บันเทิง

'บางระจัน ตอนที่ 17'

'บางระจัน ตอนที่ 17'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'บางระจัน ตอนที่ 17'

บางระจัน ตอนที่ 17
 
สไบเดินเร็วๆ ออกมาจากกระท่อม ใจตามหลังมา
"ฉันจะไปที่หน้าค่าย ดูพวกที่ไปรบว่ากลับมาหรือยัง พี่จะไปกับฉันมั้ย"
ใจมองสไบซึ่งเป็นห่วงเรื่องรบ
ในป่า ทัพมองตะลึง กระสุนติงจาโบเฉียดแฟงซึ่งม้วนตัวหลบไป ทำให้ผ้าโผกหัวแฟงหลุด ทัพพุ่งอ้ายเลาฝ่าทหาร ตรงเข้าหาติงจาโบ ทหารขวาง ทัพควบอ้ายเลาเข้าฟันทหารล้มคว่ำ  
ติงจาโบรับปืนกระบอกใหม่ เล็งปืนไปทีทัพ แฟงคว้าท่อนไม้ปาไปที่มือติงจาโบ  ปืนหลุดมือ กระสุนเฉียดทัพ อ้ายเลาร้องดัง ทัพควงดาบจะถึงตัวติงจาโบ ทหารวิ่งกรูมาช่วยนาย ทุกคนระดมยิงทัพ ทัพก้มฝ่ากระสุน ควบอ้ายเลาพุ่งไปช้อนร่างแฟงขึ้นม้า 
ติงจาโบคว้าปืนกระบอกใหม่ยิงกระหน่ำไปที่ทัพที่มีแฟงนั่งอยู่ด้วย ทัพพุ่งม้าเข้าป่า อำพรางตัว กระสุนเฉียดทั้งคู่ไปหวุดหวิด ติงจาโบโมโห
ทหารอังวะล้มตายเกลื่อน นักรบบ้านระจันเลือดเลอะทั้งตัว แต่อิ่มเอมใจ สังข์ชูดาบนำ 
"นักรบระจัน คือผู้ชนะ เฮ ผู้ชนะคือนักรบระจัน เฮ"
ทุกคน ไชโยโห่ร้องดังด้วยความดีใจ
ทัพพุ่งอ้ายเลาทะยานไปข้างหน้า เหลือบมองแฟงซึ่งซบลงที่หลังทัพอย่างเหนื่อยอ่อน 
"พี่จะพากลับไปที่ค่าย"
ทัพพูดไม่ทันขาดคำ เสียงปืนไล่หลังดังมา อ้ายเลาตกใจ แฟงหันไปมอง ทหารอังวะ 5 คนควบม้า ยิงไล่หลังมา 
"กลับค่ายไม่ได้แล้ว พี่ทัพ เราหนีไม่ทันแน่ๆ"
ทัพดึงอ้ายเลา พุ่งฉีกออกไปอีกทาง ทหารอังวะควบม้าไล่ล่าทัพกับแฟงไปทันที
เฟื่อง จวง จันทร์ เฟี้ยม ยืนรวมอยู่กับชาวบ้านหญิงหลายคน ชะเง้อมองการกลับมาของเหล่านักรบ สไบเดินมากับใจ ตรงเข้ามาหาเฟื่อง พนักงานกลองมองออกไปนอกค่ายแล้วรีบตีกลอง เสียงกลองศึกดังขึ้น มีเสียงโห่ร้องมาจากด้านนอก ทุกคนที่รอด้านใน ตื่นเต้นทันที 
ประตูค่ายเปิดต้อนรับเหล่านักรบ ทุกคนตื่นเต้นดีใจ แต่ใจเครียดทันที เหล่าผู้นำเดินเข้ามาก่อน ตามด้วยสังข์ ขาบ กลุ่มทหารม้าคำหยาดทยอยเข้ามา ใจกำหมัดอย่างเจ็บใจ  
ชาวค่ายหญิงพากันประคองคนเจ็บไปทางเรือนพยายาบาล จันทร์ไม่เห็นทัพกลับมาด้วย ในขณะที่เฟื่องก็ไม่เห็นแฟงเช่นกัน ฟักบอกว่าเห็นทั้งสองอยู่ด้วยกัน อาสาจะออกไปตามให้ ฟักชวนสังข์ไปด้วยกัน แต่นายแท่นห้ามไว้
"อย่าเลย พวกเราเหนื่อยกันมามากแล้ว พักก่อน ตอนนี้พ่อทองเหม็นกับพวกลาดตระเวนออกตรวจรอบๆ ค่ายอยู่ ถ้าเจอพ่อทัพกับน้องเอ็งคงพากันกลับมา พวกเราไปพักผ่อนกันก่อน รอพวกลาดตระเวนกลับมาแล้วค่อยว่ากัน อย่าเพิ่งออกไป จะยิ่งทำให้ข้าเป็นห่วงเพิ่มอีก"
ฟักกับสังข์ตัดสินใจไม่ไป เชื่อมั่นว่าทัพจะปกป้องแฟงได้
ทัพควบอ้ายเลาพุ่งมาในป่า แฟงกอดเอวไว้แน่น ทหารอังวะยังยิงปืนไล่มา ทัพเหลียวมองแฟงด้วยความเป็นห่วง
"จับพี่แน่นๆ นะ แฟง"
แฟงกอดเอวทัพไว้สองมือ ทัพกระตุกบังเหียนอ้ายเลาพุ่งทะยานข้ามลำธารหายเข้าไปในป่า ทหารอังวะดึงม้าให้ลุยข้ามไป แต่แค่ครึ่งลำน้ำ ทหารอังวะก็ตกใจเมื่อทัพพุ่งออกจากพงไม้มา ฟันกลางตัวทหารอังวะที่มัวดึงม้าข้ามน้ำ ทหารอังวะดิ้น ตกหลังม้าตายลงมา 2- 3 คนทันที ทหารอังวะอีก 2 เล็งปืนมาทางทัพ แฟงยิงกระสุนดินพุ่งเข้าเบ้าตาทหารอังวะ ปืนอังวะลั่นขึ้นฟ้า
ทัพดึงอ้ายเลาเลี้ยวมา ฟันทหารอังวะอีก 2 คน ล้มจากหลังม้าตกลงมาตายกลางน้ำ ทัพดึงแฟงขึ้นมานั่งบนหลังอ้ายเลา แฟงมองแขนซ้ายทัพ เห็นรอยแผลจากกระสุนถาก
"พี่ทัพ พี่ถูกยิง"
"กระสุนแค่ถากไป ไม่เป็นไร แฟง พี่ไหว เราต้องรีบไปจากตรงนี้"
แฟงกอดเอวทัพแน่น ทัพรีบควบม้าออกไป
เฟื่องเอายาสมุนไพรทาแผลตามตัวขาบที่โดนฟัน ขาบกุมมือหญิงสาวไว้อย่างเกรงใจ
"พี่เจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า"
เฟื่องเลี่ยงดึงมือออกจากมือขาบ มาหยิบยา ขาบยิ้มเศร้า 
"พี่ไม่เป็นไร"
"คืนนี้ฉันจะกลับไปรอแฟงที่เรือน" 
"รอเสียที่นี่ได้มั้ย เฟื่อง ที่นี่ก็เรือนของเฟื่อง"  
"แผลพี่ค่อยยังชั่วแล้ว ฉันอยากกลับไปดูแม่"
"ถ้าเฟื่องอยากดูแลแม่ พี่ก็สุดจะรั้งตัวเฟื่องไว้ พี่รู้ว่าเฟื่องไม่ได้เต็มใจจะอยู่กับพี่ พี่บังคับเฟื่องมาแล้วครั้งหนึ่ง ขอให้รู้ว่าพี่ยังเสียใจที่หักห้ามตัวเองให้รักเฟื่องน้อยลงไม่ได้ ถึงทำให้เฟื่องเกลียดและไม่มีวันยกโทษให้พี่" 
"พี่รู้ใจฉันดีแล้ว ก็อย่าถาม อย่าขออะไรให้ฉันลำบากใจอีกเลย"
เฟื่องตัดบทเดินออกไป ขาบได้แต่มองตามด้วยความเศร้า 
ทัพนั่งพิงต้นไม้ริมลำธาร แฟงเอาน้ำในกระบอกไม้ไผ่ราดล้างเลือดที่แขนซ้ายของทัพ
"ล้างเลือดออกก่อนนะ พี่ทัพ พักก่อน เดี๋ยวฉันจะขี่อ้ายเลาพาพี่กลับค่ายเอง" 
"แผลแค่นิดเดียวเอง แฟง"
"นิดเดียว ฉันก็ปล่อยให้พี่ไปไม่ได้ เกิดเจอพวกข้าศึกอีก"   
แฟงดึงผ้าที่มีออกมาฉีก แล้วมัดปิดแผลไว้ ทัพมองหน้าแฟงที่กุลีกุจอช่วยทำแผลอยู่ใกล้ชิด
"พี่ทัพ หิวมั้ย เดี๋ยวฉันไปหาปลามาย่างให้กินนะ"
แฟงจะลุกออกไป ทัพดึงมือรั้งตัวแฟงไว้  
"ไม่ต้องไปไหนแล้ว แฟง มานั่งตรงนี้ มานั่งข้างๆ พี่"
ทัพดึง แฟงลงนั่งอย่างว่าง่าย 
"ฉันไปไม่ไกลหรอกจ้ะ ถ้าเจอข้าศึก ฉันจะรีบวิ่งกลับมาบอกพี่"
"ไม่ต้องไป อยู่กับพี่ตรงนี้"  
แฟงมองสายตาทัพ 
"พี่ไม่ตีเอ็งก็ดีแค่ไหนแล้ว หนีออกมาคนเดียวอย่างนี้ เป็นผู้หญิง ถ้าเกิดถูกฟัน หรือถูกข้าศึกมันจับได้" 
ทัพละคำพูดไม่ดีไว้ ไม่สบายใจ ตรงข้ามกับแฟงที่ยิ้มกว้าง
"ฉันไม่กลัว ฉันรู้ว่าฉันจะต้องเจอพี่"
แฟงกุมมือทัพไว้ด้วยความเป็นเด็ก สายตาออดอ้อน
"อย่าตีฉันเลยนะจ๊ะ พี่ทัพคนเก่ง"
ทัพมองรอยยิ้มบนหน้านวลของแฟง แล้วใจกระตุก เมื่อได้พินิจแล้วว่าแฟงตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสาวน้อยคนงาม ไม่ใช่เด็กดื้อเหมือนที่เคยมองเห็นมาตลอด เขาเห็นเศษกิ่งไม้แห้งติดผมแฟง จึงหยิบออกให้
"ฉันอยากจะช่วย เท่าที่สองมือฉันทำได้ ฉันไม่เคยกลัวตาย ตอนที่อยู่บ้านศรีบัวทอง ฉันหลอกข้าศึกมาให้พ่อแท่นกับพวกฆ่า ตอนนั้นฉันก็ปลงใจแล้วว่าขอตายเพื่อพี่น้อง เพื่อแผ่นดินนี้ ฉันขอตายเพื่อให้ไทยได้อยู่เป็นไท"
"พี่รักน้ำใจเอ็งนัก แฟง"
แฟงยิ้มปลื้ม ทัพกุมมือแฟงแน่น ความรู้สึกผูกพันก่อตัวขึ้นในใจของทั้งคู่ที่เฉียดตายร่วมกันมา
"แต่ก่อนพี่เห็นเอ็งเป็นเด็กทะโมน แต่ตอนนี้พี่เห็นเอ็งไม่เหมือนเดิม"
"พี่ทัพเห็นฉันเป็นอะไร ไม่ใช่แฟงน้องพี่คนเดิมแล้วหรือจ๊ะ"
น้ำเสียงและแววตาแฟงออดอ้อน วิบวับอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้ทัพยิ้ม  
"ตอนนี้พี่เห็นเอ็งเป็นเหมือน แฟง ดอกไม้ไพร"
แฟงมองทัพอย่างแปลกใจ ทัพยื่นมือปัดปอยผมที่ปิดอยู่ให้พ้นวงหน้านวล รอยยิ้มและใบหน้าใสกระจ่าง แววตากลมโตของแฟงยิ่งทำให้ทัพใจเต้น 
"ดอกไม้ไพรที่ใจงามยิ่ง เป็นหญิงแต่เด็ดเดี่ยว ตั้งมั่นเพื่อแผ่นดิน ไม่เสียดายชีวิต น้ำใจเอ็งงามกว่าดวงหน้า งามเสียยิ่งกว่าสิ่งใด แฟงเอ๋ย" 
แฟงยิ้มมองทัพ หัวใจพองโต
เฟื่องนั่งรอแฟงอยู่ที่เรือน เฟี้ยมเดินออกมามองลูกสาว  
"ทัพมันคนมีฝีมือ มันต้องพาแฟงกลับมาจนได้ แต่ถ้าเอ็งห่วงเรื่องอื่น แม่ก็อยากพูดให้เอ็งเบาใจ ทัพมันคนดี เรื่องคิดจะล่วงเกินนังแฟง แม่เชื่อว่าทัพไม่ทำ"
"ฉันแค่เป็นห่วงน้อง"
"เอ็งควรจะเป็นห่วงผัวเอ็ง ไอ้ขาบที่นอนเจ็บ ข้ารู้ว่าเอ็งไม่รักไม่ชอบน้ำหน้าไอ้ขาบ มันหักหาญเอาตัวเอ็งไปจากไอ้ทัพ แต่เอ็งได้ชื่อว่าเป็นเมียมัน กินอยู่ แต่งงานแต่งการกับมันแล้ว"
เฟื่องกลั้นน้ำตาที่กำลังเอ่อออกมาเพราะคำพูดสะเทือนใจ
"ได้ชื่อว่า เมีย เราก็ต้องเป็นเมีย ดูแลผัวไม่ให้ขาดตกบกพร่องเสียก่อน ถ้าไอ้ขาบมันไม่ดีกับเอ็ง จนทนอยู่กันไม่ได้ ต่อไปแม่ก็จะไม่ห้าม แต่ตอนนี้เอ็งทำหน้าที่เมียที่ดีแล้วหรือยัง เฟื่อง มัวแต่เสียใจกับอดีต แล้วชีวิตเอ็งจะหาความสุขข้างหน้าได้ยังไง"
เฟื่องน้ำตาหยด สะเทือนใจมากกับคำเตือนของแม่
สังข์อยู่ที่เรือนด้วยความกังวล จวงวางสำรับข้าวลงตรงหน้า สังข์รู้สึกอึดอัด คิดว่าจวงไม่ได้ทำจากใจ ลุกขึ้นหยิบดาบ
"ไอ้ทัพมันหายไปนานแล้ว พี่ไปตามหาดีกว่า"
"รออีกสักหน่อยเถอะ เดี๋ยวคงกลับกันมา ฉันว่าพี่ทัพกับแฟงต้องไม่เป็นอะไร"
จวงเตือน สังข์ฟังด้วยความไม่สบายใจ
ในป่า ทัพยิ้มมองแฟง แฟงรู้สึกอายกับคำชมและสายตาของทัพ
"พี่ทัพพูดเสียจนฉันอาย"
"พี่พูดจริง แฟงจะต้องอายทำไม"
ทัพขยับมาใกล้ แฟงมอง ฝนตกลงมาปรอยๆ กระเด็นโดนหน้าแฟง ทัพเอื้อมมือมาแตะเม็ดฝนที่แก้มหญิงสาว แฟงตื่นเต้นใจระรัว ทัพเข้าใกล้ แฟงผินหน้าหนี เลี่ยงเอ่ยขึ้นเบาๆ 
"ป่านนี้ ทุกคนคงถามหาพี่กับฉัน" 
"ก็ติดฝนอยู่" 
อ้ายเลาวิ่งไปหลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่ ทัพหยิบผ้าโพกหัวที่เหลือของแฟงบังฝนให้ ฝนลงมาไม่ขาดเม็ด ทัพขยับไปใกล้ แฟงกอดอก
"หนาวเหรอ"
ทัพเอาผ้าโพกหัวคลุมลงที่ไหล่แฟง
"เหนื่อยก็พักก่อน ที่ไหล่พี่"
แฟงมองทัพอายๆ ทัพโอบแฟงลงพิงที่ไหล่ แฟงยิ้มทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจ ทัพมองแฟงด้วย ความรู้สึกวาบหวามเกิดขึ้นในใจ 
ขาบนั่งเศร้าอยู่หน้าเรือน มองฝนที่หยดลงมา เห็นเฟื่องที่วิ่งฝ่าฝนมา เขารีบวิ่งลงไปรับเฟื่อง
"เฟื่อง ตากฝนมาทำไม"
ขาบประคองเฟื่องขึ้นเรือนมา รีบหยิบผ้าเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ เฟื่องยิ้มมองขาบ  
"ฉันทำแกงมา กินข้าวด้วยกันนะ" 
ขาบดีใจมาก ดึงเฟื่องมากอดไว้ เฟื่องตกใจก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้ม ขาบรีบดึงหม้อออกจากมือเฟื่อง กระตือรือร้น 
"เฟื่องนั่งนะ เดี๋ยวพี่ไปเตรียมสำรับเอง"
"ไม่ต้องพี่ขาบ หน้าที่ฉันเอง"
"พี่อยากทำทุกอย่างให้เฟื่อง ให้เฟื่องได้อยู่สุขสบายที่สุด"
ขาบมองเฟื่องด้วยแววตาจริงใจมาก เฟื่องมองรอยยิ้มแววตาของขาบแล้วยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน
เม็ดฝนยังพรำอยู่ แฟงหลับซบอยู่ที่ไหล่ทัพ ทัพค่อยๆ ดึงแฟงลงมานอนในตัก แฟงหลับ ซุกตัว ทัพเอาผ้าโพกหัวคลุมให้ มองแฟงด้วยสายตาอ่อนโยน ไล้มือเบาๆ ปัดน้ำฝนที่กระเซ็นบนแก้มแฟงที่หลับสนิทไปเหมือนเด็กๆ
แสงจากก้อนไต้ไฟ ส่องแสงให้ความสว่างที่วงข้าวของเฟื่องกับขาบ เฟื่องตักแกงให้ ขาบกินอย่างไม่รู้จักอิ่ม ตักกินหน้าแช่มชื่น เฟื่องยิ้มมอง หยิบปลาช่อนทอดให้ ขาบกินด้วยความสุขที่มีเฟื่องอยู่ใกล้ๆ
ในเรือนดอกรัก สไบเอาข้าววางไว้ให้ดอกรัก มองสภาพดอกรักที่เหม่อลอย ไม่ยอมพูดจาด้วย
"พี่ดอกรักจ๊ะ กินข้าวเถอะนะ จะได้มีแรง ฉันทำของชอบพี่มาให้"
"มันไว้ใจไม่ได้ มันหลอกสไบ มันจะฆ่าเรา มันจะฆ่าพวกเราทุกคน" 
ดอกรักพูดพร่ำ หันหลังให้สไบ อยู่แต่ในโลกของตัวเอง สไบมองเศร้า ใจมองอยู่หน้าประตู ก่อนจะพาสไบมานั่งที่ศาลาท่าน้ำลับตาคน ด้านหลังค่าย
"ถ้าฉันเจอตัวไอ้คนที่มันทำให้พี่ดอกรักเป็นอย่างนี้ ฉันจะฟันมันด้วยมือฉันเอง"
ใจฟังแล้วกอดสไบไว้แน่น
"พี่ใจ ทำไมกอดฉันแน่นอย่างนี้ล่ะจ๊ะ"
"พี่คิดถึง สไบ"
ใจก้มลงจูบแก้มสไบ สไบเอียงอาย
"พี่ใจ เดี๋ยวมีคนเห็น"
"ไม่มีใครออกจากเรือนตอนนี้หรอก"
ใจสวมกอดสไบแน่น จูบลงที่แก้มอีกข้าง
"พี่อยากอยู่กับสไบ อยากกอดสไบ อยากให้สไบรู้ว่าพี่รักสไบแค่ไหน"
"ฉันก็อยากอยู่กับพี่"
ใจกอดสไบแน่น สไบอิงหัวลงในอกกว้างของชายหนุ่ม
"พี่อยากพาสไบกลับบ้าน"
"บ้านพี่ใจอยู่ที่ไหนจ้ะ"
"บ้านพี่อยู่ไกลจากวิเศษไชยชาญ จากที่นี่ บางระจัน" 
"ที่บ้านพี่เป็นยังไงจ๊ะ เล่าให้สไบฟังหน่อย"
ใจยิ้มให้สไบ นึกถึงความจริงในชีวิต 
"พ่อเป็นคนใจดี มีเมตตา พ่อสอนพี่ทุกอย่าง" 
ใจนึกถึงจาดที่เลี้ยงดูเขากับเจิด สั่งสอนอบรม ฝึกวิชาการสู้รบมาตั้งแต่เด็ก จนเขากับเจิดได้รับเลือกจากฉับกุงโบให้เป็นทหารหน่วยสอดแนม ต้องกล้าสังหารทุกคนที่ขัดขวาง และอย่าใจอ่อน ซึ่งทำให้ใจหนักใจเพราะไม่ใช่นิสัยของเขา 
ใจนิ่งเงียบ สไบขยับตัวมอง ถามด้วยเสียงสดใส
"สัญญานะ พี่ต้องพาฉันไปที่บ้านพี่"
"พี่อยากพาสไบไปซะตั้งแต่ตอนนี้"
"รอข้าศึกมันถอยกลับอังวะไปหมดแล้ว เราค่อยไปกันนะจ๊ะ"
ใจฟังแล้วกอดสไบแน่น
"ข้าศึกมีเป็นหมื่นเป็นแสนนะ สไบ ถ้าไม่ได้กรุงศรี เขาจะไม่มีวันถอยกลับอังวะ"  
"ฉันไม่ยอมดอก ฉันจะสู้ เราจะช่วยกันขับไล่พวกอังวะออกไปจากแผ่นดินของเรา พวกมันต้องแพ้" 
ใจพูดไม่ออก มองสไบแล้วดึงมาแนบอก หลบซ่อนสายตากดดัน
"อีกไม่นาน ทุกอย่างมันต้องจบสิ้น ถึงวันนั้น จะมีแค่เรา สไบกับพี่ พี่จะพาสไบไปอยู่ที่บ้าน บ้านของเรา มีลูกเล็กๆ วิ่งกันสี่ห้าคน พี่จะดูแลสไบให้สมกับที่พี่รักสไบตั้งแต่แรกเห็น"  
สไบยิ้ม ใจวาดหวังด้วยสายตามีความสุข
 
00000000000000000
 
เช้ามืด เม็ดฝนเกาะใบไม้เขียวชุ่มชื่นไปทั่ว อ้ายเลาเดินเหยาะย่างมา แฟงนั่งพิงอกทัพอยู่ สองคนมองอาทิตย์จับขอบฟ้าอย่างมีความสุข 
ที่ลานประตูค่ายระจัน ชาวค่ายกำลังซ้อมดาบ เฟื่องและพวกผู้หญิงหาน้ำให้กิน ยามหอค่ายตะโกนด้วยความดีใจ
"พ่อทัพกับแม่แฟงกลับมาแล้ว พ่อทัพกับแม่แฟงกลับมาแล้ว เปิดประตูเร็ว"
เฟื่อง ขาบ เคลิ้ม เอิบ ช่วง ชาวบ้านหยุดทำงานขยับมาดู ประตูค่ายเปิดออก ทัพกับแฟงเข้ามาในค่าย ชาวค่ายต่างเข้ามาแสดงความดีใจ ทัพอุ้มแฟงลงจากอ้ายเลา เฟื่องกับขาบวิ่งมาหา 
"พี่เฟื่อง" แฟงไม่กล้าเข้าใกล้พี่สาว
"เป็นยังไงบ้างแฟง"
"เราโดนพวกอังวะไล่จนหนีลึกเข้าไปในป่า" ทัพตอบ
"ฝนตกหนักทั้งคืนด้วย" ขาบบอก   
"ดีแล้วที่ไม่มีใครออกไปตามข้ากับแฟง"
ทัพยิ้ม เฟื่องกับขาบมองแฟง แฟงอายหน้าแดง
"ฉันไปหาแม่ก่อนนะ"
แฟงวิ่งไปด้วยความอาย เฟื่องอมยิ้ม เดินตามไป ขาบหันมามองทัพทันที
"ไอ้ทัพ เอ็งกับแฟง"
"ไอ้บ้าขาบ เอ็งไม่ต้องมองข้าด้วยสายตาอย่างนั้น ข้าไม่ได้ทำอะไรแฟงให้เสียหายเด็ดขาด  ฝนตก ข้าก็ติดฝน แล้วแฟงก็หลับไปจนเช้า"   
"นี่เป็นเอ็งนะ ข้าถึงเชื่อว่าเอ็งพูดจริง"
"เชื่อเถอะ ถ้าข้าจะรักหญิงคนไหน ข้าจะให้แต่ความยกย่อง เทิดทูน"
ทัพมองตามแฟงไปด้วยรอยยิ้มสุขใจ แล้วหันมาบอกเอิบกับช่วง
"ข้าถูกพวกอังวะมันไล่ยิงเกือบตาย ดีว่าแฟงช่วยทำแผลให้" 
"โธ่ ข้าหลงเป็นห่วงทั้งคืน" เอิบล้อ
"ดีใจจริงๆ ที่พี่กลับมาปลอดภัย เฮ"
ชายฉกรรจ์เข้ามาแบกทัพโยนอย่างดีใจ ไชโยโห่ร้องกันยกใหญ่
แฟงเดินเร็วๆ มาที่เรือนด้วยความอาย เฟื่องเดินมาดึงมือน้องสาวไว้ มองด้วยสายตาอยากรู้ แฟงเห็นสายตาพี่ก็รีบบอกก่อน
"พี่เฟื่อง มันไม่ใช่อย่างที่พี่กำลังคิด"
"รู้รึ พี่คิดอะไร"
"ฉันกับพี่ทัพติดฝนเท่านั้นจริงๆ พี่ทัพโดนไล่ยิงจากพวกทหารอังวะ อ้ายเลามันเตลิดเข้าไปในป่า แต่พวกข้าศึกก็ถูกพี่ทัพฟันจนละเอียด"
"พอแล้ว แฟง" 
เฟื่องจับมือแฟงกระตุกห้ามเบาๆ พร้อมอมยิ้ม
"พี่เชื่อ ผู้ชายอย่างพี่ทัพหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว"
"แม่คงจะบ่นฉันสามกระบุงโกย"
"บ่นก็ต้องฟัง เตรียมก้นไว้ด้วย แม่บอกว่าจะตีเสียให้เข็ดที่หนีออกไปสนามรบ"
แฟงทำหน้ากลัว เฟื่องหัวเราะ แฟงรีบวิ่งไป เฟื่องมอง 
"พี่รู้ดีแฟง รู้มาก่อน รู้แก่ใจตัวเองที่สุดว่า ผู้ชายอย่างพี่ทัพหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว"
เฟื่องเศร้าลงชั่วขณะเมื่อนึกถึงคนรักเก่า 
ลานกระท่อมฟัก ทัพยืนอยู่กับสังข์ ขาบ ทัพสงสัย
"ครั้งที่ผ่านมาเราถูกพวกข้าศึกล้อมไว้ถูกทุกด้าน ถ้าไม่มีพวกพ่อแท่นตามไปช่วยตีกระหนาบ เราเห็นจะชนะยากเต็มที"
"เอ็งสงสัยว่า จะมีหนอนบ่อนไส้" สังข์ถาม
"ใช่ มันวางแผนตั้งรับเราได้ถูกหมด ข้าว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันจงใจ"
"แล้วเอ็งสงสัยใคร" ขาบถาม
"ไอ้ใจ" สังข์บอกทันที
ใจลอบฟังอยู่ด้วยสายตาคมปลาบ
"ทำไมเอ็งคิดว่าไอ้ใจ" ทัพถาม
"มันไม่มีหัวนอนปลายตีน มาจากไหนก็ไม่รู้ ถึงมันเคยช่วยสไบกับพวกกระทุ่มด่านไว้หลายครั้ง ข้าก็ไม่วางใจ" สังข์บอก
"ข้าจะไม่กล่าวหาใคร ถ้าไม่มีหลักฐาน" ทัพยืนยัน
"ข้าจะช่วยดูอีกแรง ไม่ว่าใคร ข้าจะไม่ปล่อยให้มันลอบกัดเราอีก" ขาบบอก
ทัพ ขาบ สังข์เดินไปทางลานซ้อมอาวุธ ใจขยับออกมาจากที่ซ่อน หลบฟัง แววตากร้าวขึ้นเมื่อรู้ว่ากำลังถูกเพ่งเล็ง
สไบป้อนข้าวดอกรักอยู่ที่เรือน ดอกรักปัดมือออก
"ข้าไม่กินของพวกศัตรู"
ข้าวหกกระจายเกลื่อน สไบมองอย่างอดทน 
"กินสักนิดนะ พี่ดอกรัก"  
"เอ็งมันโง่"
สไบมองดอกรักอย่างไม่ถือสา
"ข้าเตือนแล้ว เอ็งจะถูกหลอก สไบ เอ็งกำลังถูกหลอก"
"พี่ดอกรัก พี่จำฉันได้แล้วเหรอ"
สไบเข้าไปจับดอกรัก ดอกรักสับสน มึนงง วูบหนึ่งที่จำสไบได้
"สไบ"
"พี่ดอกรัก พี่จำฉันได้แล้วใช่มั้ย"
"สไบ ไอ้ใจมันหลอกเรา มันเป็นพวกศัตรู"
ดอกรักบอกสไบด้วยสติที่กลับมาเป็นคนเดิม เจิดก้าวเข้ามา ดอกรักเห็นเจิดก็พุ่งพรวด
"มึง ไอ้พวกอังวะ"
เจิดทำเป็นยืนเฉย ตีหน้าไม่รู้เรื่อง ดอกรักพุ่งเข้าหา บับคอเจิด สไบขวาง ช่วยห้ามจนถูกดอกรักผลักไปชนเสา หัวแตก ดอกรักได้สติ เข้าไปประคองสไบ   
"สไบ พี่ขอโทษ"
เจิดกำลังจะเดินเข้ามาทางดอกรัก เอิบ ช่วงโผล่พรวดเข้ามาเข้ามาก่อน เจิดต้องหยุด เอิบ ช่วงรีบเข้าไปดูสไบ เจิดจ้องดอกรักด้วยสายตาไร้ความปรานี
ทัพ สังข์ ขาบมองเฟื่อง แฟง ที่ช่วยทำแผลให้สไบ เอิบ ช่วงมองอยู่ใกล้ๆ
"ไอ้ดอกรักนี่มันบ้า ทำร้ายกระทั่งสไบ" เอิบแปลกใจ
"ไม่ใช่หรอกจ้ะ พี่ดอกรักเริ่มจำฉันได้แล้วต่างหาก"
"จำได้ทุกอย่างเลยเหรอ" แฟงถามกระตือรือร้น 
"จำได้ แล้วก็พูดเรื่องนั้นอีก หาว่าพี่ใจ พี่เจิดเป็นทหารอังวะ"
ทัพนิ่งฟัง ข้องใจ
ที่ท่าน้ำหลังค่ายระจัน ใจมองเจิดที่พุ่งเข้ามาหา สีหน้าเครียด
"ฆ่าไอ้ดอกรักซะ อองนาย ถ้ามีคนเชื่อมันเราจะตายอยู่ที่นี่"
ใจอึดอัด เจิดเร่ง
"อย่าใจอ่อน อองนาย ข้าเคยบอกแล้วว่าเราต้องฆ่ามัน แต่แกเห็นแก่สไบ เรื่องมันถึงยุ่งแบบนี้ ถ้าแกไม่ลงมือ ฉันจะฆ่ามันทั้งสองคน"
"พี่ฆ่าสไบไม่ได้ สไบเป็นเมียฉัน"
"เมียคนไทย คิดว่าสยาจะรับได้หรือ อองนาย"
ใจมองเจิดอย่างกกดัน
"แกมาทำหน้าที่อะไรที่นี่ อองนาย อย่าลืมสิว่าเราเป็นศัตรูพวกมัน เราต้องทำให้มันแพ้ เราต้องการเสบียงไปเลี้ยงกองทัพเพื่อตีโยธยาให้ราบ ไม่ใช่มาคอยช่วยพวกมัน"
"ฉันรู้ ไม่ต้องย้ำ ฉันสอดแนมพวกมันจนเราเกือบชนะ"
"เกือบไม่ได้ เราต้องชนะเท่านั้น เราสาบานแล้วว่าจะทำทุกอย่างเพื่อพระเจ้ามังระ ที่นี่ไม่ใช่แผ่นดินของเรา ผู้หญิงไทยไม่ได้มีไว้รัก ไม่ได้มีไว้เป็นเมียที่เราจะยกย่อง"  
"แต่ฉันรักสไบ ฉันจะพาเขากลับอังวะ อูทินลิน ฉันขอชีวิตสไบไว้คนเดียว"
"ฉันให้ได้แค่ชีวิตผู้หญิงคนนั้น แต่แกก็รู้ว่าความรักของแกกับสไบไม่มีวันสมหวัง จะไม่มีใครยอมรับผู้หญิงไทย"  
"ฉันไม่สนใจ ถึงตอนนั้น กลับไปด้วยชัยชนะ ฉันจะขออะไรก็ได้ ไม่ต้องห่วงอูทินลิน กรุงโยเดียจะต้องแหลกเพราะกองทัพอังวะของเราแน่ และฉันจะฆ่าดอกรักเอง ฉันจะทำให้ค่ายระจันนี้แตกให้เร็วที่สุด" 
ใจคิดอย่างรอบคอบ แต่เจิดกลับไม่เชื่อว่าใจจะทำได้
ที่เรือนดอกรัก ทัพนั่งลงตรงหน้าดอกรัก ดอกรักถูกล่ามโซ่ไว้รีบถามทัพ 
"สไบ สไบเจ็บมากหรือเปล่า ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้สไบหัวแตก"
"สไบไม่เป็นไรแล้ว ใจเย็นๆ ค่อยๆ นึกสิ ดอกรัก วันนั้น ที่เอ็งถูกทำร้าย  เอ็งจำหน้าคนที่ทำได้ใช่มั้ย"
ดอกรักกุมหัว พยายามนึกทบทวน 
"ไอ้ใจ" 
"เอ็งแน่ใจหรือเปล่า ลองคิดดีๆ"
"ฉันสงสัย ฉันตามมันออกไป ฉันเห็นไอ้ใจมันกำลังคุย คุยกับ" 
ทัพมองลุ้นดอกรัก ดอกรักกุมหัว ส่ายหน้า
"ใคร สักคน"  
ทัพผิดหวัง แต่ก็ยังให้กำลังใจดอกรัก
"ไม่เป็นไร เอ็งพักก่อน ค่อยๆ คิด วันไหนคิดออก บอกข้านะ ดอกรัก บอกข้าคนเดียว อย่าพูดกับคนอื่น ไม่อย่างนั้นสไบจะเดือดร้อน"
"ช่วยสไบด้วย อย่าให้สไบถูกพวกมันฆ่า ช่วยสไบด้วย"
"ข้าจะช่วยทุกคน ถ้าเราจับได้ว่าใครมันมาสอดแนมส่งข่าวให้พวกอังวะ ค่ายระจันเราจะปลอดภัย" 
ทัพคิดหาทางจัดการเรื่องสายลับ
ที่โรงครัว สไบกำลังตักข้าว เตรียมสำรับให้ดอกรัก แฟง เฟื่องช่วยงานในครัว เจิดลอบมาจากด้านข้างกองฟืน แอบราดน้ำมันลงไปที่กองฟืน จุดไฟ คนในครัวแตกตื่น ช่วยกันดับไฟ  
เจิดลอบเทผงยาพิษลงไปในสำรับข้าวดอกรัก  
แฟงยกถัง สาดน้ำโครมใหญ่เข้าไปในกองฟืน ไฟดับลงทันที ทุกคนกลับเข้าที่ ทำงานกันต่อ สไบเดินกลับมา ยกถาดอาหารจะไปให้ดอกรัก แฟงขอตามไปด้วย 
ทัพมองสไบเอาสำรับวางลง แฟงนั่งใกล้ทัพ ดอกรักนั่งกอดเข่านิ่ง อยู่ในภวังค์ของตัวเอง
"พี่ดอกรักจ๊ะ"
ดอกรักเงยมองแววตาว่างเปล่า แฟงหันไปถามทัพ
"จำใครไม่ได้อีกแล้วเหรอ"
"จำได้บ้าง เดี๋ยวๆ ก็ลืม"
สไบจะป้อนข้าว แต่ดอกรักยังเหม่อลอย ไม่ยอมกิน มองข้าวในจาน แล้วพูดออกมา
"ข้าว"
"จ้ะ ข้าว ข้าวนาบ้านระจัน พวกเราปลูกไว้เลี้ยงชาวค่าย ที่สามโก้ พี่กับฉันเคยทำนาด้วยกัน ข้าวของพี่เป็นข้าวพันธุ์ดีกว่าใครๆ พี่จะตั้งใจคัดพันธุ์เก็บไว้ปลูกในปีต่อๆ ไปเสมอพี่บอกฉันว่าอยากให้ลูกหลานเรามีข้าวดีๆ กิน เกิดเป็นคนไทต้องได้กินข้าวอร่อย"
ดอกรักพยายามนึกตามคำบอกเล่าของสไบอย่างตั้งใจ เขาหยิบข้าวขาวสวยในจานที่สไบถือขึ้นมา สไบมองแล้วยิ้มดีใจ
"แผ่นดินเราอุดมสมบูรณ์ ดินดีน้ำดี ข้าวงามงอกเงยเต็มทุ่ง พวกเราไม่เคยอดอยาก ศัตรูถึงบุกมารุกมาราน เพราะอยากเป็นเจ้าของแผ่นดิน"
"อังวะ ศัตรู มันจะมาแย่งข้าวเรา ข้าจะฆ่ามัน"
"พี่ดอกรัก พี่จำได้แล้วใช่มั้ย"
"มันจะมาแย่งข้าว ข้าไม่ให้ ข้าจะเก็บไว้ให้ลูกหลานไท"
ดอกรักดมข้าว แล้วยิ้มให้สไบ
"ข้าวหอมปิ่นแก้ว"
สไบยิ้ม น้ำตาไหล รู้ว่าดอกรักจำได้แล้ว 
"จ๊ะ ข้าวหอมปิ่นแก้วที่พี่หวงนักหวงหนา พันธุ์ที่พี่ชอบกิน กินซิจ๊ะ"
ดอกรักค่อยๆ เอาเข้าปาก แล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย สักพัก ดอกรักเกิดอาการเกร็ง หายใจไม่ออก ลงไปดิ้นชักกับพื้น ทัพพุ่งเข้าไปดู ดอกรักเริ่มน้ำลายฟูมปาก เกร็งทั้งร่าง ทัพมองแล้วรู้ทันที
"ดอกรักถูกวางยา แฟง ไปตามหมอมาเร็ว แล้วให้ไอ้เอิบไอ้ช่วงไปตามไอ้สังข์ ไอ้ขาบมาด้วย"
แฟงวิ่งพรวดออกไปทันที สไบหน้าตาตื่นกลัว ทัพช้อนร่างดอกรักขึ้น แต่ดอกรักอาเจียนออกมาอย่างหนัก 
ใจกำลังฝึกซ้อมมวยอยู่กับหมู่เคลิ้ม และผู้ชายคนอื่นๆ สังข์ ขาบยืนมองจ้องใจอย่างสังเกต เอิบ ช่วงวิ่งมาหน้าตาตื่น
"ไปเร็ว ไอ้ดอกรักถูกวางยา"
สังข์ ขาบวิ่งออกไปกับเอิบ ช่วง ทันที ใจมองสังข์กับขาบสงสัย สังหรณ์ว่าเกิดเรื่องขึ้นแล้ว
พ่อหมอช่วยเอายาให้ดอกรักกินจนอาการเกร็งคลายลง ก่อนจะสลบไป ใจมองแล้วถอยหลบไป สังข์ไม่พอใจ 
"นี่มันถึงกับวางยาในข้าว ไอ้ดอกรักมันคงเห็นหน้าไอ้อังวะนั่นจริงๆ" 
"ใคร พี่ดอกรักเห็นหน้าใคร" สไบถามทันที  
ทัพเครียด เพราะรู้ว่าดอกรักหมายถึงใจ
ที่ป่าเปลี่ยวหลังค่ายระจัน ใจผลักเจิดกระแทกต้นไม้ด้วยความโมโห
"ฉันบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งลงมือ พวกมันกำลังสงสัยเรา"
"เอ็งไม่มีวันฆ่าไอ้ดอกรัก เอ็งมันใจอ่อน เพราะเอ็งสงสารสไบ"
"ฉันทำได้"
"ก็ทำสิวะ อย่ามัวแต่รอ หรือจะให้พวกบ้านระจัน มันจับได้ แล้วเอาดาบตัดคอเราก่อนรึไง"
เจิดถามเสียงเข้ม ใจมองด้วยความอึดอัด หันหลังเดินออกไป เจิดมองอย่างผิดหวังในตัวใจ 
ใจเดินเร็วๆ กลับมาในค่ายหน้าเครียด ทัพ สังข์ ขาบ ก้าวมายืนขวางหน้า
"ข้ามีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยใจ" 
"มีเรื่องอะไรหรือทัพ"
"เอ็งรู้หรือยังว่าดอกรักถูกวางยาพิษ"
"เมื่อไหร่ ใครมันทำชั่วขนาดนั้น"
ใจตีหน้าไม่รู้เรื่อง ท่ามกลางสายตาสังเกตของทัพ สังข์ ขาบ 
สไบนั่งดูแลดอกรักที่อาการสงบนิ่ง อยู่ที่เรือนดอกรัก 
"พี่ดอกรักคงไม่เป็นอะไรแล้วจ้ะ" 
เอิบ ช่วง ฟักมองกัน
"ดูมันดีๆ ล่ะ มีอะไรก็ตะโกนเรียกเลยนะ" เอิบบอก
"พวกพี่อยู่แถวนี้ มีอะไรไม่ชอบมาพากล ก็ร้องเลย" ฟักสั่ง
"ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนสไบ" แฟงอาสา 
"มีน้องแฟงอยู่ด้วยก็หายห่วง ตะโกนเสียงดังๆ ข้ามคลองไปทางโน่นเลยนะจ๊ะ"
แฟงซัดผัวะเข้ากลางหลังช่วง ช่วงรีบออกไปก่อน เอิบตามไป แฟงมองพี่ชายแล้วเรียก
"พี่ฟัก พวกสอดแนมนี่น่ากลัวนะ นึกไม่ออกเลยว่ามันเป็นใคร"
ฟักมองน้องอย่างเห็นใจ
"ระวังตัวไว้มากๆ ข้าศึกที่มันกำดาบพุ่งมาฟันยังไม่น่ากลัวเท่า" แฟงเตือน 
ฟักมองสไบ "สไบก็เหมือนกัน อย่าวางใจใครง่ายๆ อย่าบอกเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องบอกใคร" 
"จ้ะพี่"
ฟักออกไป แฟงหันมายิ้มให้กำลังใจสไบ สไบมองดอกรักด้วยความสงสาร  
"ฉันอยากเห็นหน้าไอ้คนใจร้ายคนนั้น อยากจะถามมันว่า ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า" 
สไบเจ็บแค้นแทนดอกรัก
แถวลานชนไก่ ใจมองทัพด้วยสายตาไม่ตื่นเต้น ตกใจ
"เอ็งจับตัวมันได้มั้ย" ใจถาม
"ไม่ได้ เอ็งล่ะพอรู้มั้ยว่ามีใครที่ไม่ชอบใจไอ้ดอกรัก ถึงขนาดอยากให้มันตาย"
ทัพกับใจประสานสายตามองกันอย่างวัดใจ
หลังเรือนดอกรัก เจิดปิดหน้าอำพรางตัวในความมืด มุ่งตรงไปที่เรือน ในขณะที่สไบกับแฟงนั่งเฝ้าอาการดอกรักอยู่ ดอกรักเริ่มมีอาการแปลกๆ เส้นเอ็นเส้นเลือดโปนแดงขึ้นเต็มคอ
"แฟง ดูพี่ดอกรักซิ เป็นอะไรไม่รู้"
สไบกับแฟงมองตกใจ 
"พี่ดอกรัก พี่เป็นอะไร พี่เป็นอะไรพี่ดอกรัก" 
ดอกรักดิ้นทุรนทุราย เจิดพุ่งเข้ามา แฟงหันไปเห็นตกใจ
"สไบระวัง"
แฟง หันไปกระชากมีดที่เหน็บฝามากำไว้ในมือเตรียมพร้อม เจิดที่ไม่คิดว่าแฟงจะอยู่ด้วย เขาพุ่งเข้าหา แฟงถือมีดไว้ 
"สไบ ออกไปเรียกพี่ทัพ เรียกทุกคนมาเร็ว"
สไบมองหาทางออก เพราะเจิดขวางประตู สไบตัดสินใจจะโดดออกทางหน้าต่าง เจิดพุ่งเข้าไปกระชากสไบ แฟงได้โอกาสพุ่งเข้าจ้วงแทงที่แขนเจิด เจิดสะดุ้งด้วยความเจ็บ แต่ไม่ยอมปล่อย กระชากสไบกลิ้งลงมา โดนตะเกียงหล่นไหม้บ้านซ้ำอีก สไบล้มลงกับพื้น 
แฟงพุ่งเข้าหาเจิด เจิดตบแฟงกลิ้งไปกับพื้น ไฟลุกโหม สไบกับแฟงสำลักควัน ท่ามกลางควันไฟ สไบเห็นเจิดเดินย่างสามขุมเข้าไปหาดอกรัก
"อย่า!!"
 
จบ ตอน 17

 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง