บันเทิง

อารมณ์ขันของ'ไบรอัน อีโน'

อารมณ์ขันของ'ไบรอัน อีโน'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

อารมณ์ขันของ 'ไบรอัน อีโน' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ

 
 
 
          “เหนื่อยเหลือเกิน กับการค้นหาทางจิตวิญญาณ
          ฉันเดินตามสรรพเสียงมายังวิหารแห่งหนึ่ง
          ลองจินตนาการความประหลาดใจของฉันสิ 
          เมื่อฉันพบว่า เสียงพวกนั้นถูกโปรดิวซ์โดย ไบรอัน อีโน!”
 
          นี่คือเนื้อเพลงท่อนแรกของเพลงพิลึกๆ แต่มีเสน่ห์ร้ายกาจ Brian Eno ของวงสุดเนิร์ดที่ชื่อ MGMT
 
          สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า ไบรอัน อีโน เป็นใคร พอฟังเพลงนี้แล้วอาจจะนึกว่าเป็นเพลงเกี่ยวกับพ่อมดคนหนึ่ง แต่เอาเป็นว่าสำหรับคนในแวดวงดนตรีแล้ว ไบรอัน อีโน คือชื่อของโปรดิวเซอร์ระดับสุดยอดตลอดกาลที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีวงดนตรีรุ่นใหม่กล้าเอาชื่อมาล้อเล่นกันแบบนี้!
 
          ไบรอัน อีโน เกิดที่อังกฤษ เขาร่ำเรียนมาทางด้านศิลปะแนวมินิมอลิสต์ แต่ก็เริ่มหันมาสนใจเรื่องดนตรีไปพร้อมกันตอนที่เรียนศิลปะอยู่นี่เอง พอเรียนจบเขาเกือบจะไปเป็นครูสอนศิลปะเสียแล้ว แต่ดันเดินสวนกับสมาชิกวงดนตรีอาร์ตร็อก Roxy Music ที่สถานีรถไฟใต้ดินแล้วได้พูดคุยกัน เลยถูกชักชวนให้ไปช่วยเล่นซินธิไซเซอร์และช่วยสร้างซาวนด์แปลกๆ จากเครื่องเล่นเทปให้กับวงหน่อย ไบรอันก็เลยได้เริ่มต้นอาชีพในวงการดนตรีในปี 1971 แทนที่จะเข้าสู่วงการศิลปะตามที่วางแผนเอาไว้
 
          ตอนแรกๆ ไบรอันยังไม่ได้ขึ้นเวทีร่วมกับวงร็อกซี่มิวสิกแต่จะช่วยสร้างเสียงอยู่หลังเวทีมากกว่า จนสักพักเขาก็ได้ขึ้นไปร่วมเล่นเป็นสมาชิกวงเต็มตัวและได้ร่วมแต่งตัวฉูดฉาดตามกระแสนิยมของดนตรีอาร์ตร็อกช่วงนั้นอีกคนหนึ่งด้วย แต่ไบรอันก็อยู่ร่วมกับวงร็อกซี่มิวสิกแค่ราว 2 ปีก่อนที่เขาจะลาออกจากวงเพราะเริ่มเบื่อชีวิตแบบร็อกสตาร์ หลังจากนั้นเขาก็หันมาทำงานดนตรีอย่างจริงจัง แล้วก็เริ่มสร้างชื่อในฐานะศิลปินเดี่ยว คอมโพสเซอร์ ศิลปิน และโปรดิวเซอร์
 
          ไบรอันสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้แวดวงดนตรีมากมาย อัลบั้มเดี่ยวของเขาในยุค 70 นั้นยากจะจำกัดความว่ามันเป็นแนวอะไร เพราะมันผสมผสานแนวดนตรีหลากหลาย ทั้งป๊อป ร็อก บางเพลงดิบจนเรียกว่าดนตรีพังก์หรือเฮฟวีเมทัลก็ได้ และยังมีการผสมซาวนด์ทดลองแปลกๆ อีกเพียบ
 
          นอกจากอัลบั้มเดี่ยวจะทำให้เขาได้โชว์ฝีมือดนตรีแบบพหูสูต ไบรอัน อีโน ยังทำอะไรสนุกๆ ให้วงการดนตรีอีกมาก อย่างเช่นการฟอร์มวงเฉพาะกิจหรือโปรเจกท์ทางดนตรีอีกหลายงานแล้วออกแสดงสดบ้าง ออกอัลบั้มบ้าง หรือไปร่วมงานกับวงออร์เคสตราแนวทดลองชื่อ Portsmouth Sinfonia ทั้งแสดงคอนเสิร์ตและทำงานออกมาหลายอัลบั้ม 
 
          อัลบั้ม Discreet Music ของเขาที่ออกในปี 1975 ยังถือเป็นอัลบั้มของเพลงแนวแอมเบียนต์ (Ambient) ชุดแรกๆ ของโลก ซึ่งมีผลให้ ไบรอัน อีโน ถูกเรียกขานว่าเป็นผู้ให้กำเนิดดนตรีแนวนี้ ก่อนที่เขาจะออกอัลบั้มสไตล์นี้อย่างต่อเนื่องมาอีกหลายชุด
 
          ในยุค 80 ไบรอัน อีโน หันมาหมกมุ่นกับการแซมปลิ้ง (Sampling) หรือการบันทึกสรรพเสียงต่างๆ เอามาทำซ้ำ แตกขยาย ต่อยอด ให้กลายเป็นงานดนตรีใหม่ๆ พอถึงยุค 90 เขาก็หันไปสร้างดนตรีแนวใหม่ที่ถูกตั้งชื่อว่าเจเนเรทีฟมิวสิก (Generative Music) ที่แทบจะเป็นการสร้างวิธีคิดและวิธีสร้างดนตรีด้วยมุมมองแบบใหม่ขึ้นมา ซึ่งเอาเป็นว่าผลสรุปของการสร้างดนตรีด้วยวิธีคิดแบบนี้จะทำให้เราได้บทเพลงจากวัตถุดิบเดิม (จังหวะ เสียง ระบบเสียง ฯลฯ) ออกมาหลากหลายรูปแบบ และด้วยวัตถุดิบเดิมที่ผสมผสานกันไปมาหลายรูปแบบนี่แหละ ทำให้เราต้องใช้เวลาเป็นหมื่นปีถึงจะฟังได้ครบว่ามันจะมีผลลัพธ์ออกมาแบบไหนได้บ้าง ...ฟังแนวคิดนี้แล้วต้องยอมรับว่านี่มันอาร์ตตัวพ่อจริงๆ!
 
          และไหนๆ ก็ทำเพลงที่อาร์ตมากๆ อยู่แล้ว พหูสูตทางดนตรีคนนี้ก็ยังพางานดนตรีของเขากลับไปสู่แวดวงศิลปะในที่สุด ในช่วงทศวรรษ 90 นี่เองที่เขาพาดนตรีแนวเจเนเรทีฟมิวสิกของตัวเองไปปรากฏอยู่ในงานจัดวางทางศิลปะหลายรูปแบบของศิลปินหลายคน
 
          งานที่ทำให้ ไบรอัน อีโน เป็นที่รู้จักที่สุดก็คือการที่เขาได้เป็นโปรดิวเซอร์และร่วมเล่นดนตรีกับศิลปินป๊อปและร็อกหัวก้าวหน้าหลายต่อหลายคน ไล่มาตั้งแต่ศิลปินจอมเปลี่ยนภาพลักษณ์อย่าง เดวิด โบวี่, วงร็อกสุดล้ำ Talking Head, นักร้อง-นักแต่งเพลงที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่งอย่าง พอล ไซมอน, วงอัลเทอร์เนทีฟร็อกสุดละเมียดอย่าง Coldplay และที่โดดเด่นมากๆ คือการโปรดิวซ์อัลบั้มให้กับวงร็อกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง U2 หลายต่อหลายชุด
 
          ดูจากรายชื่อศิลปินที่เขาเคยรับงานเป็นโปรดิวเซอร์ให้ น่าจะบ่งบอกได้ว่าถ้าไม่ใช่ศิลปินที่มีความคิดจะทำอะไรใหม่ๆ ให้กับวงการสักหน่อยล่ะก็ อย่างหวังว่าจะได้ร่วมงานกับ ไบรอัน อีโน เลย
 
          แล้ววงเอ็มจีเอ็มทีที่เป็นเจ้าของเพลง Brian Eno ล่ะ เป็นวงดนตรีแบบไหนกัน?
 
          เอ็มจีเอ็มทีเองก็ได้ชื่อว่าเป็น "ของแปลก" ในแวดวงดนตรีเหมือนอยู่เหมือนกัน สองหนุ่ม เบนจามิน โกลด์วาสเซอร์ และแอนดรูว์ แวนวินการ์เดน ฟอร์มวงดนตรีกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้วทำเพลงสนุกๆ แนวนีโอ-ไซคีเดลิกบ้าง อินดี้ป๊อปบ้าง พวกเขาสร้างงานต่อเนื่องจนมีแฟนเพลงกลุ่มย่อมๆ พอเรียนจบก็พอดีกับที่พวกเขาเริ่มมีชื่อเสียง และได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงในที่สุด อัลบั้มแรกที่ชื่อ Oracular Spectacular (2007) โด่งดังในขนาดที่ขึ้นไปถึงอันดับ 8 บนชาร์ตอัลบั้มขายดีของเกาะอังกฤษ แถมนักวิจารณ์ก็ค่อนข้างชื่นชมกับงานที่ฟังดูตลกๆ ของวงนี้เสียด้วย 
          
          อัลบั้มต่อมา Congratulations (2010) มีเพลง Brian Eno เป็นแทร็กที่ 7 
          “เขาสอนอะไรมากมายกับฉัน
          ทั้งปัญญาญาณแห่งกลอุบายอันแสนยะเยือก
          ทั้งศาสดาแห่งจิตวิญญาณแซฟไฟร์
          สำแดงผ่านเสรีภาพแห่งความคิดสร้างสรรค์
          และทุกอย่างที่ฉันบอกล้วนเป็นคำสัตย์จริง
          เพราะหากฉันกล่าวเท็จ มันย่อมต้องแสดงออกมา
          ฉันรู้หรอกว่ามีคนกำลังแอบยิ้ม
          แต่ไอ้พวกนั้นมันจะไปรู้อะไร
          เพราะเรามักจะก้าวตามหลังเขาอยู่หนึ่งก้าวเสมอ           
          เขาคือ ไบรอัน อีโน!”
 
          เนื้อร้องของเพลง Brian Eno ฟังดูแฟนตาซีเอามากๆ เหมือนเป็นเรื่องของหนุ่มน้อยที่ไปแอบเรียนวิชาลี้ลับกับพ่อมดผู้ทรงภูมิ (ที่ตลกมากคือมีการใส่ชื่อจริงเต็มๆ ยาวเหยียดของ ไบรอัน อีโน ที่ชื่อ Brian Peter George St. John le Baptiste de la Salle Eno ลงไปในเพลงซะด้วย) ด้วยจังหวะเพลงที่เร่งกระชั้น เสียงร้องลนลาน ซาวนด์ของออร์แกนที่ให้อารมณ์ขรึมขลัง กลองที่ตีระรัวจนเกือบจะเป็นเพลงพังก์ร็อก ทำให้เพลงนี้ฟังดูเหมือนเพลงตลกๆ ในทีแรก แต่หากฟังลงรายละเอียดในดนตรีและเนื้อเพลงกันสักหน่อย ก็จะพบว่าเอ็มจีเอ็มทีค่อนข้างจะจริงจังกับการแต่งเพลงเพลงนี้เลยล่ะ เพียงแต่เป็นการจริงจังในแบบเนิร์ดๆ หน่อยเท่านั้นเอง
 
          แอนดรูว์ แวนวินการ์เดน เคยให้สัมภาษณ์ว่าเพลงนี้เริ่มจากที่พวกเขาอยากได้เพลงชื่อ Brian Eno มาเป็นเพลงเบาๆ ขำๆ ในอัลบั้ม ไม่ได้ตั้งใจจะก่อกวนโปรดิวเซอร์ชื่อดังแต่อย่างใด แต่มันก็เป็นอารมณ์ขันของพวกเขาด้วยนั่นแหละที่ทำให้มีไอเดียแบบนี้ออกมา ในขณะที่ เบนจามิน โกลด์วาสเซอร์ กล่าวเสริมว่า เพลงนี้เป็นเหมือนกับปฏิกริยาตอบสนองของพวกเขาที่เห็นว่าภาพพจน์ของ ไบรอัน อีโน ในแวดวงดนตรีนั้นช่างสูงส่งและสมบูรณ์แบบเหลือเกิน เขาคิดว่าไม่น่าจะมีใครถูกมองว่าเป็นคนที่ดูซีเรียสสมบูรณ์แบบขนาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นไบรอัน อีโน หรือเป็นประธานาธิดีก็เถอะ พวกเขาก็เลยสร้างภาพพจน์สนุกๆ ให้กับโปรดิวเซอร์คนดังในเพลงนี้เสียเลย
 
          แต่ก็มีข่าวอีกกระแสหนึ่งจากโค-โปรดิวเซอร์ของวงเอ็มจีเอ็มทีที่เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารเอาไว้ว่า เพลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เอ็มจีเอ็มทีชวนไบรอันมาร่วมงานด้วย แต่ไบรอันงานยุ่งเกินไปจนต้องปฏิเสธงาน แถมยังบอกว่า “ไม่เห็นจะเคยได้ยินชื่อวงนี้เลย” พวกเอ็มจีเอ็มทีก็เลยเอาชื่อของไบรอันมาแต่งเพลงเพื่อแสดงฝีมือซะเลย 
 
          จนในที่สุดเพลง Brian Eno ก็ไปเข้าหู ไบรอัน อีโน และทำให้โปรดิวเซอร์ผู้ยิ่งใหญ่แสดงความจำนงอยากร่วมงานกับเอ็มจีเอ็มทีขึ้นมาทันที
 
          เราไม่รู้ว่า ไบรอัน อีโน ชอบหรือชังเพลงนี้แค่ไหน แต่เราสามารถสรุปได้ว่าเขาเป็นคนมีอารมณ์ขันแน่นอน
 
.......................................
(หมายเหตุ อารมณ์ขันของ 'ไบรอัน อีโน' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ )


 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง