บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'ข้างหลังสีหนุ่ม (4)'

เล่นหูเล่นตา:'ข้างหลังสีหนุ่ม (4)'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'ข้างหลังสีหนุ่ม (4)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
          “ความนิยม เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจ เหนือความคาดหมายและไร้เหตุผล” ทุกวันนี้ฉันยังคงทำความเข้าใจกับความหมายของมัน ทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์ความนิยมครั้งใหม่ขึ้นมา… แต่ละปีที่ทุรนทุรายอยู่บนเก้าอี้สีแดงเพลิง ฉันได้เรียนรู้ตัวเองมากขึ้น ยิ่งอยู่นานไป เราต้องยิ่งลดทิฐิและอัตตาของเราลงไป เพื่อให้ความสุขแก่ประชาชนอย่างแท้จริง 
 
          ต้องเข้าใจนะว่าฉันร้องเพลงมา 27-28 ปี บางทีร้องคนเดียวมันก็คิดอยู่คนเดียว (คิดเข้าข้างตัวเอง) ไม่ได้คิดเผื่อใคร แต่มารับจ้างทำงานก็ต้องคิดเผื่อทุกๆ คน ทำงานแบบทีม เอาตัวตนของตัวเองไปอยู่ท้ายสุดปลายแถว ใช้เฉพาะความสามารถและประสบการณ์ ถ้าจะเอาแต่ใจฉันคงต้องอยู่กับบ้าน เคี้ยวหมาก เอนหลังหลับกลางวันเป็นแน่!! ไม่มีใครรู้จัก 
 
          “รูปแบบ” ที่แท้จริงของคำว่า “ความนิยม” มันเหมือน “หวย” รักตัวไหนตามตัวนั้นอย่าให้พลาดแม้แต่งวดเดียว เสียตังค์ไม่ว่า แต่อย่ามาเสียดายที่ไม่ได้ตาม! บางคนพยายามจะวิเคราะห์รูปแบบขึ้นมาให้เป็นภาพที่มองเห็น โดยใช้หลัก “สถิติ” และ “ความน่าจะเป็น” แต่… มันก็ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด มันมีเรื่อง “ดวง” เข้ามาเกี่ยวด้วย(เป็นความเชื่อส่วนตัว) 
 
          หลายคนบอกว่า คนดูชอบชีวิตดราม่าของผู้เข้าแข่งขัน เอิ่ม… มันก็ยังมาทีหลังความสามารถขั้น “พรสวรรค์” ที่ผงาดง้ำค้ำโด่อยู่มั้ยคะคุณ บางคนประชดว่าให้พวกจนๆ เด็กแว้นมาแข่ง อือ… จะว่าอะไรก็ขอให้คิดสักนิดนะคะคุณว่า คนทำรายการระดับ 100 ล้าน เขาต้องฉลาดมั้ย? และที่สำคัญคนดูก็ไม่โง่นะคะ คิดแบบนี้น่าจับเอาหนังสติ๊กรัดไข่มั้ย? 
 
          ไม่มีใครรับประกันหรือวิพากษ์วิจารณ์อย่าง “รู้ดี” ได้ว่า… แชมป์ต้องมีคุณสมบัติอย่างงั้นอย่างงี้ โค้ชต้องวางแผนชนิดดราม่า ร้องไห้ส่ง เอาคนโน้นออกจะได้ไม่มาแข่งกับคนนี้ในรอบนี้ แกล้งเกลียดคนนี้จะได้เรียกคะแนนให้ (อ่านนิยายมากไปมั้ย คนอย่างฉันไม่ซับซ้อนขนาดนั้นหรอก ไม่มีตัววัดหรือดัชนีตัวไหนจะบอกผลในตอนสุดท้ายได้ คนดูส่วนใหญ่เลือกใครก็แค่ “ชอบ” (ล้วนๆ) สาระมันอยู่ที่แต่ละปีจะชอบแบบไหน? ใครจะไปรู้คะคุณ บอกได้แบบนั้น ไปออกหนังสือใบ้หวยรวยกว่านี้ละ 
 
          เอาเป็นว่า “ความนิยม” มันไร้แบบแผน ไร้โครงสร้าง และไม่มีรูปแบบที่ตายตัว มันคือส่วนผสมระหว่างความขัดแย้งในตัวคนเข้าแข่งขันกับความขัดแย้งในใจของคนดู พอมันลงตัวมันก็ “โดนใจ!” เอ้อ… ไอ้นี่ทำให้เรามีความสุข สนุกฮาไปกับมัน… ไอ้นี่มันทำให้เรานึกย้อนถึงตัวเอง มันสะท้อนความเป็น “เรา” ออกมา ทำให้เราซาบซึ้ง น้ำตาไหล เอาใจช่วย และในที่สุดเราก็เลือกคนคนนั้น เพื่อเป็นตัวแทนความรู้สึกของเราเหมือนมันมีความรู้สึกร่วมบางอย่างที่ตรงกับคนดู ดูแล้วเข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย ไม่เกินตัว ไม่ห่างตัว… 
 
         ในเรื่องของภาษาในรอบสุดท้าย ภาษาก็ยังไม่ใช่อุปสรรคหลักเพราะดนตรีคือภาษาสากลที่คนฟังใช้ความรู้สึกและใช้ใจฟัง ที่สุดแล้วก็ยังคงตัดสินจากความชอบ-ไม่ชอบ อยู่ดี… “เสียงจริง” เราตัดสินกันโดยโค้ชตอนไม่เห็นหน้า “ตัวจริง” เราตัดสินกันโดยคนดูตอนหันมา คนดูจะยังรักมันและจะเรียนรู้กันไปจนถึงรอบสุดท้ายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเพลงโดนใจแค่ไหน? หนังหน้าถูกชะตาเพียงใด? ชีวิตดราม่าบ้าบออะไร เป็นแค่ “น้ำจิ้ม” ของมันอร่อยจริงไม่ต้องจิ้มก็ได้นะคะคุณ ก๋วยเตี๋ยวมันอร่อยจริงไม่ต้องปรุงก็ได้ใช่มั้ยคะคุณ… 
 
          กระนั้นในความคิดเห็นอันต่ำต้อยของฉัน… ฉันว่าทั้งสีหนุ่ม อิมเมจ บอมบ์ และบิว  ต่างเก่งกันไปคนละแนว อย่าเอามาข่มกันให้เหม็นขี้ฟัน เพราะมันกำลังบอกขนาดความกว้างของความคิดและจิตใจของคนคนนั้น อยากให้คนที่เราชอบชนะคราวหน้าเอารถแม่ไปจำนำเอาบ้านพ่อไปจำนอง ไปเหมาซิมทรูมูฟเอช 3G 4G จากโกดังมาสัก 5 ล้านซิม จ้างแรงงานต่างด้าว AEC มากระหน่ำกดกันในช่วง 10 นาทีสุดท้าย จะได้ไม่ต้องมาโทษโน่นโทษนี่... 
 
          ฉันรู้สึกขอบคุณคนที่อยากจะขอโทษในความเข้าใจผิดต่อฉัน (กระหน่ำด่ากรูซ้า…) มันเป็นธรรมดาของอารมณ์คนกำลังอิน ด่าได้แต่อย่าทำลายกำลังใจ (ทำให้เสียใจได้แต่อย่าทำให้เสียกำลังใจ) คนดีๆ จะรู้สึกดีเวลาทำดี และ “รู้สึกผิด” เวลาทำไม่ดี นั่นแปลว่าเรายังเป็นคนดี แค่ควบคุมอารมณ์อินไม่ค่อยได้ อยู่กันไปแบบทั้งรักทั้งเกลียดแต่ไม่เลิกกัน นั่นแหละชีวิตของเรา… ฉันเข้าใจมันเป็นอย่างดี
 
          กลับมาที่สีหนุ่มของเรา… ตอนเพลง “หลงตัวเอง” ที่มันเอาของพี่เอ อนันต์ มาร้องกลายเป็นการจุดประกายให้คนหันมาสนใจมัน สิ่งแรกที่ฉันพูดกับมันในเวลานั้นคือ …
 
          “มึงอย่าหลงตัวเอง แล้วอย่าลืมตัว กูรู้ว่ามึงเบื่อที่กูย้ำเป็นครั้งที่ล้าน คนบางคนมียอดไลค์เป็นสิบเป็นร้อยล้าน บทจะลืมเขาก็ลืมกันเฉยเลย มึงอย่าหลงไปตามกระแส ตอนนี้ให้คิดในใจว่าสิ่งที่ทำมามีค่าเป็น “0” รอบหน้าว่ากันใหม่ มาเลือกเพลงกันดีกว่ามานั่งดีใจมั้ยเมิงอีหนุ่ม”
 
          แล้วฉันก็พาหนุ่มกับลูกทีมที่เหลืออีก 3 คน บอส กีต้าร์ และโจ รวมทั้ง กบ วีระศักดิ์ และน้องนนท์ (แชมป์เดอะวอยซ์ ซีซั่น 1) ไปกินอาหารจีนกันตอนเลิก น้องนนท์เล่าประสบการณ์และความคิดตกตะกอนให้คนทั้งโต๊ะฟัง นางช่างโตกว่าอายุเหมือนคนแก่อายุ 40 เข้าสิงนาง เวลาที่นางพูดอย่างเข้าใจชีวิต
 
          “คนบางคนปกติก็ดีกับเรา แต่ถ้ามาถึงจุดที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เขาจะทำเหมือนกับว่าไม่รู้จักกันมาก่อนเลย ...ตอนแรกๆ ผมนึกถอดใจ ร้องไห้บอกแม่กลับบ้านเราเถอะ แต่พอกลับไปดูคลิปตอนตัวเองประกวด มันทำให้ได้กำลังใจ ถ้าท้อนะ ผมแนะนำให้กลับไปดูสิ่งที่เราได้ทำมา เราให้กำลังใจตัวเองได้”
 
          โถ… พ่อคุณ ธนนท์ของป้า ช่างรู้ความ นางเป็นผู้ใหญ่กว่าตัว นางบอกอีกว่า…
 
          “ที่ผ่านมาจนได้ตำแหน่ง มีงานทำ ไม่ได้ใช้ความสามารถเลยนะ เพราะไม่มี ใช้หน้าตาล้วนๆ (เขาพูดติดสำเนียงทองแดงแบบใต้) แล้วผมก็ไม่ได้เป็นคนภูเก็ตหรอก ผมเป็นคนกรุงเต้ปที่ไปเกิดที่ภูเก็ต”
 
          อีสีหนุ่มฮามากมายกับประโยคนี้ของน้องนนท์ มีคนแก่อาอึ้มอาแปะโต๊ะจีนข้างๆ หันมาขอจับมือหนุ่ม แล้วบอกว่า “คราวหน้าจะกดให้อีก” สีหนุ่มไหว้ปลกๆ อย่างน่าสงสารปนน่าเอ็นดู… เฮ้อ… ลูกน้อยเด็กดอยของแม่ ฉันจะคอยดุด่าตบตีมันตลอดไปแบบนี้ เพราะฉันถือคติ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ฉันหวัง “ให้มันเป็นคนดี เป็นคนที่น่ารักของคนดูตลอดไป” เท่าที่เคยประสบพบเจอมาบนเส้นทางนี้  คนบางคนพอมีชื่อเสียงก็เริ่มไม่ฟังใคร เอาแต่ใจ ไร้ระเบียบวินัย ทำให้อยู่ในแวดวงนี้ได้ไม่นาน คนจะค่อยๆ เอือมและค่อยๆ ลืมมันไปเอง คนเราตายไปแล้วยังมีคนจำได้พูดถึงความดีที่มีมายังดีกว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่มีใครพูดถึง ไม่มีคนสนใจ อะไรมันจะเจ็บปวดขนาดนั้น ฉันจะไม่ปล่อยให้ไอ้หนุ่มมันทำร้ายตัวเองแบบนั้น… พ่อของหนุ่มมาเจอลูกตอนเสร็จจากอัดรายการช่อง 3 ยกมือไหว้ฉันปลกๆ น้ำตาแกไหล แกบอกว่าแกดีใจ ใครๆ ทั้งหมู่บ้านก็ดีใจกับหนุ่ม
 
          “ผมมีลูกคนเดียว มันเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ บอกให้ทำอะไรมันก็ทำ ฝากคุณคิ้มช่วยดูแลมันให้ด้วย...” แล้วแกก็ยกมือไหว้อีก อีหนุ่มนั่งน้ำตาซึมอยู่ข้างๆ ฉันยังจดจำแววตาคู่นั้นของพ่อได้ จึงฝากบอกประชาชนผู้มีพระคุณต่อฉันและหนุ่มว่า… 
 
          “ฝากดูแลมันด้วย ฝากให้รักและเมตตามันอย่างที่พ่อแม่หนุ่ม และทีมงานเสียงจริง ตัวจริง รักมัน วันหนึ่งวันใดข้างหน้ามันทำอะไรผิดก็ขอให้อภัยให้กับมัน เห็นแก่ความโง่และความไม่รู้ของมัน กราบขอบพระคุณงามๆ ล่วงหน้า...”
 
          โปรดติดตามตอนต่อไป
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ข้างหลังสีหนุ่ม (4)'  : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)


 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง