
'เตะแหลกแล้วแหกค่าย'
"เตะแหลกแล้วแหกค่าย" : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ภาพยนตร์กล่าวถึงการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตร ระหว่างทีมเยอรมัน กับทีมรวมนักฟุตบอลชาติยุโรป ที่ตกเป็นเชลยอยู่ในค่ายกักกัน ในตินแดนยึดครองของนาซีเยอรมัน โดยระหว่างการแข่งขันฝ่ายเยอรมันได้เปรียบฝ่ายพันธมิตรอย่างมาก ทั้งจากการเล่นตุกติก และจากความช่วยเหลือของกรรมการ จนทำให้มีคะแนนนำในครึ่งแรกถึง 4-1
ในระหว่างพักครึ่ง โดยความช่วยเหลือจากสายลับ ที่วางแผนล่วงหน้าโดยการขุดอุโมงค์ใต้ดินจนมาถึงห้องพักนักกีฬา นักฟุตบอลทั้งทีมมีโอกาสที่จะหลบหนี แต่แล้วทั้งทีมก็ตัดสินใจที่จะลงไปเล่นต่อในครึ่งหลัง เพื่อที่จะลงไปเล่นต่อให้จบเกมอย่างสมศักดิ์ศรี แทนที่จะหนีไปโดยที่ผลคะแนนในเกมเป็นฝ่ายแพ้อยู่
ก่อนจะหมดเวลา เปเล่ได้ขอลงเล่นทั้งที่มีอาการบาดเจ็บ และยิงประตูตีเสมอ 4-4 ให้ทีมรวมนักฟุตบอลได้ และยิงประตูชัยชนะ 5-4 ด้วยท่าจักรยานอากาศ แต่ผู้ตัดสินประกาศให้เป็นลูกล้ำหน้า ท่ามกลางเสียงโห่ร้องคัดค้านของผู้ชมทั้งสนาม
ช่วงสุดท้ายของเกม ทีมเยอรมันมีโอกาสได้ชัยชนะจากการยิงลูกโทษ แต่ผู้รักษาประตูรับไว้ได้ ผลการเล่นเสมอกัน 4-4 แต่ผู้ชมทั้งสนามโห่ร้องด้วยความยินดี (เนื่องจากถือว่า ประตูที่กรรมการตัดสินไม่ให้ประตูนั้น เป็นลูกที่ได้ประตู และถือว่าเยอรมันเป็นฝ่ายแพ้ 4-5) ผู้ชมวิ่งฮือลงไปจนเต็มสนาม และอาศัยความชุลมุนช่วยกันพรางตัวให้นักฟุตบอลทีมรวม เปลี่ยนเสื้อผ้าและหลบหนีไปได้ในที่สุด
โครงเรื่อง (แก้) บทภาพยนตร์เรื่องนี้ ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ฮังการี ที่ออกฉายในปี ค.ศ.1962 เรื่อง K?t f?lid? a pokolban ("Two half-times in Hell") ซึ่งดัดแปลงมาจากเรื่องจริงที่เกิดกับทีมฟุตบอล ดินาโมเคียฟ ทีมอันดับหนึ่งของยูเครน ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กับการแข่งขันนัดที่เรียกว่า "นัดแห่งความตาย" (The Death Match) เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1942 (1) ขณะนั้นนาซีเยอรมันยึดครองรัสเซีย และจัดการแข่งขันโดยสั่งให้ทีมดินาโมเคียฟยอมแพ้แก่ทีมเยอรมัน แต่นักฟุตบอลเลือกที่จะสู้อย่างเต็มที่ จนชนะ 5-3 และชนะ 8-0 ในการแข่งขันซ้ำในสัปดาห์ถัดมา
หลังการแข่งขัน นักฟุตบอลทีมดินาโมเคียฟถูกส่งเข้าค่ายกักกัน และทรมานจนเสียชีวิตเกือบทั้งทีม (2)
การตอบรับ(แก้)ภาพยนตร์ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี เนื่องจากออกฉายในช่วงก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 1982 ที่ประเทศสเปน ซึ่งจัดการแข่งขันในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม พ.ศ.2525 โดยนักเตะที่ร่วมแสดงในเรื่องมี 3 คน ที่เคยร่วมทีมชาติที่ได้แชมป์โลก คือ บอบบี มัวร์ (อังกฤษ, แชมป์ฟุตบอลโลก 1966), เปเล่ (บราซิล, แชมป์ฟุตบอลโลก 1958, 1962, 1970) และออสวัลโด อาร์ดิเลส (อาร์เจนตินา แชมป์ฟุตบอลโลก 1978) นอกจากนี้ยังมี คาซิมีร์ซ เดย์นา (โปแลนด์, ที่ 3 ฟุตบอลโลก 1974)
.......................................
(หมายเหตุ "เตะแหลกแล้วแหกค่าย" : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



