บันเทิง

'Music is my Boyfriend'

'Music is my Boyfriend'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'Music is my Boyfriend' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
          หลายปีก่อน หลังจากความสำเร็จของโฆษณา “ไอพอดนาโน” ที่เลือกเพลงอินดี้ร็อกโดยนักร้องแคนาดาอย่าง Feist เป็นเพลงประกอบจนสร้างความนิยมอย่างรุนแรงจนแตกกระแทกกระเด็นเข้าตาผู้คนทั่วโลกแล้ว ข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับโฆษณาตัวใหม่ของไอพอด ทัช ก็เริ่มปลุกกระแสเดิมอีกครั้ง
 
          โฆษณาที่ปรากฏบนหน้าจอเน้นคอนเซ็ปต์คือการเดินสำรวจสั้นๆ รอบสิ่งประดิษฐ์ โดยใช้เพลงซึ่งมีส่วนผสมของลีลาจากเสียงบีทและเสียงมีเสน่ห์ของผู้หญิง ทำนองเพลงเริ่มต้นด้วยประโยค “music is my boyfriend”
 
          ซึ่งเป็นประโยคที่นักท่องโลกไซเบอร์ใช้ในการค้นหากันให้วุ่น แต่นั่นไม่เกี่ยวกับชื่อจริงของเพลงเลยสักนิด “นักขุด” ผู้ทรงภูมิจะทราบว่าแท้จริงแล้วเพลงนั้นมีชื่อว่า “Music is My Hot Hot Sex.”
 
          ไม่นานเมื่อชื่อเพลงแพร่กระจายไปทั่ว ตัวเลขผู้ค้นหาเพลงก็พุ่งจากศูนย์กลายเป็นพันๆ เพียงชั่วข้ามสัปดาห์ รวมถึงการค้นหาเนื้อเพลงที่เริ่มก่อตัวเป็นระลอกๆ
 
          แล้วใครคือบุคคลเบื้องหลังทำนองที่ติดหูนี้? ไม่ใช่คนอื่นไกล พวกเขาคือวง Cansei de ser sexy (รู้จักกันในนาม CSS) การค้นหาวงอินดี้จากบราซิลในอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างล้นหลามอยู่ที่ตัวเลขราว 300% ในสัปดาห์ล่าสุด ถือว่าเป็นตัวเลขที่งดงามสำหรับวงดนตรีที่มีชื่อภาษาโปรตุเกสว่า “เบื่อการเป็นคนร้อนแรง” (tired of being sexy)
 
          สำหรับแอปเปิ้ล ความสำเร็จของโฆษณานี้หมายถึงชัยชนะอันเลื่องชื่อ (อีกครั้งหนึ่ง) ที่เริ่มต้นจากตัวแทนของบริษัทซึ่งรับคอนเซ็ปต์ของโฆษณาจากนักศึกษาชาวอังกฤษคนหนึ่ง
 
          และต่อมาก็เก็บเกี่ยวผลตอบแทนอย่างสวยงาม การค้นหาคำว่า “เพลงโฆษณาไอพอด ทัช” หรือ “บทวิจารณ์ไอพอด ทัช” กำลังกระโดดข้ามตัวเลข 50% ในสัปดาห์นี้ นับเป็นข่าวที่ร้อนแรงจริงๆ
 
          แอปเปิ้ลนั้น หล่นผลไม้อย่างไอโฟนสู่ชีวิตคนด้วยอาวุธ 2 แบบนั่นคือ
 
1.รูปลักษณ์ที่งดงาม
          บริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงส่วนใหญ่ไม่นับการออกแบบเป็นเรื่องจริงจัง พวกเขาทำเหมือนการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกเป็นความคิดที่ตามมาทีหลังหรือเป็นเหมือนการตกแต่งหน้าต่างโชว์สินค้าตามห้าง
 
          แต่สายตาที่มองเทคโนโลยีอย่างทะลุปรุโปร่งของผู้บริหารสูงสุดแห่งแอปเปิ้ล สตีฟ จ็อบส์ บอกว่าแท้จริงแล้วการออกแบบที่ดีนั้นสำคัญเท่ากับเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบ คุณสมบัติเจ๋งๆ ทั้งหมดในโลกนี้จะมีประโยชน์อะไร ถ้าเราไม่สามารถใช้งานสิ่งประดิษฐ์นั้นไปพร้อมกับความรู้สึกปราดเปรียวและมีเสน่ห์
 
          ตัวอย่างเล็กๆ คือ เมื่อคุณเปลี่ยนไอโฟนเป็นโหมด “กำลังบิน” (หมายถึงการปิดระบบรับเข้าโทรออก, WiFi และอื่นๆ) ทันใดนั้นเครื่องบินจิ๋วสีส้มปรากฏขึ้นและทะยานเข้าสู่แถบเมนู คุณอาจจะคิดว่าน่ารัก
 
          แต่ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ เป็นส่วนที่ทำให้ไอโฟน “ลงตัว” กับการใช้งานในโลกที่สิ่งประดิษฐ์ “พิกลพิการ” จนไม่สามารถใช้งานได้จริงในโลกเทคโนโลยีที่โฉมหน้าภายนอกคือความละเอียดอ่อนและลึกล้ำอย่างแท้จริง
 
2.ความรู้สึกที่ไวต่อการสัมผัส
          แอปเปิ้ลไม่ได้คิดค้น “หน้าจอแบบสัมผัส” และไม่ได้ปฏิวัติมันขึ้นมาใหม่ (แต่ได้รับ “เทคโนโลยีมัลติทัช” เมื่อแอปเปิ้ลคว้าบริษัท Fingerworks ในปี 2005)
อย่างไรก็ตามแอปเปิ้ลรู้ว่าจะต้องจัดการกับหน้าจอสัมผัสอย่างไร วิศวกรของบริษัทปรังปรุงกราฟฟิกของระบบประสานระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า user Interface (เช่นที่บริษัทเคยใช้ปรับปรุง Macintosh ในช่วง 80) เพื่อสรรค์สร้างอินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงกับระบบประสาทสัมผัสที่ปลายนิ้ว การจัดการข้อมูลด้วยนิ้วมือของคุณเอง อย่างเช่นการใช้มือพลิกอัลบั้มรูปและยืดหดรูปภาพอาศัยนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว
 
          นี่คือสิ่งที่วิศวกรของแอปเปิ้ลเรียกว่าเป็น “ประเด็นหลัก” คือ เป็นส่วนหนึ่งของวิถีที่มนุษย์เข้าไป “เกี่ยวข้อง” กับคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างจากความสำเร็จของ Nintendo Wii หรือแผนกใหม่ของไมโครซอฟท์ที่มีชื่อว่า “แผนกการใช้คอมพิวเตอร์บนพื้นผิว” หรือการแพร่พันธุ์แผงวงจรทัชสกรีนสู่ไอพอด จนเกิดเป็น ไอพอดทัช
 
          อีกไม่นานเราคงจะเห็น อีกมากมายนวัตกรรม อย่างที่เขาลือกันว่า Touching is the new seeing
 
.......................................
(หมายเหตุ 'Music is my Boyfriend' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)


 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง