บันเทิง

เอกเขนกดูหนัง:'Big Eyes'

เอกเขนกดูหนัง:'Big Eyes'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'Big Eyes' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
          ด้วยความที่หนัง "Big Eyes" บอกเล่าเรื่องราวห้วงเวลาสำคัญในชีวิตของจิตรกรสาว มาร์กาเร็ต คีน ระยะร่วม 10 ปี นับจากที่เธอหย่าขาดจากสามี เลี้ยงดูลูกสาวเพียงคนเดียว จนได้โอกาสรู้จักคบหากับนักธุรกิจ วอลเตอร์ คีน และตัดสินใจแต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ก่อนจะลงเอยด้วยการหย่าร้างอีกครั้ง หลังทนทุกข์ จากการถูกแอบอ้างผลงานภาพเขียนที่มีเอกลักษณ์เป็นเด็กน้อยตาโตของเธอโดยสามีขี้ฉ้อ ที่ไม่เพียงหารายได้จากการนำภาพเธอออกขาย แต่ยังสวมอ้างว่าเป็นภาพที่เขาวาดขึ้นเอง อีกทั้งยังหลอกให้ภรรยาทำงานวาดภาพอย่างต่อเนื่องประหนึ่งเครื่องจักร เพื่อนำออกขาย แม้ราคาค่างวดหรือกำไรส่วนใหญ่มาจากการนำภาพบิ๊กอายส์เหล่านั้นไปก๊อบปี้พิมพ์ขายในรูปแบบโปสเตอร์ โปสการ์ด มากกว่าจะมีคนซื้อต้นภาพวาดต้นฉบับบนเฟรมผ้าใบก็ตาม
 
          นอกจากเอกลักษณ์ของ ภาพบุคคล (Portrait) ที่เน้นดวงตากลมโตของเด็กๆ แล้ว ด้วยความที่มาร์กาเร็ตถนัดถนี่กับการวาดภาพด้วยสีน้ำมัน และสีอะคริลิกเป็นพิเศษ สีสันสวยหวานและความสดใสที่ปรากฏบนภาพเขียนของเธอ ก็ได้ถูกถ่ายทอดลงมาในงานด้านภาพของหนังเรื่องนี้ด้วยเช่นกันซึ่งอาจจะถือเป็นผลงานเรื่องแรกๆ ของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน ที่เต็มไปด้วยสีสันสดสวยอ่อนหวานในโทน สีพาสเทล (Pastel Color) ไม่จัดจ้านจนรู้สึกแข็งกระด้างจากการใช้ โทนสีหลักเข้มๆ (Hash Colour) เช่นในหนังอย่าง Charlie and the Chocolate Factory , Alice in Wonderland หรือไม่ก็หม่นทึบเคร่งขรึมที่ปรากฏในหนังแทบทุกเรื่องของเขา ก่อนหน้านี้เบอร์ตัน และผู้กำกับภาพ บรูโน เดลบอนเนล ต้องการจะถ่ายหนัง Big Eyes ด้วยฟิล์ม 35 มิลลิเมตร แต่ด้วยทุนสร้างจำกัดและห้องแล็บล้างฟิล์มในแวนคูเวอร์ แคนาดา ปิดตัวลงไปก่อนในปี 2012 พวกเขาจึงตัดสินใจถ่ายหนังด้วยระบบดิจิทัลแทน
 
          ไม่เพียงการเล่นกับโทนสีพาสเทลเท่านั้น เบอร์ตันและผู้กำกับภาพของเขายังออกแบบการใช้สีและแสงเงาในหนังได้อย่างยอดเยี่ยม เหตุการณ์ในหนังส่วนใหญ่เกิดขึ้นในฉากกลางแจ้งที่มีแสงหลักเป็นดวงอาทิตย์ แต่พอถึงฉากภายใน ผู้กำกับภาพและโปรดักชั่นดีไซน์ ก็ช่วยกันออกแบบให้มีทิศทางของแสงผ่านช่องหน้าต่าง (โดยเฉพาะห้องที่มาร์กาเร็ตใช้ทำงานวาดภาพ) หรือตัวบ้านที่มีลักษณะโปร่ง ประกอบด้วยโครงสร้างของกระจกที่เปิดรับแสงจากรอบด้าน (คฤหาสถ์หลังใหม่ของมาร์กาเร็ตและวอลเตอร์) ส่วนฉากกลางคืน ผู้กำกับภาพ เดลบอนเนล ก็ใช้แสงสะท้อนจากสระน้ำของตัวบ้าน ที่ไม่เพียงเกิดพรายน้ำระยิบระยับสวยงามแล้ว ยังสะท้อนพฤติกรรมของตัวละครที่มีทั้งความหวาดระแวง และยังเกิดอารมณ์หวาดหวั่น ไม่น่าไว้วางใจจากการถูกคุกคามโดยวอลเตอร์ ที่มีต่อสองแม่ลูก
 
          ความอาภัพอับโชคล้วนเป็นชะตากรรมที่เกิดกับศิลปินก่อนที่พวกเขาจะได้การยอมรับมันอาจเป็นความทุกข์ทรมานที่พวกเขาต้องผ่านพ้นมันให้ได้กว่าที่ความสำเร็จจะเกิดตามมาซึ่ง Big Eyes ถือเป็นหนังเรื่องที่สองของ ทิม เบอร์ตัน ที่สร้างจากบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง นับจาก Ed Wood เมื่อ 20 ปีก่อนที่เล่าถึงความมุ่งมั่นของผู้กำกับหนังเกรดบีที่ได้รับการตราหน้าว่าเป็นผู้กำกับที่ทำหนังได้ห่วยที่สุดในโลก แม้สิ่งที่เกิดขึ้นกับ มาร์กาเร็ต จะไม่รันทดร้าวรานเท่า เอ็ด วู้ด เพราะสิ่งที่เธอประสบหาได้เป็นโชคร้ายของชะตาชีวิตที่พระเจ้ากำหนด หากแต่ถูกกระทำโดยชายที่เห็นเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว จนวินาทีที่เธอตัดสินใจตวัดลายเซ็นบนภาพว่า M.D.H. Kean ซึ่งมาจาก มาร์กาเร็ต ดอริส ฮอว์คกินส์ ชื่อเดิมของเธอ เพื่อปกป้องและทวงสิทธิ์ในผลงานที่มีจิตวิญญาณของเธอเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
 
          นอกจากนี้ Big Eyes ยังเป็นหนังของ ทิม เบอร์ตัน ที่ให้ภาพตัวละครหลักมีความเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาที่สุดในบรรดาหนังทั้งหมดของเขา (และถือเป็นหนังเรื่องแรกที่มีตัวละครเอกเป็นผู้หญิง) มาร์กาเร็ต คีน ไม่ใช่ศิลปินหญิงเปี่ยมพรสวรรค์มาจากไหน หากแต่เธอจบวิชาศิลปะที่ผ่านการร่ำเรียนมาโดยตรง ส่วนผลงานของเธอในช่วงรุ่งเรือง (อันที่จริง น่าจะเรียกว่าถูกเร่งผลิตออกมาตามกระแสซะมากกว่า) ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยนักวิจารณ์ศิลปะรุ่นใหญ่ว่า ภาพบิ๊กอายส์ของเธอไม่ใช่งานศิลปะ แต่เป็นเหมือนสินค้าที่ถูกผลิตซ้ำโดยโรงงานหรือเครื่องจักร ขาดไร้ซึ่งชีวิตและจิตวิญญาณในเนื้องาน (ซึ่งก็น่าจะจริง เพราะภาพวาดของเธอเขียนขึ้นโดยมุ่งหวังผลทางด้านธุรกิจมากกว่าจะเป็นแสดงออกถึงความสุนทรีย์ในการสร้างงาน อันเนื่องมาจากสามีหน้าเลือดเห็นแก่เงิน และฉวยโอกาสกอบโกยชื่อเสียงในฐานะศิลปินที่เขาใฝ่หามาตลอดชีวิตนั่นเอง) เบอร์ตัน สะท้อนเรื่องราวเหล่านี้ลงในหนังตั้งแต่ไตเติ้ลเปิดเรื่องเสียด้วยซ้ำ เมื่อชื่อของนักแสดงนำทีมและผู้กำกับ ถูกเขียนขึ้นด้วยสีน้ำมัน สีฟ้าเข้ม เป็นสีที่แต้มลงบนผ้าใบซึ่งมาร์กาเร็ตชอบใช้ในงานของเธอเสมอ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวไปในที่สุด เพียงแต่สีที่ว่านี้ ไม่ได้เนียบเรียบ หากแต่เป็นเส้นสีที่คล้ายมีลวดลายของหยาดน้ำตาอยู่ภายใน ที่สะท้อนทั้งผลงานและชีวิตของจิตกรสาวแสนอาภัพผู้นี้
 
          ไม่เพียงการแสดงอันโดดเด่นของ เอมี อดัมส์ จนทำให้เธอคว้ารางวัลลูกโลกทองคำนักแสดงนำหญิงประเภทหนังเพลง ตลก เท่านั้น (น่าเสียดายที่ไม่มีชื่อเธอเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาเดียวกันนี้) แต่การแสดงของ คริสทอฟ วอลซ์ ในบท วอลเตอร์ คีน ก็โดดเด่นและยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน และสำหรับทิม เบอร์ตัน แล้ว นี่คือการตอกย้ำสถานะผู้กำกับฝีมือดี กู้ชื่อกลับมาได้อีกครั้ง หลังจากพลาดไปกับหนังอย่าง Dark Shadows ทั้งยังพิสูจน์ได้ว่า ไม่เพียงแค่หนังตลกหรือหนังแฟนตาซีหม่นมัว แต่เขายังสามารถทำหนังดราม่าดีๆ ได้อีกด้วย
 
.......................................
(หมายเหตุ 'Big Eyes' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง