้วพี่ปุ๋มจะกลับมาเล่นกายกรรมได้เหมือนเดิมหรือไม่ แต่เชื่อไหมคะ หลังจากผ่าตัดไม่นาน

          พี่ปุ๋มปรากฏตัวที่สตูดิโอ นั่งรถเข็นมาค่ะ หญิงยศและทุกคนยังจำภาพที่ครูเล้งเข็นรถเข็นของพี่ปุ๋มมาที่ผ้า แล้วพี่ปุ๋มก็ค่อยๆ ลองดึงตัวเองขึ้นไป ครั้งแรกก็ไม่ขึ้นค่ะ แต่พี่ปุ๋มไม่เคยหยุด ไม่เคยท้อ จนถึงวันนี้พี่ปุ๋มก็ไม่บ่น จนสุดท้ายเราเห็นพี่ปุ๋มค่อยๆ ดึงตัวเองจนตัวค่อยๆ ลอยออกจากรถเข็นและขึ้นไปอยู่บนอากาศได้ หลังจากวันนั้นพี่ปุ๋มกลับมาสตูดิโอเป็นปกติหลังเลิกงาน ปูเสื่อโยคะและยืดไปพร้อมๆ กับนักเรียนทุกคน ไม่มีการบ่น ไม่มีข้อแม้ ไม่มีข้อแก้ตัว หลายครั้งหญิงยศแอบมองเห็นเหงื่อผุดขึ้นมาจากการยืดข้อเท้า รู้ว่ามันต้องเจ็บอย่างสาหัสแต่ไม่ได้ยินเสียงร้องจากพี่ปุ๋มเลย เมื่อข้อเท้าขวาเจ็บ พี่ปุ๋มเริ่มฝึกกายกรรมด้วยเท้าซ้าย แม้ไม่ถนัดแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เราค่อยๆ เห็นรถเข็นของพี่ปุ๋มหายไป ไม้เท้าก็หายตามไปอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงแปดเดือนค่ะ ร่างกายพี่ปุ๋มไม่ใช่แค่กลับมาเหมือนเดิม แต่มันไปไกลกว่าที่ทุกคนคิด ร่างกายพี่ปุ๋มพัฒนาเร็วและไกลกว่าคนที่ร่างกายแข็งแรงปกติเสียอีก หมอถึงกับเอ่ยปากว่าถ้าพี่ปุ๋มอยากเอาเหล็กออกก็ทำได้ เพราะรูปร่างเท้าและความแข็งแรงดีมาก ทุกครั้งที่พี่ปุ๋มขึ้นโชว์ หญิงยศจะแอบน้ำตาซึมเสมอ เราไม่ได้อะไรตอบแทนเป็นตัวเงินจากการตามฝันเลยค่ะ นอกจากความอิ่มใจในจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่แม้จะมีเงินมากมายแค่ไหนก็หาซื้อไม่ได้ 
 
         ถ้าอยากให้ฝันมันเป็นจริงขึ้นมา อย่างแรกที่ต้องทำไม่ใช่เดินไปลาออกแล้วกระโจนเข้ามาเต็มตัวหรอกค่ะ แค่ยอมรับความเหน็ดเหนื่อยที่มันอาจจะมากขึ้น และจงหยุดเปิดปากพูดถึงความฝัน ปิดปากให้สนิท หยุดพูด หยุดบ่น หยุดแก้ตัว แล้วปล่อยร่างกายของเราก้าวเดินเสียที … ไม่มีใครได้ดีเพราะเอาแต่บ่นนะคะ
 
.......................................
(หมายเหตุ 'อย่าลืมฝัน' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)