บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:'ไม่... แน่นอน'

ขบคิดขีดเขียน:'ไม่... แน่นอน'

30 ธ.ค. 2557

'ไม่... แน่นอน' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
 
          ใกล้จะหมดไปอีกปีแล้วค่ะ ได้ลองมองย้อนกลับมาเช็กดูตัวเองบ้างไหมคะว่า อะไรๆ ที่เราได้ตั้งใจไว้ว่าจะทำให้สำเร็จตั้งแต่เมื่อต้นปีนั้น เราได้ลงมือทำมันบ้างหรือยัง? หญิงยศลองมองย้อนกลับไปดูตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ก็พบว่าเป็นปีที่หญิงยศได้ต่อสู้กับความเยอะของคนมาตลอดทั้งปี เรียกว่าต้องรับมือกับความไม่แน่นอนของอารมณ์ของคนแทบจะทุกเดือนเลยทีเดียว... บางคนก็กลับมาพูดคุยคบหากันได้ บางคนก็ต้องจากลากันไป บางคนห่างๆ ออกไป บางคนก็วนกลับมา และบางคนมองหน้ากันไม่ค่อยจะติดดี ถามว่าเสียใจหรือใจหายบ้างไหม ก็คงมีบ้างในช่วงแรกๆ แต่พอมันผ่านไปสักช่วงเวลาหนึ่งแล้วนั้น เราก็เริ่มเห็นแสงสว่างจากปัญหา แล้วก็ดำเนินชีวิตของเราต่อไปได้ ไม่ว่าจะมีคนอยู่ข้างๆ เราหรือไม่ก็ตาม...
 
          สิ่งหนึ่งที่หญิงยศได้เรียนรู้จากปีที่กำลังจะผ่านไปอย่างชัดเจนที่สุดก็คือ “ความแน่นอนที่สุดก็คือความไม่แน่นอน” เชื่อว่าเกือบทุกคนคงเคยได้ยินคำพูดกันมาบ้างอยู่แล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจแก่นแท้ของคำพูดธรรมดาที่แสนจะไม่ธรรมดาคำนี้บ้าง อย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้นกับคุณทันทีที่คุณเข้าใจแก่นแท้ของคำพูดนี้ก็คือ... คุณจะไม่ประมาท ไม่ใช่แค่เราจะไม่ประมาทกับความทุกข์นะคะ เราจะไม่ประมาทกับความสุขด้วยเช่นเดียวกัน แต่เราจะเริ่มมองทุกอย่างทั้งสุขและทุกข์เป็นเรื่องเดียวกัน ไม่มีความแตกต่าง ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทั้งทุกข์และสุขนั้นไม่แน่นอน ความไม่แน่นอนนั้นคือจริงแท้ที่สุด อย่ายึดทุกข์ อย่าติดสุข อย่าคาดหวังว่าเพื่อนที่พูดดีกับเราในวันนี้ จะไม่มีวันไปพูดนินทาเราลับหลัง อย่ายึดติดว่าแฟนที่รักเราเหลือเกินในวันนี้ จะไม่มีวันนอกใจเรา อย่าประมาทว่าเงินมากมายที่มีอยู่ก่ายกองนี้ จะไม่มีวันหมด ถ้าเราเริ่มต้นวางใจและคิดว่าสิ่งใดนั้นจะแน่นอน เมื่อนั้นเราจะหยุดดูแลหรือพัฒนา

          ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น เรื่องของ “ความรัก” ถ้าเมื่อไหร่ที่เราไว้ใจว่าความรักที่เรามีนั้น มันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เราคิดว่านี่คือการจบบริบูรณ์ เมื่อนั้นเราจะทำให้ความรักกลายเป็นคำนามในทันที นั่นคือเราจะพูดบอกรักไปด้วยความเคยชิน ทำทุกอย่างให้กันอย่างเป็นหน้าที่ ความรักเป็นคำนาม แต่ไม่ได้เป็นคำกริยา... อาจารย์ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ศาสนาจารย์ที่ประกอบพิธีทางคริสต์ให้หญิงยศและสามีได้เคยสอนเราทั้งคู่ไว้ว่า คำว่ารักนั้น อย่าปล่อยให้มันเป็นคำนาม จงทำให้มันเป็นกิริยา และอย่าหยุดแสดงความรัก อย่าหยุดดูแลกัน จงคิดไว้เสมอว่าการดูแลคู่ชีวิตของเราคืองานหลักของเรา อย่าเอาแต่พูดและคิดว่าอีกฝ่าย ”ต้อง” รับรู้ถึงความรักของเรา

          ทฤษฎีนี้หญิงยศค้นพบว่ามันไม่ได้ใช้กับคู่ชีวิตเท่านั้นนะคะ มันใช้ได้กับทุกคนที่สำคัญกับเรา ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนหรือใครก็ตาม คนเราทุกวันนี้ออกเดินทางตามล่าหาความรัก และจะทำทุกอย่างให้ความรักที่ยังไม่แน่นอน กลายมาเป็นความแน่นอนให้ได้ เราย้ายภูเขาได้ เราลุยไฟได้ เราทำอะไรก็ได้เพื่อให้ได้ความรักที่แน่นอนนั้นมา แต่ทันทีที่ความรักนั้นมันชัดเจนและแน่นอน เราจะเอามันไปไว้เป็นเรื่องท้ายๆ ในลิสต์ชีวิตของเราทันที การดูแลเอาใจใส่ และการรักษาความรู้สึกกันเพื่อให้ความรักยืนยาวนั้นเป็นกระบวนการที่แสนจะละเอียดอ่อน เพราะความรู้สึกของคนนั้นมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ และหากวันไหนมันหมดไป ความแน่นอนที่เราเคยไว้วางใจว่ามันได้จบบริบูรณ์ไปแล้ว มันจะกลับดิ้นพราดขึ้นมาใหม่ และเราก็คงไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นอีก
 
          ถ้าหากมีสิ่งหนึ่งที่หญิงยศได้เรียนรู้จากปีนี้ และเป็นสิ่งที่หญิงยศจะเก็บใส่กระเป๋าแล้วเอาติดตัวไปด้วยในการเดินทางของปีหน้าที่กำลังจะมาถึง ก็คงจะเป็น “ความไม่ประมาท” นี่แหละค่ะ ไม่ประมาทในอารมณ์ของตัวเอง ไม่รัก ไม่โกรธ ไม่เกลียด วางเฉยและทรงอารมณ์ตัวเองให้ดี เพราะสุดท้ายไม่มีอะไรที่เป็นความแน่นอนในชีวิต หากคุณรักใครในวันนี้ จงให้ความสำคัญกับเขา อย่าผัดผ่อน หากคุณเกลียดใครในวันนี้ จงให้อภัยเขาให้เร็ว หากคุณทุกข์เหลือเกินในวันนี้ จงเรียนรู้จากมัน หากคุณสุขล้นในวันนี้ จงเข้าใจและปล่อยมันไป 
 
          ขอให้เรื่องร้ายๆ ที่ผ่านไปเป็นบทเรียน ขอให้เรื่องดีๆ เป็นกำลังใจ ขอให้ทุกคนตั้งอยู่ในความไม่ประมาท บอกรักให้เร็ว หายโกรธให้เร็ว ให้อภัยให้เร็ว ทั้งกับผู้อื่นและกับตัวคุณเองด้วย.... ส่งท้ายปีเก่ากันไป สวัสดีปีใหม่ทุกๆ ท่านค่ะ
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ไม่... แน่นอน' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)