บันเทิง

พรมแดนของโลกมายา - รำลึก 20 ปี ซีเนม่า พาราดิโซ่

พรมแดนของโลกมายา - รำลึก 20 ปี ซีเนม่า พาราดิโซ่

10 ก.ค. 2552

Cinema Paradiso ภาพยนตร์โดย Giuseppe Tornatore ดนตรีประกอบโดย Ennio Morricone กลับมาอีกครั้งในรูปแบบดีวีดี และวีซีดี เพื่อเตือนความทรงจำของคนรักหนังเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ร่องรอยวัฒนธรรมของคนในยุคสมัยหลังสงครามโลก คงมีน้อยคนที่ดูหนังเรื่องนี้รอ

  เรื่องราวการรำลึกย้อนอดีตมิตรภาพของคนต่างวัย สะท้อนผ่านวิถีวัฒนธรรมในโรงหนังพาราดิโซ่แหล่งบันเทิงเพียงแห่งเดียวของคนเมืองเล็ก กัลเกียโด ในอิตาลี ภาพชีวิตทางวัฒนธรรมในหนังอาจมีตัวตนจริงโลดแล่นผ่านความทรงจำของคนร่วมโลก ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เก็บความงดงามนั้นไว้ในความทรงจำ

 ซัลวาตอเร่ ชายวัยกลางคนผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต เห็นได้จากคฤหาสน์หรูกับชีวิตแวดล้อม หลังทราบข่าวการเสียชีวิตของคนที่เขาเคยมีความผูกพัน ความรำลึกย้อนหลังผุดขึ้นมา นั่นคือ เรื่องราวของตัวเขากับ อัลเฟรโด้ คนฉายหนังในโรงหนังพาราดิโซ่ ทั้งสองคนรู้จักกันโดยผ่านบาทหลวงผู้มีบทบาทเซ็นเซอร์หนังฉากที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม โดยเฉพาะฉากจูบ

 การตัดฟิล์มหนังของลุงอัลเฟรโด้นำชีวิตของพวกเขามาผูกพันกัน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ลุงอัลเฟรโด้เรียกเด็กน้อยว่า โตโต้ วัยของเขาน่าจะประมาณประถมต้น อาศัยอยู่กับแม่และน้องสาว พ่อไปราชการสงครามไม่รู้ชะตากรรมและข่าวคราว ครั้งหนึ่งที่โตโต้ลืมตัวด้วยความอยากดูหนัง เขาเอาเงินที่แม่ใช้ไปซื้อนมให้น้องมาซื้อตั๋วหนัง ถูกแม่ทำโทษแต่ด้วยความเมตตาของลุง ใช้ความเมตตาและปัญญาช่วยไว้ได้

 โตโต้ใช้ความพยายามไม่น้อยหาโอกาสเข้าถึงอัลเฟรโด้และห้องฉายหนังของเขา เมื่อวันนั้นมาถึง ลุงไม่วายให้ข้อเตือนใจเขาว่า มันเป็นงานที่น่าเบื่อ ไม่มีวันหยุด ต้องทำงานหนักทุกวัน มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ทำงานนี้ได้ แต่เขาก็ภูมิใจที่ทำให้คนมีความสุข ด้วยพรสวรรค์และความตั้งใจลุงก็ถ่ายทอดการฉายหนังให้

 หลังจากเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ แม้โตโต้จะเข้ามาช่วยชีวิตอัลเฟรโด้ไว้ได้ แต่ลุงตาบอดทำงานต่อไม่ได้ ชะตากรรมผกผันให้เด็กน้อยทำหน้าที่แทน

 พาราดิโซ่ยุคใหม่มาพร้อมกับเสรีภาพที่เปิดกว้างขึ้น เทคโนโลยีใหม่ ฟิล์มไม่ติดไฟ การแข่งขันรีบเร่ง หนังเรื่องหนึ่งวิ่งรอกฉาย 2 โรง จนเด็กน้อยบ่นกับลุงว่าอยากจะเลิกเรียน ลุงแย้งว่าไม่ได้นี่ไม่ใช่งานที่แท้จริง วันหนึ่งเราจะก้าวข้ามมันเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า วัยหนุ่มของโตโต้เขาเริ่มเล่นกล้องถ่ายหนัง กล้องนำความรักมาสู่เขา ลุงอัลเฟรโด้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาปลอบใจอย่างใกล้ชิด ฉากที่โตโต้ไปยืนรอคำตอบจากสาวน้อยเอเลน่า เอาอย่างนิทานที่ลุงเล่าให้ฟัง บางคนชอบฉากรักกลางสายฝนที่โรงหนังหนังกลางแปลงริมคลอง

 สำหรับผมชอบฉากที่พวกเขาพูดคุยกันชายทะเล คำพูดของลุงความว่า “ต่างคนต่างก็มีโชคชะตาของตนเอง ถ้าเธออยู่ที่นี่จะคิดว่ามันเป็นศูนย์กลางของโลก...ชีวิตจริงไม่เหมือนในหนัง อย่ากลับมาอย่ายอมแพ้ต่อการคิดถึงบ้าน กลับบ้านมางานศพลุงครั้งนี้ ธุรกิจโรงหนังกลายเป็นแค่ความทรงจำ เขาร่วมกับคนในเมืองยืนไว้อาลัยพาราดิโซ่ถูกระเบิดทิ้ง

 ในฉากจบเขาได้ดูหนังที่ลุงเก็บรักษาไว้ให้ มันเป็นฟิล์มที่เคยถูกตัดเติมเต็มสิ่งที่เคยหายไปอย่างมีความสุข

"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"