บันเทิง

หนังโรงเล็ก:'5 หนังเยี่ยมแห่งปี!'

หนังโรงเล็ก:'5 หนังเยี่ยมแห่งปี!'

26 ธ.ค. 2557

'5 หนังเยี่ยมแห่งปี!' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
          หาก บารัก โอบามา ไปเยี่ยมเยียนสตูดิโอ และจะมีผลทางอ้อมต่อการมาถึงของ “หนังคนดำ” ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์อยู่บ้าง เราก็พอจะอนุมานได้ว่า ในยุคของ โรนัลด์ เรแกน นั้น หนังที่เกี่ยวกับ Propaganda ผ่านสินค้า Nationalistic ก็คงจะมีอยู่ไม่น้อยในห้วง ”สงครามเย็น”
 
          นี่ก็หมายความว่า ถ้าเอาวิธีคิดแบบนี้เป็น “ตัวตั้ง” เราก็พอจะเห็นหนังฮอลลีวู้ดในยุคหน้าที่อาจจะมีเรื่องราวของผู้หญิงมากเป็นพิเศษ หากว่า ฮิลลารี คลินตัน ได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป
 
          จะหนังคนดำหรือหนังผู้หญิง ล้วนเคยติดอันดับหนังเยี่ยมมาหลายปี ยกเว้นปี 2014 ที่หนังไทยและหนังเทศควงแขนกันห่วยแตกหลายเรื่อง จนอาจจะบอกได้ว่าเป็น 12 เดือนที่มีหนังคุณภาพให้จดจำน้อยมาก
 
          เมื่อชายตามองย้อนหลังกลับไปในเดือนมกราคม นี่คือ 10 หนังเยี่ยมที่เคยดูในโรงบ้านเรา โดยส่วนหนึ่งมาจากการชมในเทศกาลหนัง
 ถือเป็นการสรุป “หนังแห่งปี” สำหรับ “กรุงเทพธุรกิจ” และ “คมชัดลึก” ร่วมกัน ด้วยงานคุณภาพใน 12 เดือนที่ผ่านมา
 ...............................
1.The Lodger
          ส่วนผสมลงตัวทั้ง 3 อย่างของเทคนิค Montage, การรู้จักใช้ Trapped Situation อย่างเหมาะสม รวมทั้ง “เล่น” กับสิ่งที่เรียกว่า Voyeur (อาการถ้ำมองของมนุษย์) ในหนัง The Lodger ทำให้ผมเลือกหนังเรื่องนี้ของ อัลเฟรด ฮิทช์ค็อก ให้เป็นหนังยอดเยี่ยมแห่งปีในเบอร์ต้นๆ การได้ดู Silent Film Festival นับว่าสนุกสนานแล้ว แต่การดูชม The Lodger ที่สกาล่าในวันที่เวลาผ่านไปเกือบ 100 ปีของหนังและพบว่า มันยังมีพลังมหาศาลเล่นงานเรานั้น ไม่ค่อยพบในประสบการณ์ดูหนังบ่อยๆ น่าเสียดายที่ The Lodger ฉายเพียง “รอบเดียว” ที่สกาล่า และบัตรราคา 500 บาทของมัน หมดลงอย่างรวดเร็ว (แต่ผมไปดักซื้อก่อนล่วงหน้า 2 วัน)
 
2.The Grand Budapest Hotel
          สำหรับคนดูทั่วไป นี่อาจเป็นงานที่ต้องดูมากกว่า “หนึ่งครั้ง” เพื่อจะพบความลึกล้ำในหนัง The Grand Budapest Hotel มิเพียงโดดเด่นแค่ไอเดีย พล็อต การแสดง และโปรดักชั่นดีไซน์ แต่มันทั้งล่อทั้งปลอบคนดูที่นั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์ ด้วยเทคนิคที่หลายคนมองข้าม ยิ่งไปกว่านั้น..มันยังกลับไปยืนยัน เน้นย้ำกับเราว่า หนังที่เป็นหนังจริงๆ นั้น จะต้องดูในโรงหนัง แม้ว่าในส่วนของดีวีดี มันก็ยังสุดยอด จนกลายเป็นหนังขายดียอดบี้กับ Before Midnight และ Begin Again ก็ตาม
 
3.Captain Phillips 
          หลายๆคนบ่นว่า หนังเรื่องนี้ดูแล้วเครียดทั้งเรื่อง แต่ผมคิดว่านืคือตัวอย่างของงานที่เรียกว่า “ความบันเทิง” ทางสมองอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาท็อปฟอร์มของ ทอม แฮงค์ อีกครั้ง การวิพากษ์วิจารณ์ปลาเล็กกับพวก capital ที่มาในภาพของฝ่ายรัฐ ที่สำคัญการเล่นกับสถานการณ์ที่จำกัดพื้นที่เป็นเวลานานๆ ในท้องทะเลและเรือ ที่สุด เราได้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างความหมายของคำว่า Captain ! 
 
4.12 Years A Slave 
          ถ้าเป็น “สิ่งของ” ผมคิดว่าสินค้าชิ้นนี้ มีร่องรอยตำหนิอยู่อย่างเดียว นั่นคือตอนจบของเรื่อง (โดยเฉพาะการปรากฏตัวของ แบรด พิทท์ ในหนัง) แต่แม้หนังจะมีสัดส่วนของการเป็น melodramatic อย่างชัดเจนไปบ้าง แต่ 12 Years A Slave เป็นหนังที่ “เกี่ยวกับคนดำ” ที่ซื่อสัตย์ ซื่อใสและไม่ดัดจริต แบบหนังผิวสีหลายเรื่องจากโรงงานฮอลลีวู้ด ผมไม่ได้เชียร์ให้ 12 Years A Slave ได้ออสการ์ แต่คิดว่ามันไม่น่ากระอักกระอ่วน เมื่อออสการ์จะมีหนังเรื่องนี้ ยืนถือถ้วยรางวัล
 
5.Dallas Buyers Club
          การยืนแลกหมัดของคนตัวเล็ก ที่น็อกระบบใหญ่ของความคิดความเชื่อที่ทำกันมานาน ที่สำคัญ ทุกอย่างของหนังเรื่องนี้ เดินเรื่องนอกสูตรหมด ไม่ใช่แค่เรื่องของ “คนแพ้” ในแบบแนวทาง underdog 
 
.......................................
(หมายเหตุ '5 หนังเยี่ยมแห่งปี!' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)