บันเทิง

เล่นหูเล่นตา : ข้างหลังสีหนุ่ม (3)

เล่นหูเล่นตา : ข้างหลังสีหนุ่ม (3)
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เล่นหูเล่นตา : ข้างหลังสีหนุ่ม (3) : บายไลน์...เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
             ภายใต้ความคิด...ความซื่อ...ความไม่หือไม่อือ...เป็นที่ซ่อนอันปลอดภัยของ "พรสวรรค์" ให้มันได้มีเวลาเพาะบ่ม และฟักตัวในร่างอันถึกทนของคนอย่างสีหนุ่ม...แม้แต่ตัวฉันเองก็เดินมาบนเส้นทางเดียวกันเช่นนี้ เป็นทั้งม้านอกสายตาในตอนเริ่มต้นและม้าตีนปลายในตอนจบ สีหนุ่มมันแจ้งเกิดแบบย่นย่อ บนระยะทางสั้นๆ ในเวลาสั้นๆ ที่มีให้พิสูจน์ตัวตนต่อสายตาประชาชนบนเวทีเสียงจริง-ตัวจริง ถึงแม้ประชาชนจะนิยมในตัวหนุ่มมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเก่งกล้าไปกว่าอีก 3 คนที่เหลือทั้งน้องอิมเมจ บอมบ์ และบิว แต่ละคนเก่งกันไปคนละทาง คนที่ประชาชนเลือกจาก "ชอบที่สุด" ไม่ใช่ "เก่งที่สุด" มันขึ้นอยู่กับ "ความชอบ" ของคนส่วนใหญ่ ไม่สามารถเอามาตรฐานส่วนตัวของใครมาวัดได้ว่าใครเก่งกว่าใคร จบก็ให้จบอย่าเร้าหรือกันเลยค่าคุณ เอาเวลาไปล้างถ้วยล้างจาน เลี้ยงลูกเลี้ยงผัว เลี้ยงครอบครัวกัน เที่ยวพักผ่อนช่วงปีใหม่เก็บสะสมเอาความสุขไว้ในใจเยอะๆ ยามความทุกข์ถาโถมเราก็ยังจะได้มีต้นทุนความสุขไว้ต่อสู้กับมัน แต่ก็นั่นแหละ...คนที่ไม่ยอมมีความสุข ก็จะหาแต่เรื่องทุกข์ เรื่องปวดหัว เรื่องขุ่นเคือง เรื่องขัดใจ มาใส่ไว้ในใจ เหมือนคนชอบเก็บขยะเอาไว้ในบ้าน ไม่ปัดกวาด จัดการ จัดระเบียบ เอาขยะ (อคติ ทิฐิ และอัตตา) ออกไปทิ้งให้บ้านโล่ง ตัวใครก็ตัวมันละกันนะคะคุณตำรวจ! ฉันเชื่อว่า...คนเราจะมีความสุขได้ก็ต้องมีต้นทุนความสุขอยู่ในใจอยู่ก่อนแล้วจากการคิดดี ทำดี จะไปไหนดีเลิศประเสริฐเท่าไหร่ถ้าไม่พกความสุขไปจากบ้านก็คงไม่มีความสุขไม่ว่าอยู่ที่ใด... 
 
             ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานี้ เป็นโค้งสุดท้ายที่จะส่งสีหนุ่ม ลูกชายถึกจากเมืองเหนือขึ้นแสดงความสามารถเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจะอ่อนไหวง่ายมาก เอะอะก็ซึ้ง เอะอะก็เศร้า เอะอะก็สงสาร ถามหมอแล้ว หมอบอกว่า คนเป็นไทรอยด์ก็จะมีอาการข้างเคียงแบบนี้ เพราะฮอร์โมนมันผลิตออกมามากไป แต่ถ้าหันไปถามนังนุชนาฎ ผู้ช่วยตัวดีและปากดีของฉัน มันก็จะบอกไปคนละโรคแต่อาการเดียวกันกับหมอว่า "พี่เป็นวัยทอง มันจะเป็นแบบนี้แหละ รุ่นพี่คนอื่นๆ หนูก็เป็น มันไม่หายด้วยนะ มันจะเป็นจนตาย นี่ไงล่ะ คนเขาถึงต้องกินฮอร์โมนเพิ่ม ไม่งั้นก็จะคุ้มดีคุ้มร้าย แบบพี่นี่แหละ" ฟังมันพูด! มันชอบหลอกด่าฉันเวลาถามอะไรมัน แต่ฉันก็ชอบที่มันพูด จะได้คอยบอกตัวเองว่า...
 
"ที่กรูเหวี่ยงนี่ ไม่ใช่ตัวกรูนะ มันเป็นเพราะฮอร์โมนของคนเข้าใกล้วัยทอง" อ้างเลยงี้!
 
"อีหนุ่ม … มึงว่าพี่ดุมั้ย?" ฉันถามหนุ่มตอนนั่งในรถระหว่างพามันกลับที่พัก
 
"ก็มีบ้าง …" มันตอบสั้นๆ ห้วนๆ เหมือนเดิม
 
"แล้วกรูด่ามึงเนี่ย มึงโกรธมั้ย?"
 
             "ไม่โกรธครับ...ผมชินแล้ว" ตอนมันตอบ ฉันเกือบปล่อยก๊าก แต่ต้องเก๊กเดี๋ยวมันไม่กลัว แสงไฟสีเหลืองจากในรถสาดใส่หน้ามันครึ่งหนึ่ง ตอนนั้นมันตัดผมทรงกะลาครอบ  หน้ามันฮามาก ฉันนึกในใจว่า... "นี่กรูกำลังด่าบรรพบุรุษตัวเองอยู่รึเปล่า?... มนุษย์โครมันยองชัดๆ" หน้ามันเหลี่ยมๆ ฟันมันยื่นๆ แล้วอย่าว่าฉันทับถมปมด้อยใครเลยเพราะฉันเองก็หนังหน้าไม่หนีไปจากมันสักเท่าไหร่ แค่มาคนละสาย มันออกมาจาก "ถ้ำ" ส่วนฉันมาจากเทือกเขา "อัลไต" โดยปกติในกลุ่มพวกเราก็มักเอาปมด้อยด้านกายภาพและอนาโตมีมาล้อกันกับทั้ง "โก้ มิสเตอร์แซกแมน"  และ "วงทาเคชิ" ที่สนิทๆ กันเราก็ล้อกันให้ฮากันทั้งกลุ่ม ฉันเองก็โดนพวกมันอำจนหน้าเละเป็นขนมครกตกพื้นตั้งหลายที ใครว่าๆ มันเป็นปมด้อย แต่ฉันว่ามันคือ... "จุดขาย" ของสีหนุ่มมัน ถ้ามันหล่อแบบณเดชน์แล้วมาประกวดฉันว่ามันก็งั้นๆ มันต้องเป็นอะไรที่ขัดแย้งกันมากๆ ระหว่างเสียงกับหน้า แต่ต้องไม่เสแสร้งหรือแกล้งแสดงเพราะอะไรที่ไม่ใช่ธรรมชาติเดี๋ยวคนเขาก็จับได้เอง... จึงฝากไปยังทุกท่านที่คิดจะเข้าประกวดเสียงจริง ตัวจริง ในปีหน้า แต่ละปีที่ผ่านมา 3 ปีแล้วเราต่างก็ได้เรียนรู้ ตัวจริง-ตัวปลอมของผู้เข้ารอบทุกคน (จนเพลีย!) สามารถแยกแยะอะไรจริงอะไรปลอมได้ ดังนั้น... อย่าเฟค... พี่ขอร้อง!... เวลาล้อสีหนุ่ม มันจะทำตาปริบๆ แล้วค่อยฮาตาม บอกแล้วไงว่า "หัวมันช้า..." กว่าจะฮาจะใช้เวลาแปลงสัญญาณอนาล็อกไปเป็นดิจิทัล จะกินเวลานานกว่าคนอื่น
 
             "ฟันซี่หน้า ตอนแรกมึงบอกว่าอยากจะดัดฟัน มึงจะไปดัดจริงๆ เหรอ?"
 
             "มะ... มะ... ไม่... ไม่เอาดีกว่าครับ... เก็บเอาไว้เป็นเอกลักษณ์" มันเริ่มมั่นใจในความเป็นธรรมชาติของตัวเอง ถ้าเรายอมรับและให้ความสำคัญกับ "จุดด้อย" มองเห็นด้านดีของมันและรู้จักใช้มันให้เป็นประโยชน์ มันจะกลายเป็น "จุดเด่น"
 
             ย้อนกลับมาในช่วงที่ฉันยืนยันไม่เปลี่ยนเพลง "หลงตัวเอง" ด้วยความหวังดีของ "ชัช" (มิวสิคไดเร็คเตอร์) ที่กลัวจะโดนถล่มด่า ขอกราบเรียนให้ทราบโดยทั่วหน้าว่า... ฉันไม่ใช่คนเก่ง ไม่ได้วิเศษมาจากไหน ไม่มั่นใจอย่างที่เห็น แต่ฉันไม่ใช่คนที่จะปล่อยตัวเองให้ไหลไปตามอคติและอารมณ์ของผู้คน เมื่อฉันตั้งใจทำงานเพื่อให้คนดูมีความสุข ฉันจำเป็นต้องมองเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปอาจมองไม่เห็นหรือมองข้าม ต่อให้ใครไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วย ฉันก็ต้องทำให้จบแล้วคนดูจะเข้าใจเจตนาที่ฉันมี
 
             "เสื้อผ้าเอาไงล่ะ ข้าวตู พี่สิทธิ์ (ห้องเสื้อ 27 friday ผู้ดูแลรับผิดชอบการแต่งกายทั้งหมด) เขาถามมาแล้ว ว่าอยากได้ยังไง?" ฉันปรึกษากับ "ข้าวตู" ช่างแต่งหน้าประจำตัว ในที่สุดก็ออกมาอย่างที่เห็น โดยพี่สิทธิ์ช่วยปรับแต่งให้จนลงตัว ข้าวตูอยากให้แต่งแบบณเดชน์ กางเกงเต่อๆ สีแสบๆ ดูเก๋ๆ ใส่รองเท้าหัวยาวๆ ไม่ใส่ถุงเท้า แต่ประเด็นคือหน้าของสีหนุ่มเรา ที่เป็นทั้งอุปสรรคและจุดขาย จะให้ไว้ทรงเดิมก็จะดูไม่มีอะไร
 
             "เดี๋ยวขอคิดก่อนพี่ หนูเอาแฮร์พีช (ผมหน้าม้าปลอม) มาเตรียมไว้แล้ว ขอดูตีนผมหนุ่มก่อน" พอถึงวันแข่ง ฉันเรียกหนุ่มเข้ามาในห้องแต่งตัวโค้ช อ.เอก (วีรภพ ดำทองสุก) ช่างผมประจำของฉันยืนอยู่ข้างๆ หลังจากทำผมฉันเสร็จแล้ว เรียกหนุ่มมมาหวีผมลงแล้วใช้กรรไกรตัดโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เพราะคุยกับหนุ่มไว้แล้วตั้งแต่แรก ว่าถ้าตัดก็ตัดเลย หนุ่มบอกคำเดียว "ได้ครับ" ตัดเสร็จใหม่ๆ พวกเราหัวเราะงอหายกันทั้งห้อง โดยเฉพาะน้องจอย รินลณี นางเอ็นดูหนุ่มอยู่แล้วแต่แรก
 
             "ไหนยิ้มซิ... ไหนทำหล่อซิ" หนุ่มทำตามอย่างว่าง่ายและอารมณ์ดี ทำหล่อคือ กางนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ออกวางไว้ใต้คางแล้วยิ้ม หนุ่มมันเป็นคนมีเสน่ห์แบบมึนๆ ทำกี่ทีก็ขำ ตอนซ้อมร้องเพลง อ.ต๋อง บอกให้มันทำเสียงให้หล่อๆ หน่อย แปลว่า "ออกเสียงเพราะๆ" แต่มันทำเสียงพากย์แบบ "อาฉี" เสียงหล่อ ถึงรู้ว่า... มันเป็นคนกวนตรีนคนหนึ่ง แต่มันไม่ตั้งใจจะกวน มันก็แค่ทำตามอย่างที่มันคิด
 
             ฉันกอดลูกทีมทั้ง 4 คนแล้วบอกให้ทำให้เต็มที่ อย่าพกความคาดหวังขึ้นเวที ให้ทำเป็นลืมๆ ไปก่อนเพราะเราจะกังวลจนแสดงออกทางสีหน้าและสายตาโดยไม่รู้ตัว... พอถึงตาไอ้หนุ่ม ฉันบอกมันว่า
 
             "มึงต้องทำให้ดีที่สุดนะหนุ่ม... มึงไม่ชนะหรอก แต่มึงจะเป็นที่รักของคนดูทั่วประเทศ แล้วจะได้ออกไปหากินข้างนอกได้นานๆ..." มันพยักหน้าหงึกๆ... ดูไม่ตื่นเต้นไม่กังวลเหมือนคนอื่น
 
 
 
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง