บันเทิง

'บางระจัน'ตอนที่3-4

'บางระจัน'ตอนที่3-4
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'บางระจัน'ตอนที่3-4

 
ตอนที่ 3
 
          ภายในเต็นท์ที่พักอูจี สไบดิ้นรนจากอูจีที่กำลังก้มลงซุกไซร้ เธอได้โอกาสต่อยเข้าเบ้าตา อูจีร้อง สไบถีบเต็มแรง อูจีกระเด็น พอเงยขึ้นจะตาม สไบเอาไหเหล้าฟาดหัว อูจีหงาย สไบวิ่งหนีไป อูจีร้องสั่งทหารให้ตามจับสไบ
 
          เฟื่องกับเฟี้ยมโดนทหารลากออกจากบ้าน แฟงกำลังจะวิ่งไปหา เฟื่องหันไปเห็นน้อง ก็ส่ายหน้า ว่าอย่าเข้ามา ขาบออกมาคนหลังสุดถามหาแฟง เฟื่องรีบตอบ ตะโกนเสียงดังจงใจให้แฟงได้ยิน
 
          "แฟงไม่อยู่ แฟงไปนอนบ้านลุงเปี่ยม"
          แฟงชะงัก ได้ยินเสียงเฟื่องตั้งใจตะโกนก็หลบหลังพุ่มไม้มองขาบกับทหารจับตัวแม่กับพี่สาวไป
 
          สไบถือดาบวิ่งฝ่าความมืด จนมาเจอเชลยชายไทยที่ถูกจับมัด เธอเข้าไปช่วยตัดเชือกแก้มัดให้ เชลยชายไทยบอกให้สไบรีบหนีไป โดยขอดาบจากสไบไว้ เพราะจะเข้าไปแก้แค้นทหารอังวะ จะเข้าไปฟันพวกทหารอังวะ 
 
          สไบวิ่งหนีมาในป่า เห็นแม่น้ำ ก็หันจะวิ่งสวนขึ้นไป แต่เจอทหารอังวะดักไว้ สไบจะพุ่งหนี แต่ทหารกระชากตัวได้ ผลักลงไป อีกคนเงื้อดาบจะแทง ใจโผล่เข้ามา โดดสูงฟันศอก สไบคลานหนี ทหารจับสไบล็อคคอเป็นตัวประกัน 
 
          "พี่ใจ หนีไป" 
 
          ใจไม่ถอย ทหารอังวะเห็นใจท่าทางเอาจริง ก็รัดคอสไบแน่น กำลังจะกดดาบ ใจวัดใจพุ่งเข้าหา ทหารตกใจที่พรานใจกล้าพุ่งมา ทหารจะฟัน ใจคว้ามีดสั้นข้างตัวปาออกไป ปักคอทหารล้มลงขาดใจตาย สไบทั้งตกใจทั้งขาดอากาศ ล้มร่วงลงกับพื้น หมดสติ ใจเข้ามาช้อนร่างสไบไว้
 
          แฟงมุ่งหน้ามาหาฟักที่โบสถ์ พวกเอิบบอกว่าฟักไม่อยู่ แฟงแปลกใจว่าพี่ชายไปไหน
 
          เวลาเดียวกันนั้นทัพกับฟักพากันมาที่หน้าเรือนทัพ ปรากฏว่าเรือนร้าง ข้าวของถูกทำลาย ทั้งคู่รู้ทันทีว่าจันทร์กับจวงถูกจับตัวไป ฟักนึกถึงแม่และน้องสาวของเขาทันที 
 
          ขบวนกวาดต้อนคนไทยเข้ากรุงเพื่อไปเป็นไพร่รบ สังข์กับขาบอยู่บนม้านำขบวน ด้านหลังคือเกวียนเทียมวัวที่มีเฟื่องและจวง พร้อมแม่ของทั้งสอง คือจันทร์กับเฟี้ยมนั่งกันคอพับคออ่อน
 
          ทุกคนถูกมัดมือไว้แน่นหนา ถัดไปคือขบวนเกวียนของชาวบ้าน มีทหารคอยขนาบข้าง คุมเป็นแนวยาวไปทั้งขบวน สังข์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คอยหันไปมองในเกวียน จวงนั่งด้านหน้ากับเฟื่อง มองกลับมายังสังข์กับขาบด้วยสายตาเกลียดชัง แต่สังข์ไม่สนใจ ตรงข้ามกับขาบที่มีแววกังวล
 
          "ไอ้ทัพต้องตามเรามาแน่ๆ"
          "ต่อให้ติดปีก ก็ตามไม่ทันหรอก กว่ามันจะรู้ตัว พวกเราก็พ้นคำหยาดไปแล้ว"
          สังข์ตอบด้วยความมั่นใจเต็มที่ หันไปมองเกวียนที่มีเฟื่องกับจวงด้วยความลำพองใจว่าตัวเองเอาคืนทัพได้อย่างสาสม
          ทัพกับฟักควบม้ามาที่โบสถ์ จึงได้เจอกับแฟง ฟักแปลกใจที่แฟงไม่ถูกจับตัวไป 
          "ฉันเห็นตอนไอ้ขาบมันเข้าบุกเข้ามาจับพี่เฟื่องกับแม่ ฉันจะไปช่วยแต่พี่เฟื่องยอมโดนจับไปคนเดียว เพื่อทิ้งให้ฉันมาบอกพี่" 
          "ข้าจะไปตามพวกเรากลับมา" 
         "แล้วที่เราจะไปกระทุ่มด่านล่ะ พี่ทัพ" เคลิ้มถาม
 
         ทัพนิ่งไป มองเห็นสายตาทุกคนที่เตรียมการไว้แล้ว แฟงมองทัพไม่พอใจ
         "พี่ทัพ พี่เฟื่องรอพี่ไปช่วยอยู่นะ"
         ทัพยังไม่ทันตอบ แฟงตะบึงตะบอน คิดไปเองว่าทัพจะไม่ช่วยพี่สาว
         "ทำไมถึงไม่บอกว่าจะไปช่วยพี่เฟื่อง ทำไมต้องคิดล่ะ พี่ทัพ พี่เฟื่องเขารอให้พี่ไปช่วยอยู่ทุกนาที หรือพี่กลัวคมดาบไอ้สังข์ ไอ้ขาบ" 
         "แฟง ฟังก่อน"
         "ไม่ฟังแล้ว รู้หรือเปล่าฉันมุ่งมาหาพี่ หวังว่าพี่จะมุ่งไปช่วยพี่เฟื่องกับแม่ ไม่ใช่มายืนคิดลังเล พี่ฟักก็เหมือนกัน จะมัวยืนบื้อใบ้ฟังคนเก่งแต่ปากอย่างพี่ทัพอยู่ได้ ถ้าตาขาวกันฉันไปช่วยพี่เฟื่องกับแม่เอง ฉันไปเอง"
         แฟงวิ่งเร็วพรวดพราดออกไปด้วยความน้อยใจ ฟักมองทัพ
 
         "ฉันไปคุยกับอีแฟงเอง"
         "ไม่ต้อง เด็กอย่างมันข้าจะกำราบเอง"
         ทัพวิ่งตามไปกระชากแขนแฟง แฟงไม่ยอม ดิ้น ทัพรวบตัวแฟงไว้ แฟงกัดแขน ทัพเจ็บแต่ทน แฟงสะบัดตัวออกห่างทัพ
         "งั้นมึงก็เอาดาบฟันกูซะ ถ้าเอ็งคิดว่าพี่ขลาด ไม่ไปตามแม่กับจวง เองก็ฟันพี่เสีย จะได้ไม่ต้องมีคนไปช่วยเฟื่องกับจวง"
         "พี่อย่ามาท้าฉัน"
         "กูไม่ได้ท้า อีแฟง กูต้องไปช่วยอยู่แล้ว แต่ความใจร้อน เจ้าแง่แสนงอนของมึงจะทำให้ทุกอย่างพัง"
 
         "พังยังไง ฉันสู้วิ่งบุกป่าฝ่าดงมาบอก แทนที่จะเห็นพี่ควบอ้ายเลาออกไป พี่กลับมาคิดว่าจะไปกระทุ่มด่านหรือจะไปช่วยพี่เฟื่องดี ทุกนาทีที่พี่หยุดคิด มันหมายถึงชีวิตพี่เฟื่อง จวงกับแม่ของเรา"
 
         "แล้วมึงรู้หรือไม่ นาทีที่หยุดคิด กูคิดถึงชีวิตใครอีกบ้าง ไม่ใช่ว่าไม่ห่วงเฟื่อง จวง กับแม่ทั้งสอง สำหรับกูเสียเฟื่องเหมือนเสียชีวิต แต่กูกับหมู่เคลิ้ม แล้วก็สมัครพรรคพวกทุกคนที่มึงเห็น วางแผนไว้แล้วว่าจะไปกระทุ่มด่าน ระหว่างทาง เจอค่ายทหารอังวะที่ใด เราจะปล้นค่ายมัน ฆ่าตัดกำลังมันให้สิ้น ทางไปกรุงศรีกับกระทุ่มด่านมันคนละทาง" 
 
         ทัพมองแฟง อธิบายด้วยเสียงเข้ม จริงจัง อย่างคนเป็นผู้ใหญ่กว่า
         "เฟื่องเป็นหัวใจของกู แต่พวกหมู่เคลิ้มก็เป็นมิตรที่จะร่วมเป็นร่วมตายกัน จะไม่ให้กูหยุดคิดสักนิดเลยหรือว่าควรทำยังไงถึงจะรักษาคนที่กูรักไว้และไม่เสียมิตรเกลอไปด้วย ไม่งั้นกูก็จะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ความรักมากกว่าส่วนรวม"
 
         "รีบคิดเถอะพี่ทัพ ฉันกลัวเราจะตามขบวนทหารกรุงไม่ทัน"
         "แฟง เอ็งต้องทำตามที่พี่บอก อย่าเพิ่งขัดขืน อย่าเพิ่งคิดว่าพี่ไม่รักไม่ห่วงเฟื่อง ขอให้รู้ ใจพี่อยู่กับเฟื่องทุกเวลา เอ็งต้องไปกับฟัก กับพวกหมู่เคลิ้ม ไปรอพี่ที่กระทุ่มด่าน พี่จะไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังว่าเอ็งจะไม่ปลอดภัย พี่สาบาน พี่จะเอาตัวเฟื่องกับจวงและแม่ของพวกเรากลับมาให้ได้"
         ทัพแน่วแน่ จนแฟงต้องยอมอ่อนลง เชื่อฟัง
         เฟื่องกับจวงคิดหาทางถ่วงเวลาขบวนเดินทางเพื่อให้ทัพตามมาทัน เฟื่องจึงทำทีเป็นขอร้องขาบว่าเฟี้ยมอ่อนเพลีย เดินทางไม่ไหว ขาบมีใจให้เฟื่องจึงใจอ่อน ไปบอกสังข์ สังข์สั่งหยุดพักการเดินทาง 
 
         ทัพถือดาบยืนอยู่หน้าชายฉกรรจ์ทั้งหมด 
         "พี่น้องทุกคนจงฟัง ข้าชื่อไอ้ทัพ คนบ้านคำหยาด ข้าแลพวกเราทุกคนตรงนี้ล้วนแต่มีผิด ผิดที่ไม่ยอมก้มหัวให้ผู้นำทหารเลว" 
         ทุกคนเห็นด้วยกับทัพ ทัพกวาดตามองทุกคนด้วยความฮึกเหิม
         "ตอนนี้ เราก็ได้ชื่อว่าเป็นหัวอกอันหนึ่งอันเดียว และจะร่วมทำการกันต่อไป พวกเอ็งเลือกข้าเป็นหัวหน้า ข้าก็จะขอร่วมตายทุกมื้อ แผลเดียวของพวกเราคนหนึ่งคนใดที่ถูกฟันจากมืออื่น แผลนั้นจะเสมือนเป็นแผลข้าถูกฟันเหมือนกัน" 
 
         ฟัก เคลิ้มและทุกคนมองทัพด้วยสายตานับถือ 
         "ฟังเถอะพี่น้องข้าทุกคน ข้าขอประกาศว่า แต่เดี๋ยวนี้ไปเราคือกองโจร โจรที่จะหาใส่ปากใส่ท้องชั่วมื้อหนึ่ง โจรที่จะปล้นกองทัพศัตรูที่มารุกรานบ้านเกิด ไม่ใช่โจรที่จะปล้นคนไทยด้วยกันเอง เมื่อใครไม่เห็นงาม เมื่อใครคนหนึ่งคนใดไม่เห็นชอบ หรือว่าพวกเราคนใดยังไม่เชื่อฝีมือข้า ก็จงฟันข้าเสียเถอะ" 
         "ข้าเชื่อ ข้าจะขอตามพี่ทัพไปตายทุกแห่ง" ฟักพูดขึ้น 
         "ข้าก็จะขอตามเอ็งไปไล่ข้าศึก สู้เพื่อพ่อแม่ลูกเมีย ไม่กลัวตายเหมือนกัน" 
         ทุกคนชูดาบพูดขึ้นเสียงก้องดัง ทัพยิ้ม มองทุกคนอย่างเพื่อนตาย แฟงยิ้มหน้าชื่น มองทัพด้วยสายตาศรัทธาเชื่อมั่นจากใจทั้งหมด
 
00000000000000000
 
         ทัพก้มลงกราบพระเที่ยง ก่อนจะเดินออกมาที่ม้า พวกเคลิ้มยืนรอส่งอยู่ที่ม้า แฟงจูงม้าอ้ายเลามาส่งให้
         "แยกกันเดินทาง แล้วข้าจะตามไปสมทบให้เร็วที่สุด ระวังตัวกันให้ดี"
         "รีบไปเถอะทัพ ข้ารู้ว่าเอ็งต้องมาทันพวกเรา" เคลิ้มบอก
         ทัพหันไปบอกฟัก
         "ไม่ต้องห่วงนะฟัก พี่จะพาเฟื่องกับน้าเฟี้ยมกลับมาหาเอ็ง" 
         "พี่น่าจะให้ฉันไปด้วย" 
 
         "เอ็งต้องคอยช่วยกองทหารหมู่เคลิ้ม เจ้าเอิบ เจ้าช่วง เผื่อเจอทัพอังวะกลางทาง ลำพังไอ้สังข์ ไอ้ขาบ พี่คงไม่ฆ่าให้ตาย แต่จะสั่งสอนให้มันรู้ว่า อย่าเอาอำนาจเอายศมากดหัวคนอื่น ดาบของเรามีไว้ฆ่าศัตรู ไม่ใช่หันคมเข้าหาคนไทยกันเอง"
 
         "รีบกลับมานะพี่ทัพ พวกเราจะไปรอพี่ที่กระทุ่มด่าน" 
         แฟงยิ้มให้ ทัพมองทุกคนที่แววตาเชื่อมั่น ดึงอ้ายเลาพุ่งทะยานออกไป 
         ใจนั่งมองสไบ สไบฟื้นขึ้นมาเห็น ใจจ้องมองด้วยสายตาเป็นห่วง
         "พี่ใจ"
         "สไบ เป็นยังไงบ้าง ถูกจับไปที่นั่นได้ยังไง" 
 
         "พวกมันฆ่าพี่ดอกรัก มันจับฉันไป พี่ใจ ฉันต้องกลับไปที่หมู่บ้าน ฉันห่วงพ่อ" 
         "จะกลับไปได้ยังไง ป่านนี้ทหารเต็มหมู่บ้านสามโก้แล้ว" เจิดท้วง
         "ยังไงฉันก็ขอไปตายกับพ่อ ฉันลาพี่เจิดนะจ้ะ ฉันลาลุงจาด ขอบใจนะพี่ใจ"
         "สไบ อย่าไปเลย" 
         "มันฆ่าพี่ดอกรักไปคนหนึ่งแล้ว พ่อต้องรอฉัน ฉันขอบใจพวกพี่มากนะจ๊ะ บุญของฉันที่ได้เจอพวกพี่" 
 
         สไบมองทุกคนแล้ววิ่งออกไป เจิด จาดมองใจ
         "จะตามไปใช่มั้ย ยังไงเราก็ตามไปช่วยเขาไม่ได้" 
         "พี่เจิด ฉันห่วงสไบ สามโก้คงแหลกแน่ พวกทหารไม่มีวันปล่อยเอาไว้"
         "มันไม่ใช่หน้าที่ของเรา ใจ" จาดท้วง 
         "แต่ฉันขอ ครั้งนี้ครั้งเดียว ขอให้ฉันได้ช่วยสไบ"
         ใจมองจาดและเจิด ซึ่งทั้งสองไม่เห็นด้วยอย่างมาก
 
         หมู่บ้านสามโก้ถูกเผา ผู้ใหญ่แสงและชาวบ้านถูกมัดมากองรวมกัน อูจีเข้ามาเค้นถามหาสไบ ผู้ใหญ่แสงไม่รู้ อูจีจะจับผู้ใหญ่แสงเผา สไบวิ่งเข้ามาพอดี อูจีแค้นจะจับสองพ่อลูกเผารวมกัน 
 
         ทัพขี่ม้าผ่านมา เห็นเปลวไฟและควันดำลอยมาจากหมู่บ้านสามโก้
         "ไอ้พวกอังวะ"
         ทัพชักม้าเปลี่ยนทางทันที รีบเร่งทะยานไปที่หมู่บ้านสามโก้อย่างรวดเร็ว
         อูจีจะโยนคบไฟใส่สไบกับพ่อ รวมทั้งชาวบ้านที่กำลังโดนทหารล้อมอยู่ สไบมองจ้องอูจี
         "ฉันขอสาปแช่ง แกมาปล้นมาทำลายบ้านคนอื่น บ้านเมืองแกก็ต้องวายวอด" 
         อูจีโมโหมาก จะโยนไฟไปที่สไบ ทัพทะยานอ้ายเลาเข้ามา ฟันทหารอังวะล้มตาย อูจีโยนไฟไปที่สไบ ทัพยกดาบ ฟันไม้ติดไฟกระเด็นไปห่างสไบ สไบตกใจ มองทัพอย่างตกตะลึง
 
         ทัพพุ่งเข้าไปทางอูจี ทหารอังวะพากันเข้ามาขวาง ทัพฟันทหาร สไบรีบบอกให้ทุกคนหนี ทหารอังวะคนหนึ่งเข้ามาจะฟันสไบจากด้านหลัง ใจโผล่เข้ามา ปามีดใส่
         "พี่ใจ"
         ใจตัดเชือกให้ผู้ใหญ่แสง บอกให้หนีไป แล้วใจก็หันมาสู้กับทหารอังวะ ผู้ใหญ่แสงพาลูกบ้านและสไบหนี สไบมองใจอย่างอาลัย ใจมองสไบแว่บหนึ่งแล้วหันมาสู้ต่อ 
 
         ทัพฟันทหารรอบตัวอูจีล้มตายทั้งหมด แล้วจ้องอูจี
         "ชีวิตมึงต้องชดใช้ให้กับพี่น้องคนไทยกู"
         อูจีหน้าตาเหลือกลาน ทัพเงื้อดาบ 
 
         สไบวิ่งหนีมากับกลุ่มพ่อและชาวบ้าน จาดกับเจิดเข้ามาแล้วช่วยพาหนีไป ใจโดนทหารรุมฟัน แต่หลบหลีกว่องไว อูจีหนีคมดาบของทัพมาได้ ก็โดดขึ้นม้า บังคับม้าเตะใจ ใจพุ่งหลบล้มลงได้หวุดหวิด อูจีเอาทวนปักลงมา ใจม้วนตัวหลบแต่ไม่พ้น ทวนแทงลงที่น่อง ใจร้องดิ้น อูจีจะแทงใจซ้ำ ทัพพุ่งม้ามาด้านหลัง ฟันเข้ากลางหลังอูจีเต็มแรง อูจีกระเด็นตกม้า ตาย ทัพลงจากม้าเข้ามาดึงพรานใจ 
 
         ทัพควบม้าซ้อนใจวิ่งมาหยุดให้ใจลง ใจกระโดดลงอย่างคล่องแคล่วทั้งๆ ที่น่องมีเลือดไหล
         "ไปต่อไหวมั้ย เพราะข้าคงไม่มีเวลาไปส่ง" 
         "ไหวซิ ถ้าไม่ได้เอ็งช่วย ข้าคงตายเป็นผีอยู่ตรงนี้ ข้าชื่อใจ" 
         "ข้าชื่อทัพ ไอ้ทัพ คนทุ่งคำหยาด"
         "ไอ้ใจคนนี้เป็นหนี้ชีวิตเอ็งแล้ว" 
         "ไม่เป็นไร ใจ คนไทยไม่เคยทิ้งคนไทยด้วยกัน" 
 
         ทัพมองไปรอบๆ หมู่บ้านที่ถูกเผา ไฟยังคุกรุ่นด้วยสายตาหดหู่
         "จะอีกกี่หมู่บ้านก็ไม่รู้ที่ต้องถูกปล้น ถูกเผาจากไอ้พวกอังวะ" 
         ทัพหดหู่ ใจมองสลด
         "รีบไปจากที่นี่ซะ ใจ" 
         "แล้วเอ็งจะไปที่ไหน" 
         "กรุงศรี"
         "เอ็งคงเป็นทหารกรุงศรี"
 
          "ข้าไม่ใช่ทหาร ข้าเป็นโจร โจรที่จะเอาชีวิตแลกแผ่นดิน" 
          ทัพโดดขึ้นอ้ายเลา ใจมองทัพด้วยสายตาทึ่ง ทัพยิ้มมองใจ
          "รีบตามครัวของเอ็งไป ข้าก็จะไปตามครัวของข้าเหมือนกัน"
          ทัพดึงอ้ายเลาออกไป ใจมองตามทัพด้วยสายตาทึ่ง ชื่นชมในความกล้าหาญ แน่วแน่
 
          ในป่าสามโก้ สไบกับพวกผู้ใหญ่ เจิด จาดนำวิ่งเร็วกันมา ใจกัดฟันวิ่งมา เซ เจิดเข้ามาประคองน้อง
          "ฉันโดนแทง แต่รอดมาได้ เพราะคนทุ่งคำหยาดคนหนึ่ง"
          ใจนั่งให้เจิดโปะสมุนไพรที่แผล สไบมองเป็นห่วง ผู้ใหญ่แสงพูดขึ้น
 
          "ขอบใจพี่จาดกับลูกชาย เสียดายแต่หลานชายฉัน ไอ้ดอกรัก มันเตือนแล้วว่าอย่ายอมเป็นพวกอังวะ พวกมันไม่ได้มีเมตตากับเราจริงๆ" 
          "แล้วนี่จะพากันไปไหน" จาดถาม
          "ฉันได้ยินว่า พวกเราหนีภัยไปรวมกลุ่มกันที่กระทุ่มด่าน" 
          "ไปกระทุ่มด่าน แล้วทำไมไม่ของความช่วยเหลือทหารกรุงศรี"
 
          "เราต้องช่วยตัวเอง บ้านเมืองปั่นป่วน ศึกอังวะมาประชิด ทหารกรุงศรียังต้องเกณฑ์พวกเราไปรบ ศึกใหญ่ขนาดนี้พวกเราชาวบ้านต้องดูแลกันเอง"
          จาดนิ่งฟัง ผู้ใหญ่ทั้งสองมองไปที่สไบกับใจ 
          "พี่ใจเดินไหวมั้ยจ๊ะ"
 
          "คงไม่ไหว สไบอุ้มน้องชายพี่ไปหน่อยสิ" เจิดยิ้มๆ
          "ให้สไบแบกพี่ใจไปก็ได้ พี่ใจเสี่ยงช่วยชีวิตสไบไว้ตั้งหลายครั้ง"
          ใจมองสไบอึ้งๆ เจิดหัวเราะ
          "พูดแบบนี้ ไอ้ใจมันคงไม่อยากหาย เอ้า ลุก ไอ้ใจ อย่าสำออย เดี๋ยวต้องเดินทางต่อ"
          เจิดพยุงใจขึ้น สไบมอง
          "เราคงต้องแยกกันตรงนี้" 
 
          "ไม่รู้เมื่อไหร่ ฉันจะมีโอกาสเจอพวกพี่อีก"
          "ก็ตอนที่สไบโดนข่มเหงไง พวกพี่จะตามไปช่วย ใช่มั้ยใจ" 
          เจิดกระเซ้า สไบยิ้ม 
 
          เมื่อถึงเวลาเดินทางจริงๆ ทั้งใจและสไบมองกันเงียบๆ ไม่กล้าแสดงความรู้สึกอะไรออกมามากกว่านั้น จาดมองแล้วพูดขึ้น
          "เราจะไปกับพ่อใหญ่แสง ไปเจอกับคนอื่นๆ ที่ซ่อนตัวอยู่กระทุ่มด่าน" 
          ใจกับเจิดมองพ่อ นึกไม่ถึงว่าพ่อจะตัดสินใจไปกับขบวนของสไบ ใจสบตากับสไบ รอยยิ้มผุดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว 
 
          แฟงกับฟักมากับกลุ่มของหมู่เคลิ้ม มาถึงบ้านอาพันที่กระทุ่มด่าน พันถามฟักถึงเฟี้ยม ฟักหน้าตาไม่ดี บอกว่าเฟี้ยมถูกต้อนไปกรุงศรี แฟงบอกว่าไม่ต้องห่วงทัพจะต้องช่วยเฟื่องและแม่กลับมาได้แน่ 
 
          ที่ลานวัดร้างสะแกโทรม กองเกวียนจอดพักเป็นหย่อมๆ ก่อไฟหุงต้มกันเป็นกลุ่ม ทัพดึงอ้ายเลาหยุด ลงจากหลังม้า แล้วค่อยๆ ลอบเข้ามา กำดาบไว้ในมือเตรียมพร้อม ทัพมองไปรอบๆ หาว่าตรงไหนคือที่พักของขาบกับสังข์
 
          "ไอ้สังข์ ข้าจะมาทวงคนรักของข้าคืน" 
          ทัพขยับจะเดินไป แต่มีดาบมาจ่อที่คอจากด้านหลัง ทัพชะงัก คมดาบวาววับแตะอยู่ข้างคอทัพ พร้อมจะฟันคอให้ขาดได้ทันที
 
 
จบ ตอนที่ 3
 
0000000000000000
 
บางระจัน ตอนที่ 4
 
 
          พันหนักใจที่รู้ว่าแฟงมากับพวกหนีทัพและจะมาขออาศัยกับเขา กลัวจะมีความผิดเพราะพันก็เป็นคนของหลวง จะรับพวกหนีทัพคงไม่ควรนัก ซึ่งพวกฟักและเคลิ้มก็เข้าใจ
 
          "ไม่เป็นไร อาพัน พวกฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ให้เดือดร้อนคนอื่น ชั่วแค่มาส่งแฟงให้ปลอดภัย แล้วจะไปซุ่มกันอยู่ในดง"
          "ซุ่มอยู่ในดง นี่พวกเอ็งคิดจะทำอะไร"
          "ไพร่หนีทัพอย่างพวกฉัน ถือว่าเป็นโจร"
          "แต่โจรอย่างพวกฉันไม่ปล้น ไม่ทำร้ายคนไทยด้วยกันเองหรอกจ้ะ"
          "เราจะซุ่มอยู่ในดง คอยดักปล้นทัพอังวะ" 
          "พวกเอ็งไม่กลัวตายหรือ" 
 
          "คนเราเกิดมาก็ต้องตาย ทำไมจะตายเสียเปล่าๆ สู้เอาลมหายใจไปแลกกับข้าศึก ไล่ศัตรูให้พ้นไปจากแผ่นดินไม่ดีกว่าหรือ" 
          ฟักมองด้วยสายตาแน่วแน่เหมือนคนอื่นๆ พันถอนใจหนักๆ
          "หัวหน้าพวกเอ็งเป็นลูกเต้าเหล่าใครกัน" 
          "พี่ทัพจ้ะ พี่ทัพ ไอ้เสือทุ่งคำหยาด"
          แฟงเอ่ยด้วยน้ำเสียงภูมิใจมาก
 
          เวลาต่อมา แฟงมาส่งฟักกับพวกหมู่เคลิ้มที่หน้าเรือน พันกับเมียยืนมองอยู่ ฟักหันมามองน้องสาว
          "ไม่ต้องห่วงพี่นะ แฟง เอ็งเป็นผู้หญิง อยู่กับอาพันที่เรือนนี่แหละ"
          "แล้วพวกพี่จะไปอยู่ในป่าในดงทำไมให้ลำบาก"
          "พี่ต้องไป ถ้าพี่อยู่นี่ก็เท่ากับอาพันให้ที่หลบกับคนผิด" 
          "ถ้าแม่กับพี่เฟื่องมาล่ะพี่ เราจะไปตามหาพี่ที่ไหน" 
          "ไม่ต้องตาม พวกพี่จะจัดสายข่าวไว้ ถ้าพี่ทัพพาแม่กับเฟื่องกลับมา บอกว่าให้รอที่นี่ พี่จะรีบมาหาเอง "
 
          ฟักลงจากเรือนไป แฟงมองตาม ใจหาย 
          ขาบยื่นมาแตะคอทัพ ทัพนิ่ง แววตาไม่สะทกสะท้านความตายที่จ่ออยู่
          "กลับไปซะไอ้ทัพ ข้าจะไม่บอกนายกองสังข์ว่าเอ็งมาที่นี่"
          "ข้าต้องกลับไปพร้อมกับแม่ กับน้อง แล้วก็เฟื่องของข้า"
 
          ทัพหันขวับ ขาบผงะ ทัพจ้อง
          "ฆ่าข้าเลยก็ได้ไอ้ขาบ ถ้าเอ็งกลัวจะมีผิดติดตัว"
          "เอ็งอย่าท้าข้า"
          "ข้าไม่ท้า ถ้าข้าต้องตายเพราะคมดาบเกลอเก่า เพื่อรักษาชีวิตคนที่ข้าบูชา ข้าก็จะไม่เสียดาย"
          ทัพมองจ้องวัดใจขาบที่กำดาบมือสั่น 
          "ให้ข้าเป็นผีเฝ้าที่นี่เพราะดาบเอ็งก็ได้ไอ้ขาบ ข้าไม่มีวันยอมให้แม่กับน้องไปแย่งเศษข้าวพวกในกำแพงกรุงกินเหมือนหมูเหมือนหมา ผืนนาข้าวข้าอยู่ที่คำหยาด ทำไมต้องไปอดๆ อยากๆ กันเพราะกลัวตาย"
 
          "ข้าช่วยเอ็งได้แค่นี้ ทัพ ถ้าเอ็งฝืนเข้าไปนายกองสังข์สั่งทหารฟันคอเอ็งแน่"
          "ข้าก็จะถือว่าตายด้วยมือเกลอรัก" 
          "อย่าบังคับให้ข้าต้องทำเลย ทัพ"
          "เอ็งจะลงมือก็ได้ ขาบ เพราะไม่มีข้า เอ็งก็หมดศัตรูความรัก"
          "เอ็งรู้"
          "ข้ารู้ ขาบ เอ็งรักเฟื่อง" 
          "แต่เฟื่องรักเอ็ง เทิดทูนเอ็ง ไอ้ทัพ" 
 
          "เอ็งก็ฆ่าข้าเสีย เผื่อเฟื่องจะเปลี่ยนมารักเอ็ง แต่ข้าคิดว่าไม่ หญิงอย่างเฟื่องใจคอหนักแน่น เอ็งจะได้แต่ร่าง เพราะหัวใจรักของเฟื่องจะอยู่กับข้าไปชั่วชีวิต"
          "ไอ้ทัพ"
 
          ขาบกำดาบแน่นพุ่งเข้าหา ทัพหลบแล้วศอกเข้าหน้าขาบ 
          "มาสู้กันแบบลูกผู้ชายเถอะ ขาบ ข้าไม่อยากฟันเอ็งถึงตาย"
          ขาบทิ้งดาบ ทั้งสองต่อสู้กันด้วยมือเปล่า ทัพฝีมือเหนือกว่าเตะจนขาบสลบเหมือด 
          "ไอ้ขาบ เอ็งรู้ไว้ คนอย่างข้า ไอ้ทัพทุ่งคำหยาด ไม่มีวันฆ่าเพื่อน" 
 
          ทัพกำดาบเดินเข้าไปทางค่ายของสังข์ ไปที่กระท่อมหลังหนึ่ง ที่มีทหารยามเฝ้าด้านหน้า 3- 4 คน
          "เรือนนี้มีทหารเฝ้าเวร มันคงขังเฟื่องกับทุกคนไว้ที่นี่"
          ทัพมองทหารที่เฝ้าอยู่ เตรียมพร้อมจะบุกเข้าไป
          เฟื่องกับจวงปรึกษากันหาทางหนี หญิงชาวบ้านที่ทัพเคยมีบุญคุณคิดช่วยเฟื่อกับจวงหนี เฟื่องกับจึงปลุกเฟี้ยมกับจันทร์ให้รีบหนีออกไป
 
          ทัพลอบเข้ามาในกระท่อม เห็นคนนอนอยู่ในความมืดคิดว่าเป็นแม่และน้อง จึงรีบปลุกเรียก แต่กลับเป็นทหารลูกน้องสังข์ ทัพถูกหลอก ต่อสู้กับลูกน้องสังข์ จนลูกน้องสลบเหมือดทั้งหมด สังข์ก้าวเข้ามา 
"เอ็งคิดว่าจะแน่กว่าข้าไปได้ทุกครั้งหรือ ไอ้ทัพ"
ทัพถูกทหารคุมตัวไว้
"เอ็งเอาแม่กับน้องข้าไปไว้ที่ไหน ไอ้สังข์"
"ไม่ต้องห่วง ไอ้ทัพ ข้าจะดูแลจวงอย่างดี จะเลี้ยงดูให้สบาย ไม่อดไม่อยาก"
"ข้าถามว่าแม่ข้าน้องข้า อยู่ไหน"
 
          "ก็เอ็งเลือกทางเป็นโจรมากกว่าไพร่รับใช้หลวงท่าน แล้วเอ็งจะมาถามหาพ่อแม่พี่น้องอีกทำไม ไอ้คนทรยศ" 
          "ข้าไม่เคยทรยศบ้านเมือง ถ้าจะเกณฑ์ข้าไปรับใช้นายที่ดีสละชีวิตเพื่อแผ่นดิน ข้ายินดี ไม่ใช่ไปเป็นขี้ข้าไอ้พวกอ้างอำนาจราชการเพื่อเอาตัวรอด" 
          "มึงด่ากู"
          "หรือเอ็งจะบอกว่าเอ็งสัตย์ซื่อ วิ่งหนีข้าศึกเข้ากรุงยังได้ยศเพิ่ม" 
          "มึงดูถูกกูมากไปแล้วนะไอ้ทัพ"
          "ผิดบาปดีชั่ว ไม่ต้องรอฟ้าพิสูจน์ เอ็งย่อมรู้อยู่แก่ใจ"
          สังข์จ้องทัพไม่ลดละสายตา
 
          "ฆ่ากูซะ สังข์ เพราะยังไงกูก็ต้องพาแม่ พาน้องข้า และคนรักกูกลับไปให้ได้"
          "กูไม่ฆ่ามึงหรอก ไอ้ทัพ เพราะถ้ากูได้มึงไปมอบตัวกับคุณพระนาย กูยังจะมีความดีความชอบขึ้นมาอีก มัดมันไว้" 
          ทหารจับทัพลุกขึ้นแต่ทัพอาศัยแรงและความไว เหวี่ยงทหาร 2 คน เข้ากระแทกกันเอง แล้วถีบกระเด็นตกเรือนไป เฟื่อง จวง และแม่ หนีมาทางนั้นพอดี มองไปเห็นทัพอยู่บนเรือน ก็ดีใจที่ทัพมาช่วย
 
          ทัพหันมาต่อสู้กับสังข์และจัดการสังข์จนสลบเหมือด เฟื่องวิ่งขึ้นเรือนมาหา ทัพดีใจมาก รีบพาเฟื่อง เฟี้ยม จันทร์ และจวง ขึ้นเกวียนหนีออกไป
 
          แฟงเจียนหมากอยู่ที่เรือนของพัน แต่ตามองไปทางประตูรั้วอย่างกังวล สักครู่ได้ยินเสียงเฟื่อง เธอดีใจมาก ที่ทัพพาเฟื่องและแม่กลับมาได้ 
          "แม่" เฟี้ยมยิ้มกอดลูกสาว
          "จะร้องไห้ทำไม นังแฟง ข้ายังไม่ตายสักหน่อย"
          "ก็ฉันดีใจ" 
          ทัพแหย่ "ดีใจก็ต้องยิ้มสิ ดีใจแล้วร้องไห้มีแต่คนบ้า" 
          แฟงมองทัพ แหวขึ้นด้วยเสียงแง่งอนทันที
 
          "ทำไม ฉันดีใจต้องเหมือนคนอื่นเขาด้วยหรือ ฉันจะดีใจแล้วร้องไห้ หรือว่าถือเป็นบุญคุณที่พาแม่ พาพี่เฟื่องกลับมาได้เลยกะเกณฑ์ สั่งฉันให้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้"
          "เอ้า เอ้า อะไรของเอ็ง นังแฟง ข้าแหย่หน่อยเดียว โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ อีกหน่อยข้าจะไม่พูดด้วย" 
          "ก็ไม่ต้องพูดซะเลยตอนนี้" 
          "แฟง พี่ทัพเขาก็เย้าเล่นๆ จะหน้าหน้าหงิกหน้างอไปทำไม ยิ้มสิ ไม่ดีใจหรือที่แม่กับพี่กลับมา
          เฟื่องปลอบน้อง แฟงกอดพี่สาวด้วยความคิดถึง
 
00000000000000000
 
          สังข์ฟื้นขึ้นมา ขาบบอกให้รีบต้อนชาวบ้านเข้ากรุงก่อน เรื่องทัพค่อยจัดการทีหลัง แต่สังข์แค้นทัพ บอกว่าจะตามล่าทัพให้ได้ก่อน อ้างว่าทัพหนีทัพเป็นขบถ ต้องตามจับตัวให้ถึงที่สุด 
 
          ทัพร่ำลาพัน เพราะจะตามพวกฟักไปในป่า พันท้วง
          "เอ็งจะเข้าป่าไปสมทบพรรคพวกที่เหลือ ก็เท่ากับเป็นชุมนุมโจรนะทัพ ตรองดูให้ดี"
          "เป็นโจรก็ต้องเป็น แต่ฉันจะเป็นโจรที่ปล้นค่ายอังวะเท่านั้น ไม่คิดจะปล้นพี่น้องไทยด้วยกันเหมือนก๊กอื่นหมู่อื่น" 
          ทัพแววตาเคร่งขรึมเมื่อนึกถึงสิ่งที่เห็นผ่านมาตลอด
 
          "ที่ได้ชื่อว่าเป็นโจรเพราะฉันไม่ยอมก้มหัวให้คนเลว แต่ใจรักแผ่นดินเกิดของโจรอย่างฉันก็ไม่ด้อยกว่าทหารกรุงคนไหน ฉันตั้งใจแล้วว่าจะรวมคนกล้าลอบปล้นค่ายอังวะ เอาเสบียงมาคืนพ่อแม่พี่น้องเราที่กำลังอดอยาก มันมาปล้นข่มเหงรังแกเราก่อน ฉันจะปล้นเอาคืนมันให้หนักหนายิ่งกว่า"
 
          ทุกคนมองทัพที่จิตใจอาจหาญ เฟื่องมองคนรักด้วยสายตาเป็นห่วง ในขณะที่แฟงมองชื่นชมทัพเหมือนวีรบุรุษ
 
          ทัพก้มลงกราบแม่ จันทร์แตะหัวลูกอวยพร จวงนั่งมองเป็นห่วงพี่ชาย ทัพสั่งให้จวงดูแลแม่ให้ดี ทัพเข้าไปกอดแม่กับน้องสาวไว้ 
          "ไม่ต้องห่วงฉันนะ แม่ ฉันจะต้องรอดปลอดภัย คุณพระจะต้องคุ้มครองให้ฉันไล่ศัตรูออกไปจากแผ่นดิน" 
          เฟื่องยืนรอทัพอยู่ข้างอ้ายเลา ทัพเดินลงจากเรือน ตรงมาหาเฟื่อง เฟื่องน้ำตาคลอ ทัพเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา 
          "อย่าร้องสิ เฟื่อง เฟื่องต้องอวยชัยให้รอยยิ้มกับพี่"
          "ฉันกลัว พี่ทัพ"
 
          "ไม่ต้องกลัว พี่ ฝีมือดาบเลื่องลือแค่ไหนเฟื่องก็รู้ ไหนจะเรื่องหมัดมวยอีก" 
          "แต่ข้าศึกมีมากมาย ฉันกลัว"
          "จำสัญญาที่ตาล 5 ต้นของเราได้มั้ย ไม่มีใครทำอะไรพี่ได้ดอกเฟื่อง ขอเฟื่องรอเป็นแม่เรือน เป็นแม่ของไอ้ตัวเล็กๆ เป็นยอดชีวิตของพี่เพียงคนเดียว"
          "พี่ทัพต้องรักษาตัว กลับมาหาเฟื่องของพี่คนนี้นะ"
          "จ้ะ เฟื่อง พี่จะกลับมารับเฟื่องตามสัญญา ไม่ว่าจะโดนคมหอกคมดาบบาดเจ็บแค่ไหน พี่ก็จะหาทางกลับมานอนตายซบตักเฟื่องคนนี้คนเดียว"
          "ไม่จ้ะ ไม่พูดอย่างนี้" 
 
          ทัพจูบมือเฟื่องเบาๆ เฟื่องดึงมือออกด้วยความเขินอาย
          "รอพี่นะ เฟื่อง รอพี่คนเดียว"
          "จ้ะ พี่ทัพ พี่ไปไล่ไอ้พวกข้าศึกมันไปให้พ้นแผ่นดินเร็วๆ เถอะ ไม่ต้องพะวงว่าใจฉันจะเปลี่ยน ใจเฟื่องคนนี้จะมีพี่ทัพเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว จนหมดลมหายใจ"
          ทัพมองเฟื่องด้วยสายตาชื่นใจ เฟื่องมองส่งทัพด้วยสายตาสุดรักเช่นกัน
          ทัพควบอ้ายเลามา กำลังจะพ้นเขตบ้านเข้าสู่เขตป่า แฟงโผล่พรวดออกมาจากพุ่มไม้ ขวางหน้าทัพ ทัพดึงอ้ายเลาห
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง