
ประมวลภาพ!!พิธีศพ"ไมเคิล แจ็กสัน"
แฟนเพลงทั่วโลกอาลัย "ไมเคิล แจ็กสัน" ขณะที่พี่น้อง ครอบครัว รวมถึงคนดังร่วมพิธีที่สเตเปิ้ลส์ เซ็นเตอร์ ในลอสแองเจลิสคับคั่ง ศิลปินขับกล่อมบทเพลงสลับกับการกล่าวไว้อาลัย "ปารีส แจ็กสัน" ลูกสาวร่ำไห้กล่าวบนเวที "พ่อคือพ่อที่ดีที่สุด"
แฟนเพลงร่วม 2 หมื่นคนภายในสนามกีฬาสเตเปิ้ลส์ เซ็นเตอร์ ในเมืองลอสแองเจลิส และอีกหลายล้านคนตามเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐ และประเทศต่างๆ ทั่วโลก ร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ให้แก่ ไมเคิล แจ็กสัน ราชาเพลงป๊อป ที่เสียชีวิตในวัย 50 ปี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา
พิธีศพอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สุสานฟอร์เรสต์ ลอว์น ในฮอลลีวู้ด ฮิลล์ ไม่ไกลจากลอสแองเจลิส โดยที่นี่เป็นพิธีแบบส่วนตัวระหว่างหมู่สมาชิกในครอบครัวและเพื่อนสนิท จากนั้นราว 1 ชั่วโมง โลงศพทำด้วยบรอนซ์เคลือบสีทอง 14 กะรัต ของแจ็กสันมูลค่า 2.5 หมื่นดอลลาร์ และด้านบนประดับด้วยช่อดอกไม้สีแดงช่อใหญ่ ได้ถูกนำขึ้นรถแวนสีดำ เพื่อนำมายังสนามกีฬาในลองแองเจลิส เพื่อให้แฟนเพลงได้ร่วมไว้อาลัยเขาเป็นครั้งสุดท้าย
ที่นี่นอกจากสมาชิกครอบครัวแจ็กสันและแฟนเพลงทั่วไปแล้ว อัชเชอร์, บรู๊ค ชีลด์, แลร์รี่ คิง, โคบี้ ไบรอัน, เมจิค จอห์นสัน, ดิออนนี่ วอร์วิค, สาธุคุณ เจสซี่ แจ็กสัน, เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน และคนดังในแวดวงบันเทิง กีฬา และอื่นๆ ก็มาร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง ขณะที่ด้านนอกสนามกีฬา ก็มีแฟนเพลงที่ไม่ได้รับบัตรเข้าร่วมงานจำนวนมาก ที่เดินทางมาจากทั้งใกล้และไกล รวมทั้งจากต่างประเทศ ก็พยายามมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพิธีนี้ด้วย
ศพของแจ็กสันใช้เวลาเดินทางจากสุสานถึงสนามกีฬาสเตเปิ้ลส์ เซ็นเตอร์ ราว 1 ชั่วโมง โดยมาถึงสนามกีฬาในเวลาราว 4 โมงเช้า หรือเที่ยงคืนตามเวลาในไทย และอีกครึ่งชั่วโมงต่อจากนั้นโลงศพของแจ็กสันก็ถูกนำมาวางไว้ที่หน้าเวทีท่ามกลางการร้องเพลงของคณะนักร้องประสานเสียงประจำโบสถ์ ตามมาด้วยพิธีกล่าวไว้อาลัย สลับการร้องเพลงของคนดังในวงการ อย่างมารายห์ แครี่,บรู๊ค ชีลด์, ควีน ลาติฟาห์, ไลโอเน ริชชี่, สตีวี วันเดอร์ จอห์น เมเยอร์ และ ชาฮีน จาฟาร์กอห์ลี หนูน้อยจากเวที Britain's Got Talent ที่ไมเคิลต้องการเชิญมาเป็นแขกร่วมแจมกับเขาบนเวทีคอนเสิร์ตที่กำลังจะจัดขึ้นที่โอทูนี้ด้วย และคนอื่นๆ รวมทั้งวิดีโอคลิปของแจ็กสัน และการร้องเพลงของพี่น้องตระกูลแจ็กสัน ที่มาในถุงมือข้างเดียว อันเป็นสัญลักษณ์ของไมเคิล แจ็กสัน
ทั้งนี้ พรินซ์ ไมเคิล, ปารีส แคทเธอรีน แจ็กสัน และพรินซ์ ไมเคิลที่ 2 ลูกทั้งสามของไมเคิล ต่างนั่งอยู่ในที่นั่งแถวหน้าสุดเคียงข้างแคเธอรีน ย่าผู้เป็นคนรับหน้าที่ดูแลหลานๆ ต่อหลังการเสียชีวิตของลูกชาย ซึ่งระหว่างที่เหล่าคนดังต่างขึ้นกล่าวคำไว้อาลัย ปารีสได้แต่ซบที่ไหล่ของแคเธอรีนขณะนั่งฟัง
งานไว้อาลัยดังกล่าวเริ่มที่สโมคกี โรบินสัน ขึ้นกล่าวคำไว้อาลัยเป็นคนแรกพร้อมอ่านคำไว้อาลัยของเนลสัน แมนดาลา และ ไดอานา รอสส์ด้วย โดยมีมารายห์ แครี่ นักร้องสาวชื่อดังตามขึ้นมาร้องเพลง I'll be there ก่อนที่พิธีครั้งนี้จะเดินทางมาถึงตอนสำคัญที่สมาชิกในครอบครัวขึ้นกล่าวไว้อาลัยร่วมกัน โดยหนึ่งในนั้นรวมถึงลูกๆ ของไมเคิล ที่สำหรับแฟนๆ แล้วเขาอาจเป็นฮีโร่ในใจใครหลายๆ คน แต่สำหรับลูกๆ แล้วไมเคิลคือ "พ่อที่ดีที่สุด"
อย่างไรก็ตาม นับเป็นการปรากฏตัวอย่างเปิดเผยท่ามกลางสื่อจำนวนมากเป็นครั้งแรกสำหรับลูกๆ ทั้งสามคนของไมเคิล แจ็กสัน ที่ร่วมไว้อาลัยให้แก่พ่อเป็นครั้งสุดท้ายหลังจากที่ผ่านมาทั้งหมดต้องซ่อนตัวอยู่ภายใต้หน้ากากเกือบจะทุกครั้งที่เดินทางออกนอกบ้าน งานนี้การขึ้นกล่าวไว้อาลัยของปารีส ลูกสาวคนรองทำเอาผู้คนทั้งสนามกีฬาสถานที่จัดงานนั่งฟังกันเงียบกริบ โดยเธอกล่าวถึงพ่อผู้ล่วงลับพร้อมน้ำตาเป็นครั้งสุดท้ายว่า "หนูแค่อยากบอกว่า...ตั้งแต่ที่หนูเกิดมา...พ่อคือพ่อที่ดีที่สุดที่คุณจินตนาการไว้เลย และหนูแค่อยากบอกว่า 'หนูรักพ่อมากค่ะ'" จากนั้นได้นำหีบศพของไมเคิลออกจากสเตเปิ้ลส์ ?เซ็นเตอร์ รวมเวลาพิธีไว้อาลัยทั้งสิ้น 3 ชั่วโมงเต็ม
ในส่วนของบรรดาแฟนเพลงในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย ต่างก็เตรียมนอนดึก เพื่อดูการถ่ายทอดสด และร่วมในงานรำลึกถึงแจ็กสันในประเทศของพวกเขาที่จัดควบคู่กันไปด้วยกับงานที่ลอสแองเจลิส โดยสถานีโทรทัศน์ในหลายประเทศ ต่างก็ตัดการออกอากาศภาคปกติแและแทนที่ด้วยการถ่ายทอดสดจากสนามกีฬาสเตเปิ้ลส์ เซ็นเตอร์
บรรยากาศที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ พิธีหลักจัดขึ้นที่โอทู อารีน่า ซึ่งแจ็กสันมีแผนจะเปิดคอนเสิร์ต 50 รอบ ที่แต่เดิมจะเริ่มในสัปดาห์หน้า ส่วนที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี แฟนเพลงจัดพิธีใหญ่กันที่โอทู เวิลด์ อารีน่า ขณะที่ปารีส มีงานที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งใกล้กับถนนฌอง เซลิเซ่
ในสวีเดน แฟนๆ ไปรวมตัวกันที่จตุรัสในเมืองใหญ่ เพื่อร่วมในพิธีจุดเทียนรำลึก ส่วนบาร์ในนอร์เวย์ ก็มีการจัดเมนูพิเศษเพื่อเป็นเกียรติกับแจ็กสัน ที่ฮ่องกง มีการถ่ายทอดสดพิธีไว้อาลัย และมีการเปิดวิดีโอของแจ็กสันตลอดรายการ ส่วนที่ญี่ปุ่น มีการเปิดวิดีโอของแจ็กสันนานหลายชั่วโมง ก่อนที่จะถ่ายทอดสดพิธีจากสหรัฐ
ส่วนเรื่องทรัพย์สินของราชาเพลงป๊อปนั้น ล่าสุดผู้พิพากษาศาลสูงลอสแองเจลิสได้ตัดสินให้นายจอห์น แบรงกา ทนายความของไมเคิล และนายจอห์น แม็คเคลน ผู้บริหารอุตสาหกรรมดนตรี เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของราชาเพลงป๊อปนับจากนี้เป็นต้นไป ซึ่งก็เป็นไปตามพินัยกรรมที่ไมเคิลเขียนเอาไว้เมื่อปี 2545 ขณะที่ทนายความของนางแคเธอรีน มารดาของไมเคิลที่ยื่นเรื่องขอเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของบุตรชายมาตั้งแต่ต้น ยังคงยืนยันคัดค้านการแต่งตั้งครั้งนี้
ทั้งนี้ ทนายความของมารดาไมเคิลอ้างว่า นายแบรงกา เคยถูกราชาเพลงป๊อปถอดออกจากทุกตำแหน่งที่เขารับผิดชอบด้านการเงินมาก่อน แต่ทนายของแบรงกาอ้างว่า ไมเคิลเพิ่งจะจ้างเขากลับมาทำงานใหม่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ก่อนที่จะเสียชีวิต ส่วนนายแม็คเคลนนั้น ฝ่ายนางแคเธอรีนระบุว่า ไม่แน่ใจว่าจะดูแลทรัพย์สินให้ไมเคิลได้หรือไม่ เพราะมีปัญหาด้านสุขภาพ
ด้านหนังสือพิมพ์นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ ของอังกฤษ รายงานอ้างการเปิดเผยของนางเกรซ ระวารัมบา พี่เลี้ยงลูกทั้งสามคนของไมเคิลว่า สิ่งที่เธอได้ยินจากปากของหนึ่งในสมาชิกครอบครัวแจ็กสันที่ตามมาหลังการตายของไมเคิลคือ คำถามที่ว่าเธอจำได้หรือไม่ว่าไมเคิลเคยซ่อนเงินสดไว้ในบ้านบ้างหรือไม่ ซึ่งเธอก็ตอบไปว่า ให้หาตามถุงขยะ หรือไม่ก็ใต้พรม พวกเขายังบอกกับเธอด้วยว่าเด็กๆ พากันร้องไห้ และถามหาแต่เธอ พวกเขาไม่เชื่อว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว
เป็นครั้งแรกที่ เกรซ วัย 42 ปี ยอมเปิดเผยเรื่องราวตลอดระยะเวลา 17 ปี ที่เธออยู่กับเขาในฐานะเลขานุการ 5 ปี และฐานะพี่เลี้ยงเด็กอีก 12 ปี รวมถึงความลับของซูเปอร์สตาร์ เช่น เรื่องที่เขากินยาจำนวนมากจนเธอต้องช่วยล้างท้องให้หลายครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นอันตรายถึงชีวิตเพราะใช้ยาเกินขนาด, อาศัยเพื่อนที่เอื้อเฟื้อให้ความช่วยเหลือทางการเงิน, ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ อาศัยอยู่ในห้องใต้ดินภายในบ้านที่คับแคบของอดีตลูกจ้างเมื่อไม่นานมานี้ เพราะถังแตก และต้องทั้งขู่ทั้งปลอบลูกๆ สารพัด เพราะพวกเขาไม่ยอมสวมหน้ากากเวลาออกไปในที่สาธารณะ
เกรซถึงกับหลั่งน้ำตา เมื่อพูดถึงลูกๆ ของไมเคิล ได้แก่ พรินซ์ วัย 12 ปี, ปารีส วัย 11 ปี และพรินซ์ ไมเคิลที่ 2 หรือที่รู้จักกันในชื่อ แบลงเค็ต ว่า เธอเข้าใจสภาพจิตใจของพวกเด็กๆ แจ็กสันไม่ยอมกินอะไร และเด็กๆ ก็กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของพวกเขา



