บันเทิง

บางระจัน 7-8

บางระจัน 7-8
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

บางระจัน 7-8

 
ตอนที่ 7
 
เฟื่องดันทัพออกห่าง แล้วรีบลุกขึ้น ทัพมองแฟงกับเฟื่องแล้วเอ่ยขึ้นแก้บรรยากาศอึดอัด
"พี่กำลังคุยกับเฟื่อง"
"พี่ทัพเห็นฉันโง่นักหรือ จะปดยังไงก็ได้ ก็เห็นอยู่ตำตาว่ากอดจูบกัน"     
"แฟง อย่าเพิ่งเอะอะไป เฟื่องจะเสียหาย"
"แล้วทำไมมาคิดได้ตอนนี้ ถ้าไม่ใช่ฉันมาเห็น พี่เฟื่องก็คงเป็นขี้ปากชาวบ้านไปทั้งบาง ที่มานอนให้ผู้ชายกอดจูบกลางป่า"
"แฟง เบาๆ หน่อย นี่พี่สาวเอ็ง"
"ฉันแค่เอายามาให้พี่ทัพ เห็นว่าโดนฟันใกล้ตาย"
แฟงหยิบห่อยาขึ้นมา ทัพพยายามยิ้มใจเย็นตะล่อมอารมณ์ดุเดือดของแฟง
"เอ็งเป็นคนมีน้ำใจดีแท้นะแฟง"
ทัพยิ้ม ยื่นมือไปรับ แฟงจ้องทัพ แล้วปาห่อยาใส่อกเขา หันหลังวิ่งออกไปเลย เฟื่องจะตาม ทัพดึงมือไว้
"เฟื่องไปพูดตอนนี้ แฟงก็จะคิดว่าแก้ตัว พี่เป็นก่อเรื่อง ให้พี่พูดเองดีกว่า"
ทัพดึงเฟื่องไว้แล้วตามแฟงออกไป    
"แฟง แฟง" 
"ไม่ต้องตามฉัน"
"คุยกันก่อนสิ" 
แฟงไม่หยุด ทัพวิ่งมากระชากแขน แฟงหันมา ชกเข้ากลางอกทัพจนจุก "โอ๊ย"
"ทำไมพี่ทัพเป็นคนอย่างนี้"
"อย่างไหน"
"ก็อย่างที่ทำกับพี่เฟื่อง พี่ทัพรู้มั้ย"
"รู้อะไร" ทัพถามสวนเร็ว แฟงชะงักไป
"ฮะ เอ็งจะว่าอะไร อีแฟง พี่ต้องรู้อะไร"
"ก็พี่ทัพเป็นผู้ชาย ทำแบบนี้กับพี่เฟื่อง พี่เฟื่องเสียหาย"
"พี่ยอมรับข้อนั้น พี่หยุดความรักเฟื่องไม่ได้ พี่ผิดที่หักห้ามใจไม่ได้ ไว้ถ้ามึงรักใครสักคนนะอีแฟง มึงจะเข้าใจความรู้สึกกู"
"พี่ทัพรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่เข้าใจ"
"เอ๊ะ มึงนี่พูดชอบกล แสดงว่ามึงคิดจะมีคู่ชิ้นแล้วใช่มั้ย"  
แฟงชะงักไป เพิ่งรู้สึกตัวว่าเถียงจนเลยเถิด ทัพจ้องแล้วคาดคั้น
"นั่นแน่ มึงมีคนที่ชอบพอแล้ว ใคร แฟง บอกกู" 
"ทำไมฉันต้องบอกพี่"
"เพราะกูเป็นพี่มึงไง กูคือพี่ชายคนหนึ่งของมึง"
แฟงหน้าม่อยลงเมื่อได้ยินคำว่าพี่ชาย แต่ก็ยังไม่แสดงอาการผิดหวังออกมาให้ทัพเห็น ทัพจับหัวแฟงด้วยกิริยาเอ็นดูอย่างน้อง
"น้องสาวคนนี้ของพี่ชอบพอกับใคร กูเป็นพี่ ก็ต้องช่วยดูว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเหมาะกับน้องสาวคนนี้มั้ย"
ทัพขยี้หัวแฟงเบาๆ แล้วดึงมือกลับ มองแฟงด้วยรอยยิ้มห่วงใยจริงใจจนแฟงยิ่งสับสน
สไบกำลังตากผ้า ใจถือกิ่งดอกแก้วเล็กๆ มาเหน็บหูให้สไบ สไบเอียงหน้าอายๆ ดอกรักมองใจกับสไบด้วยสายตาไม่พอใจ
สไบเดินขึ้นเรือนมา ดอกรักเดินไปดึงดอกแก้วจากผมสไบ สไบไม่พอใจ ดอกรักโมโหหึงพูดเรื่องใจ ระหว่างนั้นใจแอบฟังอยู่ใต้ถุนเรือน
"ไอ้ใจมันคอยตามช่วยสไบ มันเป็นแค่พรานแต่คอยตามช่วยสไบไปทุกที่เหมือนรู้ว่าสไบอยู่ที่ไหน ทำอะไร กระทั่งค่ายทหารอังวะ มันยังตามไปถูก ไม่ว่าไอ้ใจมันจะคิดยังไงกับสไบ ไม่ว่าไอ้ใจมันจะเป็นคนดี คอยช่วยพวกเราแค่ไหน แต่สำหรับสไบ อาผู้ใหญ่ออกปากยกสไบให้พี่แล้ว"   
ใจตกใจ นึกไม่ถึง
"นั่นมันเรื่องนานมาแล้ว ตั้งแต่ฉันกับพี่เด็กๆ ผู้ใหญ่ตกลงกันเอง"
"สไบพูดแบบนี้เพราะไม่อยากเป็นเมียพี่" 
"ฉันไม่เคยคิดเรื่องเป็นเมียใคร ฉันนับถือพี่ดอกรักเป็นพี่ชาย"
"แต่พี่ถือว่าผู้ใหญ่หมั้นหมายเราไว้แล้ว สไบต้องเป็นเมียพี่" 
ดอกรักเดินเข้าหาสไบ สไบถอยหนี กลัวอารมณ์ดอกรัก ใจอยากจะขึ้นไปช่วย แต่สไบตะโกนเรียกจวง จวงเดินเข้าไปหา สไบจึงชวนจวงเข้าครัวไป 
ใจเดินเร็วมาหยุดระงับความรู้สึกพลุ่งพล่าน เตะต้นกล้วยระบายความโมโห แต่พอหันไปก็อึ้งเมื่อเห็นคนเจิดเดินเข้ามา
"พี่มาถึงนี่ได้ยังไง"
"เพราะข้าต้องมาตามเอ็งน่ะสิ มาส่งดอกรักแล้ว ทำไมเอ็งถึงไม่ไปจากกระทุ่มด่านสักที"
"ฉัน"
"ห่วงสไบ"
"ฉันกำลังจะไปอยู่แล้ว"
"ก็ไปซะตอนนี้ ไปด้วยกัน เราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้อีก"
ใจมองเจิด ยิ่งตัดสินใจลำบาก
ทัพกับเฟื่องยังนั่งเล่นอยู่ที่ศาลาท่าน้ำหลังบ้านอาพัน เฟื่องสีหน้าไม่ดี ทัพเอ่ยปลอบ ว่าแฟงคงไม่โกรธอะไรมากเพราะตอนนี้แฟงมีชายที่กำลังดูใจกันอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร เฟื่องขำเอ็นดูน้องสาว บอกว่าเธอต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ชายบางไหนที่กล้ามาสยบใจแฟง 
ใจเดินมาที่ลานบ้าน ดอกรักยืนอยู่หันไปมองเขม่น แล้วก็เกิดโต้เถียงชกต่อยกัน 
"ไอ้ใจ สไบต้องเป็นของกูคนเดียว คนอย่างมึงไม่มีหัวนอนปลายตีน อย่ามายุ่งสไบของกู"  
สไบได้ยินเสียงเอะอะของดอกรักกับใจก็รีบออกไปดู ดอกรักเงื้อไม้จะตีใจ ทัพเข้ามาแย่งไม้ไปก่อน
"อย่าให้ข้าเห็นอีกว่าคนไทยด้วยกันมาต่อยตีทำร้ายกันเอง"
สไบรีบดึงดอกรักห่างจากใจ จะพาขึ้นบ้าน ใจเอ่ยขึ้น
"อย่าเพิ่งไป สไบ"
ดอกรักหันขวับทันที สไบมองใจ  
"พี่จะมาลาสไบ จะมาบอกว่า พี่ต้องไปแล้ว"
"พี่ใจ"
"พี่จะกลับบ้าน" 
เจิดเดินออกมาจากในป่า บอกว่าจาดไม่สบายจะมาตามใจกลับ ใจยกมือไหว้ทัพ ทอดสายตามาที่สไบ
"พี่ไปนะ สไบ"
ใจยิ้มกับสไบครั้งสุดท้ายแล้วหันหลังเดินออกไปกับเจิด สไบขยับตัวมองตามใจอย่างไม่รู้ตัว ดอกรักกระชากแขนสไบไว้ทันที
แฟงคุยกับสไบ บอกว่าเธอรู้แล้วว่าสไบรักใคร  
"รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะ แฟง"
"ไม่สายหรอกพี่ อย่างน้อยมันก็เป็นความรู้สึกดีๆ เราก็เก็บความรู้สึกมันไว้สิ เก็บไว้ในใจ เวลาทุกข์เราก็เอามันออกมาคิดถึง มันก็ช่วยให้เรามีสุขได้นะพี่"
เฟื่องเดินมาพอดี หลบแอบฟัง
"แฟงก็มีใครอยู่ในใจเหมือนกันใช่มั้ย"
แฟงยิ้มเศร้า เฟื่องมองสังเกตน้องอยู่ห่างๆ     
"สำหรับฉัน ฉันรู้แต่ว่ารักที่สำคัญที่สุดคือรักพ่อรักแม่ รักอย่างอื่น ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นยังไง แต่ก็จะขอเก็บมันไว้ในใจ ให้มันอยู่ตรงนั้น และจะไม่ให้ความสำคัญมันมากไปกว่า รักคนที่เป็นสายเลือดเดียวกัน" เฟื่องสงสัย 
 
00000000000000
 
เฟื่อง แฟง จวงและสไบช่วยกันทำอาหารไปส่งให้ทัพกับพวกในป่า พวกผู้ชายต่างพอใจที่ไม่ต้องกินอาหารแห้งกลางป่า  
กองเกวียนชาวบ้านที่จะอพยพเข้ากรุงศรี ก่อฟืนก่อไฟหุงหาอาหารกันตามร่มไม้ ขาบเดินมาเห็นสังข์กำลังจิบเหล้าคุยกับทหารม้าเร็วอยู่ จึงเดินมาหาสังข์   
"เราพักอยู่ที่นี่นานแล้ว เมื่อไหร่จะเดินทางต่อ"
"นี่เอ็งเป็นนายกองขาบตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ข้าถามเพราะห่วงเรื่องเสบียง ยิ่งนานเสบียงหมดกลางทาง เราจะลำบาก"
"คุณพระนายเพิ่งส่งม้าเร็วมาบอก ให้เราไปเจอท่านที่บ้านพราน"
"ทำไมต้องไปที่นั่น ทำไมไม่มุ่งเข้ากรุงศรี ก่อนจะถึงเวลาปิดประตูเมือง"
"วะ ไอ้ขาบ นายกองอย่างกูหรือหัวหมู่อย่างมึงที่จะเป็นคนออกคำสั่ง มึงจะขัดคำสั่งคุณพระนายหรือ"
ขาบเงียบ ไม่อยากโต้ตอบ สังข์จิบเหล้าในถ้วย 
"ข้าสงสัยว่ายามศึกลำบากอย่างนี้ ใครช่างสรรหาเหล้ายาปลาปิ้งมาบำรุงบำเรอนายกองได้ถึงใจนัก"  
สังข์กระแทกถ้วยมองขาบไม่พอใจ ขาบเดินออกไป ทหารเข้ามารายงานสังข์ 
"พวกไอ้ทัพมันยังอยู่ที่กระทุ่มด่านขอรับ"
"มันท้าทายอำนาจข้า แน่ใจนะว่าเป็นพวกมัน"
"ขอรับ นายกอง"
"เอ็งไปรวบร่วมพรรคพวกที่ไว้ใจได้มาให้ข้า 4-5 คน อย่าให้ใครรู้ แม้แต่หมู่ขาบ" 
"ขอรับ นายกอง"
ขาบหันกลับมามอง เห็นสังข์กำลังสั่งทหารอยู่ไกลๆ เขาอยากรู้ว่าเรื่องอะไร
กลางคืน ทัพประชุมอยู่กับหมู่เคลิ้มและพวก ขีดเขียนอยู่กับลานดิน
"ถ้าต้องหนีจริงๆ ตัดจิกโพรงไปเข้าดงเลย อ้อมหลายคืนหน่อย แต่หนทางในป่ามิดชิดกว่า ไม่น่าจะเจอทั้งโจรทั้งข้าศึก"
"ฉันก็เห็นอย่างพี่ทัพนะ" ฟักบอก  
"งั้นถ้าจะพาทุกคนที่กระทุ่มด่านหนี แผนของเราจะไปทางจิกโพรง ตอนนี้ทุกคนระวังไว้ก่อน เห็นพวกมันเข้าเขตกระทุ่มด่านมาเมื่อไหร่รีบส่งสัญญาณให้รู้ทั่วๆ กัน"
ทัพสั่งด้วยสายตาระมัดระวัง ไม่ประมาท
ดอกรักน้อยใจที่สไบไม่รักและมองว่าเขาไม่รู้จักบุญคุณคนอย่างใจที่ช่วยทุกคนมาตลอด ดอกรักจึงสะพายย่ามมุ่งหน้าเข้าป่า แฟงกำลังนำอาหารมาใส่หาบเพื่อจะเอาไปให้ทัพกับพวกในป่า เห็นดอกรักมุ่งหน้าเข้าป่าไปก็ตกใจ ห่วงว่าจะไปเจอทหารอังวะเข้า จึงรีบคว้ากระจาดหาบอาหารวิ่งตามดอกรักไปทันที
แฟงตามดอกรักไปไม่ทัน จึงรีบไปหาทัพกับพวกในป่า แล้วเล่าให้ทัพฟังอย่างร้อนใจ
"พี่ดอกรักเขาทะเลาะกับสไบ ฉันตามหลังเขามาติดๆ แต่ไม่รู้หายไปตอนไหน กลัวว่าจะหลงป่า แล้วไปเจอพวกข้าศึก" 
"ทะเลาะอะไรกันมา"
"ก็จะเรื่องอะไร ผู้ชาย"
"ผู้ชายทำไม ทำเสียงให้มันดีๆหน่อย แฟง"
"ก็ผู้ชายตามืดตาบอด มัวหึงกันไม่เข้าเรื่อง เขาไม่รักตัวก็ยังไปหลงรักเขาหัวปักหัวปำ"
แฟงมองทัพ แววตาซ่อนความในใจหลายอย่างไว้
"สุดท้ายเขาก็ไม่เคยสนใจ" 
"ไอ้ใจก็ไม่อยู่แล้ว ดอกรักมันจะกลัวอะไร ผู้หญิงคนเดียว ทำให้รักไม่ได้ ก็อย่าเรียกว่าชายเลยวะ"
"ทำไม ใจหญิงมันต้องโลเลไม่มั่นคง คอยเปลี่ยนไปตามน้ำคำผู้ชายที่คอยหยอดคำหวานรึไง"
"เอ้า เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว พี่ไม่ได้ว่าผู้หญิงจะต้องหลงคำหวาน แต่ถ้ารักก็ต้องเอาชนะใจให้ได้ ไม่งั้นจะเสียเชิงชาย"
"เชิงชายที่ไล่ต่อยตีคนอื่น เอากำลัง เอาแรงเข้าบังคับน่ะหรือ เชอะ หรือไม่ก็เที่ยวกอดจูบลับตาคน"
"เดี๋ยวๆ แฟง นี่เอ็งอย่าพาลเอาพี่เข้าไปด้วย"  
"ก็จริงหรือไม่ล่ะ พี่ทัพคงมั่นใจสินะว่าทำยังไงพี่เฟื่องก็รัก"
"เอ๊ะ แฟง เอ็งนี่พาล เห็นทีจะคุยกันไม่รู้เรื่อง"
"ใช่สิ ฉันมันพาล ฉันมันคอยหาเรื่อง"
"เอ้า ไปกันใหญ่แล้ว ให้พี่ทะเลาะกับเอ็ง 3 วัน 3 คืนเลยเอามั้ย" 
ทัพเอ็ด แฟงตกใจ น้ำตาคลอ ทัพมองแล้วงง
"แฟง แฟง พี่ไม่ได้ดุเอ็งนะ อย่าร้องสิ"
ทัพเข้ามาใกล้ เอื้อมมือจะไปจับหัว แฟงปัดมือทันที
"ไม่ต้องมาทำเหมือนฉันเป็นเด็ก"
แฟงสะอื้นออกมาด้วยความอัดอั้น ทัพมองเลิ่กลั่ก ตกใจ
"แฟงเอ็งร้องไห้ทำไม"
แฟงสะอื้นดัง ปาดน้ำตาเหมือนเด็กๆ ทัพมองทำตัวไม่ถูก
"อีแฟง อย่าร้องสิ มีอะไรก็บอกพี่" 
"ฉันจะกลับแล้ว"
แฟงจะเดินหนี ทัพดึงแขนไว้ "พี่ขอโทษ"
"จะมาขอโทษฉันทำไม พี่ทัพไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันร้องของฉันเอง"
ทัพเสียงอ่อนลง ดึงแฟงมาใกล้
"ร้องทำไม ไหนบอกพี่สิ"
แฟงช้อนตามองทัพ หยาดน้ำตาเต็มตา ทัพมองแล้วสงสาร เอื้อมมือไปปาดน้ำตาที่อาบแก้ม
"ไม่ร้องนะ คนดี ไม่ร้อง"
แฟงมองทัพ ได้ยินเสียงปลอบอ่อนโยนแล้วยิ่งสะอื้นออกมาแรง
"แฟง เป็นอะไร บอกพี่"
"ไม่"  
"ทำไม"
"ไม่"
แฟงส่ายหน้าสะอื้นแรงขึ้นอีกเพราะความอัดอั้นในใจ ทัพประคองหน้าแฟงไว้
"ทำไมพูดกับพี่ไม่ได้ คิดซะว่าพี่เป็นพี่ เป็นพี่ชายคนหนึ่ง"
แฟงได้ยินแล้วยิ่งปล่อยโฮ สะอื้น ทัพตกใจ 
"แฟง นิ่งซะ นิ่ง"
ทัพดึงแฟงเข้ามากอดปลอบ แฟงสะอื้นกอดทัพแน่น ทัพไม่คิดอะไร กอดแฟง ลูบผมปลอบเบาๆ
"นิ่งซะ คนดี นิ่งซะ" 
เฟื่องมาเห็นแฟงกับทัพกำลังกอดกัน ทัพลูบผมแฟงอ่อนโยน แฟงอยู่ในอกทัพ เงยขึ้น ช้อนตามองทัพ เฟื่องฉุกใจคิด นึกถึงคำพูดของแฟงที่เคยแอบได้ยิน 
"สำหรับฉัน ฉันรู้แต่ว่ารักที่สำคัญที่สุดคือรักพ่อรักแม่ รักอย่างอื่น ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นยังไง แต่ก็จะขอเก็บมันไว้ในใจ ให้มันอยู่ตรงนั้น และจะไม่ให้ความสำคัญมันมากไปกว่า รักคนที่เป็นสายเลือดเดียวกัน"   
เฟื่องมองทัพกอดแฟงไว้แนบชิด ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ เห็นแต่ภาพตรงหน้ากับสังหรณ์ของความเป็นผู้หญิงก็นึกน้อยใจ หันหลังเดินหลบออกไป ก้มหน้าซ่อนน้ำตา พวกฟักงงว่าเกิดอะไรขึ้น จวงรีบตามเฟื่องไป
ทัพเช็ดน้ำตาให้แฟงเบามือ แฟงมองทัพด้วยสายตาอาลัย รู้ว่าไม่ควร ก็รีบดึงตัวออกห่าง
"ฉันจะกลับแล้ว"
"แฟง ถ้าแฟงมีอะไรไม่สบายใจ บอกพี่ได้ทุกเรื่อง"
"ฉันขอโทษนะพี่ทัพ บางทีฉันก็ดื้อกับพี่"
"พี่ไม่ถือโทษอะไรเอ็งหรอก แฟง เฟื่องก็เหมือนกัน ใครจะโกรธเอ็งลง"   
"พี่เฟื่องรักฉัน"
"ใช่ เฟื่องรักเอ็งมาก ทั้งรักทั้งห่วง"  
"พี่เฟื่องเป็นคนดี พี่ทัพต้องรักพี่เฟื่องมากๆ นะ อย่าทำให้พี่เฟื่องเสียใจ"
"พี่รักเฟื่องมากอยู่แล้ว รักมากจนไม่รู้ว่าถ้าชีวิตนี้ไม่มีเฟื่อง พี่จะอยู่ต่อไปได้ยังไง"
แฟงฟังแล้วยิ่งสะเทือนใจ ปาดน้ำตา ฝืนยิ้มให้ทั้งๆ ที่หัวใจยับเยินจากความรักที่มีต่อทัพแต่ไม่อาจจะเปิดเผยได้ 
เฟื่องวิ่งหนีมาโดยมีจวงวิ่งตามมา ชายฉกรรจ์โพกหน้าเข้ามาล้อมทั้งสองคนไว้ ทั้งสองสู้ขาดใจแต่ก็สู้ไม่ได้ จวงถูกต่อยท้องสลบ เฟื่องถูกตบหน้าจนเกือบหมดสติ  
ทัพกับแฟงเดินออกมา ทัพรู้จากช่วงว่าเฟื่องนำอาหารมากับจวงแล้วผลุนผลันรีบกลับไป ทัพเป็นห่วงรีบตามไป แฟงใจคอไม่ดีรีบตามไปอีกคน   
เฟื่องกับจวงถูกมัด ชายฉกรรจ์แบกขึ้นม้าคนละตัว เฟื่องเห็นจวงหมดสติไปแล้ว ถูกชายฉกรรจ์พาควบม้าออกไป
"ช่วยด้วย พี่ทัพ ช่วยเฟื่องด้วย"
เสียงร้องออกมา ก่อนสติจะดับวูบ
 
จบ ตอนที่ 7
 
000000000000000000
 
 
บางระจัน ตอนที่ 8
 
ทัพกับแฟงวิ่งมาด้วยความร้อนใจ เห็นหาบของเฟื่องกับจวงล้มกระจายอยู่ ก็รู้ว่าทั้งสองต้องเจอข้าศึกหรือโจรแน่ๆ 
ม้าหลายตัววิ่งทะยานไปข้างหน้า ดอกรักหลงป่า มองไปรอบๆ เห็นม้าควบมาก็รีบหลบ ให้ม้าผ่านไป โดยไม่สนใจนัก 
พวกฟักตามทัพมา ทัพเอาม้าจะไปตามเฟื่อง ฟักให้แฟงซ้อนหลัง ขี่ออกไปตามด้วย จนไปเจอดอกรักหมดอาลัยตายอยากอยู่ ทัพรีบถาม
"ดอกรัก เอ็งเห็นกองทหารม้าพวกอังวะมาแถวนี้บ้างมั้ย"
"มีแต่พวกคนไทย 4-5 ม้า ควบไปเมื่อกี้"
"พวกมันจับพี่เฟื่องกับจวงไป"
"ใช่ ข้าเห็นมีผู้หญิง 2 คนพาดอยู่บนม้าที่มันควบไป"
"ตามพวกมันไปเลย ช้าอยู่ทำไม" แฟงบอก
ฟักขัดขึ้น "คิดให้ดีนะพี่ทัพ เราคงไปกันทั้งหมดไม่ได้ ยังมีแม่กับคนอีกเยอะที่ต้องดูแล"
ทัพหนักใจคิดไม่ตก ในที่สุด ทุกคนกลับไปที่บ้านพัน ทัพบอกว่าเขาจะไปตามเฟื่องกับจวง ฟักจะตามไปด้วย แต่ทัพให้ฟักเป็นผู้นำแทนเขาอยู่ที่นี่เผื่อต้องอพยพ ทัพลาแม่ แล้ววิ่งลงบันไดตามไป แฟงตามไป 
"ถ้าเจอพี่เฟื่อง บอกพี่เฟื่องด้วยว่าอภัยให้ฉันด้วย"
"อภัย เอ็งทำอะไรให้เฟื่องโกรธ"
"พี่เอิบพี่ช่วงบอกว่า ก่อนที่พี่เฟื่องจะถูกจับ พี่เฟื่องถามหาเราสองคน แล้วก็เดินไปตาม   พอกลับออกมา พี่เฟื่องก็วิ่งหนี จน จนถูกจับตัวไป"
"เฟื่อง ไปเจอเรา"
"ถ้าพี่เฟื่องเห็นเรา เห็นตอนที่พี่กับฉัน"
"ที่กูกอดมึงน่ะหรือ"
"พี่เฟื่องอาจจะเข้าใจผิด จนน้อยใจ วิ่งหนีออกมา"
"โธ่ กูกอดมึงด้วยความรักฉันท์น้อง ไม่มีอย่างอื่น"
"แต่พี่เฟื่องอาจจะเข้าใจผิด ไม่อย่างนั้นคงไม่วิ่งหนีไป" 
แฟงตาแดงๆ จะร้องไห้ มั่นใจว่าเฟื่องต้องเห็นภาพที่ตัวเองกอดอยู่กับทัพ  
"บอกพี่เฟื่องด้วยว่าอภัยฉันด้วย ฉันเป็นต้นเรื่อง ฉันเองที่ทำให้พี่เฟื่องถูกจับตัวไป"
แฟงปล่อยโฮ ทัพเห็นแล้วก็เข้ามาใกล้
"กูจะไม่รับฝากคำขออภัยของมึง แต่กูจะพาเฟื่องกลับมาให้มึงบอกทุกอย่างกับเฟื่องเอง" 
"พาพี่เฟื่องกลับมานะพี่ทัพ พาพี่เฟื่องกับจวงกลับมา" 
"กูจะพาเฟื่องกับจวงกลับมาให้ได้ ถ้ามึงไม่เห็นเฟื่องกับจวง ก็ขอให้รู้ว่าไอ้ทัพคนนี้สิ้นวาสนาเสียแล้ว" 
ทัพโดดขึ้นอ้ายเลาพุ่งทะยานออกไป
เอิบปืนยอดไม้ดูเห็นทหารอังวะมาตั้งทัพเป็นจำนวนมาก ฟักรีบไปบอกพัน พันสั่งให้ทุกคนอพยพ โดยฟักเป็นผู้นำ เดินทางไปทางจิกโพรง แม้จะอ้อมแต่ปลอดภัยจากโจรและทหารอังวะที่จะดักทำร้าย 
เฟื่องกับจวงถูกลูกน้องของสังข์พามาที่คาราวานหมู่บ้านสะแกโทรม ทั้งสองเห็นสังข์ยืนอยู่ตรงหน้าก็ตกใจ
"ไอ้ชั่วสังข์ แกจะตามจองเวรพวกเราถึงไหน"
"จวง ปากแกมันน่านัก" 
"เอาเลย ตบเลย ตบฉันให้ตายตรงนี้ ฉันเกลียดแก ไอ้สังข์ชั่ว"  
สังข์เงื้อมือจะตบ ขาบคว้ามือสังข์ห้ามไว้ สังข์ถีบขาบกระเด็น  
"มึงเสือกอะไรเรื่องของกู"
"กูต้องเสือก เพรามึงจะตบผู้หญิง"
"ไอ้ขาบ มึงอยากตายนักใช่มั้ย"
"ไอ้สังข์กูนี้เชื่อมึงทุกอย่าง แต่ถ้าถึงกับรังแกผู้หญิงกูทนไม่ไหว นั่นมันน้องไอ้ทัพ"
"ก็เพราะน้องไอ้ทัพไงล่ะ กูถึงจะทำให้สาแก่ใจ"
"มึงชิงชังพี่แล้วมาลงกับน้อง มันไม่ใช่วิสัยผู้ชาย"
"ไอ้ขาบ มึง"
สังข์ชักดาบ ขาบผงะถอยด้วยความกลัว   
"ฟันพวกฉันให้ตายไปด้วยเลยไอ้สังข์ ฉันขอตาย แกจะได้หมดเรื่องก่อกรรมก่อเวรกับพี่ทัพ" 
สังข์หันมองเฟื่องที่ร้องท้า 
"ให้ฉันตาย แกจะได้หยุดทำร้ายพี่ทัพ"
"รักกันนักใช่มั้ย"
สังข์ขยับมาทางเฟื่อง ขาบร้องห้าม เข้าขวางทันที
"มึงจะปกป้องผู้หญิงของไอ้ทัพไว้เหนือหัวทำไมฮะไอ้ขาบ มึงรักนังเฟื่องมาตั้งนาน"
เฟื่องตกใจ มองจ้องขาบ
"นี่เป็นโอกาสของมึงแล้ว ที่จะได้คนรักของไอ้ทัพมาเป็นเมีย" 
เฟื่องตกใจ เริ่มหวั่น กลัวขาบจะทำอย่างที่สังข์ยุ 
"ดูสิ ข้าอุตส่าห์ให้ลูกน้องไปเอานังเฟื่องมาส่งให้มึงถึงมือ แถวนี้ก็พอมีเรือนว่าง เป็นห้องหอของมึงได้"  
ขาบเริ่มมองไล้เฟื่องไปทั้งร่าง
"หรือกลัวว่าไอ้ทัพ มันจะตามมาทวงของรักมันคืน แล้วเอ็งจะสู้มันไม่ได้"
ขาบกำมือแน่น สังข์หัวเราะเยาะยั่วยุโทสะกรุ่นๆ ของขาบ
"ถึงตอนนั้น ไอ้ทัพมันจะชนะเอ็งไปได้ยังไง ในเมื่อเอ็งกุมหัวใจมันอยู่"
"พี่ขาบ อย่าฟัง อย่าเชื่อไอ้เกลอชั่ว"
"ข้าชั่วเพื่อเอ็งนะไอ้ขาบ"
สังข์ผลักขาบไปตรงหน้าเฟื่อง จวงมองแล้วพยายามช่วยห้าม ขาบมองเฟื่องแล้วกระชากแขนขึ้น เฟื่องกรีดร้อง
"ไปเลย ไอ้ขาบ สวรรค์รำไรรอเอ็งอยู่ทั้งคืนแล้ว"
ขาบกระชากเฟื่องขึ้นเรือน เฟื่องกลัว พยายามจะวิ่งหนี ขาบพุ่งเข้าไปกอดรัดเฟื่องไว้จากด้านหลัง 
"พี่ขาบอย่าทำฉันเลย ฉันขอร้อง ฉันไม่ได้รักพี่" 
ขาบยิ่งรัดร่างเฟื่องแรง เฟื่องดิ้นด้วยความกลัว 
สังข์เหวี่ยงจวงลงบนแคร่ในกระท่อม โถมตัวลงมา จวงถีบสังข์กระเด็นหงายหลัง สังข์ เหวี่ยงจวงหัวกระแทกเสา หมดสติ อุ้มจวงมาวางบนแคร่
"เป็นเมียนายกองสังข์ เอ็งจะสบายทั้งชาตินะจวง ไม่ต้องอพยพหนีศึกไปลำบากลำบนในป่า"
สังข์ลูบผมจวง แววตาแสดงความรักออกมา ไมได้หื่นกระหายเหมือนที่ทุกคนเคยเห็น
เฟื่องยังดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนขาบ
"ฉันไม่ได้รักพี่ ไม่ได้รัก"
"ไม่ต้องบอก ข้ารู้อยู่แล้วว่าเอ็งไม่เคยรักข้า เอ็งรักแต่ไอ้ทัพ"
"เมตตาฉันเถอะ อย่าทำอะไรฉันเลย"
"ไม่ต้องขอข้าขนาดนี้หรอกเฟื่อง เอ็งไม่รักข้า ข้าก็รู้อยู่แก่ใจ จะให้บังคับขัดขืน แล้วได้แต่ตัวเอ็ง ข้าไม่อยากได้"
เฟื่องมองขาบอย่างนึกไม่ถึง 
"ข้าต้องจำใจเอาเอ็งมา ให้ทุกคนเข้าใจว่าเอ็งเป็นของข้าแล้ว ต่อไปจะได้ไม่มีใครรังแกเอ็ง"
"พี่ขาบ"
"หลับซะ ข้าจะนั่งเฝ้าให้ ก่อนสว่างข้าจะออกไปเอง"
"ขอบน้ำใจนัก พี่ขาบ"
"ข้าควรจะดีใจสินะ อย่างน้อยเอ็งก็ยังมองข้าเป็นคนดีบ้าง"
"ฉันรู้ว่าพี่เป็นคนดี และขอให้พี่รักษาความดีข้อนี้ของพี่ไว้ให้นานที่สุด"
"เพื่อเอ็งจะได้กลับไปหาไอ้ทัพ" 
เฟื่องเงียบเป็นคำตอบ 
"เอ็งทนอีกไม่นานหรอก เฟื่อง ศึกนี้ทหารอังวะมากันมากมาย ไม่รู้กรุงศรีจะต้านได้นานแค่ไหน ข้าเป็นทหาร ยังไงก็คงได้ตายในสนามรบ สิ้นลมข้าเมื่อไหร่ เอ็งจงรีบกลับไปหาไอ้ทัพ หรือหากไอ้ทัพมันตามมาเจอเอ็งเสียก่อน ข้าจะหาทางช่วยให้เอ็งรอดออกไปเจอคนรัก ข้าสัญญา"
เฟื่องไหว้ขาบ ด้วยสายตาซาบซึ้งอย่างมาก 
 
0000000000000000
 
ทัพพักม้าอยู่กลางป่า เจอพวกเสือปิ่นทำร้ายจนสลบเพราะจะปล้นชิงม้า ลูกน้องจับทัพมาที่ชุมโจร ทัพเห็นเสือปิ่น ร่างสูงใหญ่กำยำอยู่ท่ามกลางลูกน้อง
"เอ็งจะเอาอะไร จับข้ามา ข้าก็ไม่มีสมบัติให้เอ็ง" 
"เอ็งนี่ท่าทางจะเป็นทหาร"
"ข้าไม่ใช่ทหาร"
"แล้วเอ็งควบม้ามุ่งไปทางกรุงศรีทำไม"
"ข้าจะไปตามหาแม่ น้องสาวกับคู่ชิ้นข้า"
"เสี่ยงตายไปตามหาผู้หญิง ถุย ใครที่กล้าโกหกเสือปิ่น รู้มั้ยว่าคอมันต้องหลุดจากบ่า"
ปิ่นชักดาบมาจ่อที่คอทัพ ทัพมองนิ่ง แววตาไม่หวาดกลัวเลย
"เอ็งไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แววตาเอ็งมันกล้า ไม่กลัวตาย ข้าถามว่าเอ็งเป็นใคร"
"ข้าชื่อทัพ เป็นคนทุ่งคำหยาด ข้าไม่มีสมบัติ มีชีวิตเดียว เอ็งฆ่าก็ตายเปล่า"
ทัพดิ้น จึงถูกปิ่นเอาด้ามดาบกระแทกเข้าที่หัว คอพับไป
"ฟันคอมันซะก็สิ้นเรื่อง พี่ปิ่น"
"อย่าเพิ่ง เก็บมันไว้สักพัก ขอข้าคิดก่อนว่ามันจะใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง"  
ปิ่นมองทัพที่สลบด้วยความเข้าใจผิดว่าเป็นทหารจะมาปราบก๊กโจร
เฟื่องที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาไม่เจอใครรีบไปเปิดประตู เห็นจวงนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่กำแพงหิน จวงเห็นเฟื่องก็โผเข้ากอด สะอื้น
"ไอ้สังข์ เมื่อคืนไอ้สังข์ มันข่มเหงฉัน"
เฟื่องใจหาย กอดจวงแน่น สังข์กับขาบเดินมา สังข์จะกอดจวง สั่งให้ขาบพาเฟื่องออกไป เฟื่องเป็นห่วงจวงมาก แต่จำต้องไปกับขาบ 
ขาบนำผ้าสไบกับโจงกะเบนสีเก่าแต่สภาพดีมาให้เฟื่อง 
"ขอบใจนะพี่ขาบ แต่ไม่ต้องเอาอะไรมาให้ฉันหรอก ฉันไปหาเองได้"
"อยู่แต่ที่นี่นะ เฟื่อง อย่าออกไปเดินให้นายกองสังข์เห็น พี่จะหาคนมาอยู่เฝ้า"
"ให้จวงมาเฝ้าฉันได้มั้ย"
"อย่าเพิ่งเลย เดี๋ยวนายกองสังข์จะระแวงว่าพากันหนีอีก"
"ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน"
"สะแกโทรม ใกล้จะถึงกรุงศรีแล้ว นายกองสังข์สั่งให้พักรอที่นี่ก่อน แต่ได้ตัวจวงมาแล้ว เดี๋ยวก็คงเคลื่อนไปบ้านพราน" เฟื่องหน้าสลด   
"เอ็งก็จะไกลบ้าน ไกลทุ่งคำหยาด ไกลกระทุ่มด่านออกไปทุกที" 
"ฉันห่วงแม่ ห่วงน้อง"
"แฟงคงดูแลน้าเฟี้ยมได้ เอ็งไปอยู่หลังกำแพงกรุงศรี คงรอดปลอดภัยได้กลับมาพบหน้าพี่น้อง พบไอ้ทัพอีก"
ขาบมองเฟื่องแบบน้อยใจแต่ก็ไม่พูดอะไร เดินออกไปทันที เฟื่องหันไปมององค์พระพุทธรูปใหญ่กลางลาน พนมมือ  
"สาธุ ขอคุณพระรัตนตรัยช่วยดลบันดาลให้พี่ทัพตามลูกเจอทีเถอะ"   
เฟื่องนึกไปถึงภาพทัพกอดกับแฟงแล้วน้ำตาคลอ  
ฟักนำขบวนเกวียนของพันเคลื่อนออกไป แต่เหมือนจะหลงทาง โจรกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามา ฟักสั่งแฟงกับสไบพาคนแก่ ผู้หญิงกับเด็กหนีไป แต่ก็ถูกโจรตามไป แฟงกับสไบหาญกล้าต่อสู้ แต่ก็ถูกทำร้าย ผู้ใหญ่แสงเช้าไปช่วยสไบก็ถูกโจรฆ่าตาย ในขณะที่พันตัดสินใจออกไปช่วงแฟงก็ถูกโจรฟัน เยื้อนเองก็ถูกโจรแย่งห่อสมบัติแล้วฟันล้มลง
แฟงถูกโจรจับตัวไป ฟักจะไปตาม แต่เคลิ้มท้วงว่าจะพักขบวนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ เพราะมีแต่ผู้หญิง เด็ก และคนแก่ โจรตามมาอีกก็จะถูกทำร้าย เอิบบอกต้องพาขบวนไปหาที่ปลอดภัยก่อน แล้วค่อยออกไปตามแฟง ฟักยอมจำนนต่อเหตุผลของเพื่อนๆ 
กลุ่มโจรพาแฟงซึ่งหมดสติมาเหวี่ยงลงพื้นในป่าไผ่เขตบ้านศรีบัวทอง ขณะจะกระชากสไบแฟง ลงมือข่มเหง นายโชติ นายแท่น นายอิน นายเมือง และชายศรีบัวทอง ก็เข้ามาฟันแทงกลุ่มโจรพวกนั้นจนตายทั้งหมด 
เฟื่องสะดุ้งเมื่อเห็นขาบเปิดประตูกระท่อมเข้ามา เฟื่องถอยไปสุดมุมแคร่ ขาบมอง แล้วเดินไปเอนตัวลงนอนที่เสื่อมุมกระท่อม เฟื่องมองด้านหลังขาบ ลอบถอนใจเบาๆ ที่ขาบรักษาสัญญา แววตาขาบพยายามอดทนกับความต้องการของตัวเองที่อยากจะกอดเฟื่องให้สมกับความรักที่มีมาเนิ่นนาน
ทัพมองกลุ่มเสื่อปิ่นที่กำลังกินดื่มกันอย่างสนุกสนาน เมามาย เขาพยายามดึงเชือกที่รัดมือแน่น เสือปิ่นหันมาเห็นทัพจ้องตัวเองอยู่ก็ลุกเดินเข้ามาหา
"จ้องกูทำไม"
"กูจ้องหน้าไอ้โจรชั่ว สุขสำราญบนคราบน้ำตาชาวบ้าน"
"ปากมึงนี่วอน ตาย"
เสือปิ่นชกเข้าปากทัพ ลูกน้องเฮ ทัพคอพับ เลือดกลบปาก หันมามองเสือปิ่นที่หัวเราะใส่หน้าด้วยความสะใจ
แฟงพรวดพราดได้สติขึ้นมา ลุกขึ้นมองไปรอบๆ เห็นตัวเองอยู่บนแคร่ในหมู่บ้าน ผู้ชาย 4 คนกำลังนั่งประชุมกันห่างออกมา ทุกคนหันมามองแฟง แฟงกลืนน้ำลายมอง ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร นายแท่น หัวหน้าของทุกคน หน้าตาอ่อนโยน มีไมตรี ยิ้มให้กับแฟงก่อน 
"ไม่ต้องกลัว น้องสาว พวกข้าไม่ทำอะไรเอ็ง"  
"พวกพี่ไม่ใช่โจรพวกนั้นหรือ"
"พวกโจรมันตายอยู่ในป่าศรีบัวทองหมดแล้ว"
"พวกพี่ฆ่ามัน"
"พวกข้าไปเดินเวรยามนอกหมู่บ้านพอดี เห็นพวกมันกำลังจะ"
แท่นไม่อยากพูด แฟงเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แท่นและพวกแนะนำตัวเอง แฟงยกมือไหว้ทุกคนด้วยสายตาตื้นตัน
"พี่แท่น พี่โชติ พี่อิน พี่เมือง พวกพี่ช่วยชีวิตฉันไว้"
"พวกข้าคนบ้านศรีบัวทอง"   
"ฉันชื่อ แฟง คนบ้านทุ่งคำหยาดจ้ะ หนีทัพอังวะมากับหมู่พี่น้อง แต่เจอก๊กโจรเข้าเมื่อวาน"
"ก๊กโจรมันระบาดไปทั่ว พวกมันก็หนีศึกเหมือนกัน อดยากจนต้องปล้นฆ่ากันเอง" โชติบอกเจ็บแค้น 
"ตอนนี้ต้องรวมกลุ่มกันไว้ ถึงจะต้านได้ทั้งข้าศึกทั้งโจร" แท่นบอก 
แฟงฟังด้วยสีหน้าสลด   
"ข้าย้อนกลับไปดู ก็ไม่เห็นขบวนเกวียนที่ไหน"   
"ฉันคงถูกพามาไกล ไม่รู้พวกแม่จะเป็นยังไงบ้าง"   
"ก็คงเปลี่ยนทาง หลบก๊กโจรไปทางอื่นแล้ว" เมืองบอก 
แฟงกัดฟันอั้นน้ำตาไว้ภายใน
"ฉันนี้มีกรรมจริงๆ พลัดพี่พลัดน้อง บ้านแตกสาแหรกขาดหมด"
"ถ้าเอ็งไม่มีที่ไป ก็อยู่กับพวกข้าก่อน" แท่นบอก 
"พวกเราชาวศรีบัวทองมีกองกำลังช่วยผลัดกันเป็นเวรยาม คอยซุ่มตีทัพอังวะที่มาแถวนี้  รับรองปลอดภัย" โชติบอก   
"ฉันก็ไม่มีที่ไปแล้ว ขอฉันอยู่กับพวกพี่แท่น พี่โชติ พี่อิน พี่เมืองเถอะนะ อย่างน้อยก็ให้ฉันได้ช่วยพวกพี่สู้กับพวกอังวะก็ยังดี" 
"ไม่ต้องถึงขั้นนั้นก็ได้ เอ็งมันเป็นผู้หญิง" อินค้าน
"ถึงเป็นผู้หญิงแต่พร้อมตายเพื่อปกป้องผืนดินเหมือนพวกผู้ชายได้ ให้ฉันอยู่ช่วยอะไรก็ได้  ฉันไม่เกี่ยง แต่อย่าไล่ฉันไปเลย ฉันพลัดแม่พลัดพี่น้อง พลัดครอบครัวมาอย่างเหลือเชื่อ พระท่านคงอยากให้ฉันมาที่นี่ มาช่วยพวกพี่ เอาชีวิตข้าศึกที่เข้ามารุกรานแผ่นดินเรา มาเซ่นไหว้ศพพี่น้องไทยที่ต้องตาย ฉันสัญญา ฉันจะทำเพื่อพ่อแม่พี่น้องศรีบัวทองเหมือนเป็นบ้านเกิดของฉันเอง พร้อมจะปกป้องแผ่นดินนี้ด้วยชีวิตของฉัน"
นายแท่น และพวก มองแฟงด้วยสายตาชื่นชม 
 
จบ ตอนที่ 8
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด