บันเทิง

‘นิว-จิ๋ว’โชว์เสน่ห์ปลายจวักในเมนู‘ทับทิมกรอบ’

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

พักยก : ‘นิว-จิ๋ว’ โชว์เสน่ห์ปลายจวัก สานรักแบบไทยลงในเมนู ‘ทับทิมกรอบ’ : เรื่อง ณัฏฐิรา หลอดแก้ว /ภาพ สมศักดิ์ เนตรทอง

 
              เป็นสองสาวที่กำลังฮอตฮิตติดลมบน สำหรับดูโอสาวที่มาแรงแห่งยุคอย่าง "นิว" นภัสสร ภูธรใจ และ "จิ๋ว" ปิยนุช เสือจงพรู แต่ถึงคิวจะแน่นแค่ไหน วันนี้ทั้งสองสาวจะวางไมค์ มาสร้างความแปลกใหม่ อย่างที่ไม่ค่อยได้เคยเห็นกัน นั่นคือ!! การโชว์เสน่ห์ปลายจวักในแบบกุลสตรีไทย ด้วยการปั้นแต่งของหวานสุดเลิศรส อย่าง "ทับทิมกรอบ" ซึ่งไม่ใช่ทับทิมกรอบธรรมดาซะด้วย เพราะเป็นทับทิมกรอบสูตรโบราณของร้าน เดอะ โลคัล บาย ออมทอง (The Local by Oam Thong)  ร้านอาหารไทยสุดหรูที่ สุขุมวิท 23
 
              ตกลงฟันธงกันเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงวันนัดหมาย ถึงทั้งสองสาวก็มาในชุดเบาๆ ชิลๆ โดยสาวนิวใส่เสื้อยืดสีดำที่เป็นแบรนด์ของตัวเองอย่าง "Brand New” ที่สาวนิวทำหน้าที่เป็นดีไซเนอร์เองด้วย แถมยังเอาเสื้อแบรนด์ตัวเอง แต่เป็นสีขาวลายสวยให้เพื่อนสาวใส่มาวันนี้ด้วย เมื่อมาถึงทั้งสองสาว ก็กล่าวทักทายสวัสดีทีมงาน ก่อนจะขอเวลาแอบไปเดินมชมร้าน ระหว่างรอทางร้านจัดเตรียมวัตถุดิบในการทำ "ทับทิมกรอบ" ซึ่งเมื่อเข้าไปภายในร้าน และเห็นการตกแต่งในแบบไทยๆ "แบบไทยๆ น่ารักดี บรรยากาศก็ดีด้วย" สาวนิวพูดระหว่างเดินชมบรรยากาศในร้าน ก่อนที่จะหันหยิบหมวกชาวนาสวมใส่เล่นกันอย่างน่ารักกับจิ๋ว ชมร้านได้พักหนึ่ง ทางทีมงานก็เดินมาแจ้งว่า วัตถุดิบอุปกรณ์การทำทับทิมกรอบถูกจัดเตรียมเสร็จแล้ว
 
              ได้ยินแบบนี้ "นิว-จิ๋ว" มองหน้ากัน ก่อนที่จิ๋วจะหันมาบอกว่า "คงทำไม่ยากหรอกเนอะ ก็แค่เราไม่เคยทำมาก่อน" และหันมองหน้ากันแล้วหัวเราะชอบใจ จากนั้นก็เดินไปที่โต๊ะที่ถูกจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จะทำทับทิมกรอบ เมื่อเห็นอุปกรณ์และวัตถุดิบ "นิว-จิ๋ว" ก็หันมากระซิบกับทีมงานว่า "ไม่เคยทำ ทำยังไง" จากนั้นทางทีมงานเลยต้องรบกวน "แคน" ธนพร มารควัฒน์ เจ้าของร้านมาเป็นครูสอนทั้งสองสาวทำ พอรู้ว่าจะมีครูมาสอนทั้งสองสาวถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่นิวจะหันมาบอกว่า "ไม่เคยทำ แต่ชอบกิน ทับทิมกรอบมาก เพราะสีสันสวยงาม และเวลากินก็จะหอมๆ เย็นๆ ชื่นใจ"
 
              มาถึงขั้นตอนการทำโดยครูแคนได้บอกให้นิว-จิ๋วตกลงกันว่า ใครจะเป็นคนหั่นแห้ว (หรือชื่อใหม่ "สมหวัง") เป็นลูกเต๋า ซึ่งจิ๋วขอเสนอตัวเป็นผู้ทำ ระหว่างที่จิ๋วกำลังละเมียดสะไมในการหั่น นิวที่ยืนรอดูอยู่ก็ร้องเพลงแกล้งเพื่อนสาว "ฉันรอแล้วได้อะไร ฉันรอแล้วฉันได้กินเมื่อไหร่" จิ๋วรีบหันมามองหน้านิว ก่อนจะบอกว่า "ของแบบนี้ต้องพิถีพิถัน อดใจรอแปบหนึ่ง" เห็นการหยอกเอินของเพื่อนสาวคู่นี้แล้ว บอกเลยว่าน่ารักจริงๆ หลังจากที่จิ๋วหันแห้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ก็นำแห้วที่หันไปใส่ลงในน้ำแดงที่ผสมไว้ เพื่อแช่ให้แห้วได้สีสันตามความต้องการ ทิ้งระยะเวลาไว้ประมาณ 20-30 นาที ระหว่างนั้นนิวก็มาสลับเป็นมือหั่นด้วยการ หั่นขนุนให้เป็นเส้นๆ เพื่อมาใช้ตกแต่งความสวยงามให้กับทับทิมกรอบ
 
              ผ่านมา 20-30 นาที ทั้งสองสาว ก็ช่วยกันเอาแห้วที่ผสมในน้ำแดงขึ้นมาคลุกกับแป้งที่เตรียมไว้ เคล็ดลับอยู่ที่แป้งที่คลุกจะต้องไม่หนาจนเกินไป เพราะฉะนั้นทั้งสองสาว เลยต้องคอยร่อนทับทิบกรอบสีแดงที่คลุกแป้ง เพื่อไม่ให้แป้งเกาะจนหนา จากนั้นทั้งสองสาวก็ช่วยกันเอาแห้ว ที่ผสมสีแดงและผ่านการคลุกแป้งมาต้มลงในน้ำเดือดที่ตั้งรอไว้ โดยจิ๋วหันไปถามกับครูแคนทันทีว่า "จะรู้ได้ไงค่ะ ว่าสุกแล้ว" ครูแคนเลยอธิบายให้ฟังว่า ถ้าอันไหนที่สุกแล้ว จะลอยขึ้นมา งานนี้ทั้งสองสาวเลยถึงบางอ้อ!! หลังจากนั้นไม่นาน แห้วที่คลุกแป้งก็ลอยขึ้น จิ๋วเลยรีบช้อนขึ้นมา แล้วนำมาใส่ในน้ำเย็นที่เตรียมไว้
 
              จากนั้นมาถึงขั้นตอนการทำน้ำเชื่อม โดยจิ๋วเป็นคนทำในขั้นตอนนี้ ด้วยการนำน้ำตาลปี๊บมาผสมกับน้ำ แล้วต้มให้เดือด เมื่อส่วนผสมเข้ากันแล้ว  ก็นำใส่ภาชนะ ก่อนจะเอาไปอบเทียนหอม สาวจิ๋วหันมาบอกกับทีมงานว่า "เอาไปอบเทียน จะได้กินหอมๆ เวลากิน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อีกแบบของไทย ที่ไม่เหมือนชาติใดในโลก" ช่วงเวลาที่รออบเทียน สาวนิวเลยหันมาทำน้ำกะทิ พร้อมบอกว่า "ขั้นตอนนี้ยากมาก ขอนิวทำนะ" จากนั้นนิวก็นำกะทิและเกลือมาผสมกันในไฟอ่อนๆ ไม่ถึง 1 นาทีก็เป็นอันเสร็จ ทำเอาทีมงานหันไปมองหน้าสาวนิว ที่แอบยิ้มแบบเขินๆ
 
              มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือการนำส่วนผสมทั้งหมด มาจัดใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ โดยสาวนิวเป็นคนตักเม็ดทับทิมกรอบใส่ในถ้วย จากนั้นจิ๋วก็เอาน้ำเชื่อมและน้ำกะทิราดลงบนทับทัมกรอบ ก่อนที่จะช่วยกันนำขนุนที่หั่นไว้ตกแต่งอีกที เป็นอันเสร็จการตอนการทำ "เสร็จแล้ว น่ากินไหมล่ะ" สาวนิวกล่าว ก่อนที่จะยกถ้วยทับทิมกรอบมาให้ทีมงานลองชิม โดยสาวจิ๋วเผยว่า "เป็นครั้งแรกที่ทำ หน้าตาออกมาน่าทานแบบนี้ แล้วชื่นใจ แต่จะอร่อยหรือเปล่า ต้องลองชิมดู แต่เรื่องหน้าตาชนะขาดขอบอก"....งานนี้เมื่อทีมงานได้ลองชิมต่างยกนิ้วให้เลย !!!
 
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง