บันเทิง

มายาวิชั่น:'บทสรุปเดอะวอยซ์ 3'

มายาวิชั่น:'บทสรุปเดอะวอยซ์ 3'

17 ธ.ค. 2557

'บทสรุปเดอะวอยซ์ 3' : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา

 
 
          รูดม่านหมาดๆ สำหรับรายการเรียลิตี้ประกวดร้องเพลงที่เน้นเสียงร้องเป็นหัวใจสำคัญ เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ เสียงจริง ตัวจริง ซีซั่น 3 ทาง ช่อง 3 แบบกระแสความนิยมยังดีต่อเนื่องแบบไม่ตกเลย ไม่เหมือนรายการประกวดร้องเพลงอื่นๆ ที่พอมีรายการหลายปีเข้า กระแสแผ่วลงจนน่าตกใจ แม้กระแสจากคนดูจะมีทั้งดีและไม่ดี โดยเฉพาะความดราม่าสุดๆ ของปีนี้ เมื่อการตัดสินของโค้ชในหลายๆ รอบค่อนข้างค้านสายตาของประชาชนคนดู แต่กระแสจะไปในแนวทางไหน ก็บอกได้ดีว่ารายการอยู่ในความนิยมของคนดูในวงกว้าง
 
          บทสรุปผู้ชนะของ เดอะ วอยซ์ 3 เป็นของหนุ่มมาดซื่อ “หนุ่ม” สมศักดิ์ จากทีมโค้ช เจนนิเฟอร์ คิ้ม ที่เฉือนชนะสาวเสียงสวยมากพรสวรรค์ “อิมเมจ” สุธิตา จากทีมโค้ช “แสตมป์” อภิวัชร์ และอีก 2 คน “บิว” จรูญวิทย์ จากทีมโค้ช โจอี้ บอย และ “บอม” ปัญจพล ของทีมโค้ช “ก้อง” สหรัฐ 
 
          การก้าวสู้ตำแหน่งแชมป์ของ “หนุ่ม” นั้นต้องถือว่าเป็นม้ามืดตัวจริง เพราะตั้งแต่รอบแรกถือว่าไม่โดดเด่นนัก อย่างรอบ Blind Audition มี “โค้ชคิ้ม” คนเดียวที่กดหันมาเลือกเขาให้เข้ารอบ จากนั้นดูกระท่อนกระแท่นมาเรื่อยๆ แต่มาฉายแววและทำท่าจะเป็นขวัญใจมหาชนก็ในรอบการแสดงสด ในเพลง หลงตัวเอง ที่อาจไม่ได้โชว์เทคนิคการร้องและน้ำเสียงสักเท่าไร แต่ได้ในเรื่องการพลิกภาพ และลีลาการเต้นกวนๆ ฮาๆ ที่ได้ใจคนดูเต็มๆ จนได้คะแนนโหวตให้เข้ารอบชิงชนะเลิศ และปูทางเขาสู่ตำแหน่งแชมป์ ต้องยอมรับว่าโชว์ในเพลง หลงตัวเอง ถือเป็นเพลงเปลี่ยนชีวิตให้คนรักเขาก็ว่าได้...
 
          สิ่งที่เกิดขึ้น บ่งชี้อะไร? ก็บ่งชี้ว่า การเลือกเพลงเพื่อทำโชว์ในรายการนี้ เป็นอะไรที่สำคัญมาก เพราะถ้าดูกันจริงๆ ผู้ผ่านเข้ารอบมานั้นล้วนมีเสียงดีเหมือนๆ กัน และเสียงดีกว่าก็ไม่ได้บ่งชี้ว่าจะเป็นผู้ชนะในที่สุด เพราะกติกาการตัดสิน โดยเฉพาะรอบชิงชนะเลิศที่มาจากคะแนนโหวตของประชาชนอย่างเดียวล้วนๆ อย่างกรณี “หนุ่ม” จากเพลง หลงตัวเอง สู่เพลง สักวันต้องได้ดี เพลงที่เหมือนตั้งใจเลือกมาเพื่อเรียกคะแนนนิยมและสงสารจากคนดูให้มากขึ้นอีก ด้วยเรื่องราวการต่อสู้ในชีวิตของ “หนุ่ม” ซึ่งในรอบชิง “หนุ่ม” ชัดเจนกว่าคนอื่นในแง่การเลือกเพลงที่เข้าถึงวงกว้างกว่า ขณะที่คู่แข่งอย่างรองชนะเลิศ “สาวอิมเมจ” ถ้าวัดด้วยเสียงและเทคนิคการร้องต้องยอมรับว่าดีกว่า “หนุ่ม” แต่การเลือกเพลงของ “อิมเมจ” กับเพลงสากล Stay With Me ที่ไม่เข้าถึงคนดูกลุ่มกว้างเท่าเพลงของ “หนุ่ม” แม้จะร้องดีกว่า แต่เรียกคะแนนโหวตได้น้อยกว่า หรือแม้กระทั่ง “หนุ่มบิว” ที่เพลงในรอบชิงชนะเลิศก็ดูอ่อนไปนิด และไม่ค่อยโดนเมื่อเทียบกับรอบก่อนๆ 
 
          ไม่แปลกที่เมื่อจบรายการ จะมีกระแสดราม่าตามมา กับการตั้งคำถามว่า “หนุ่มเหมาะสมกับตำแหน่งแชมป์เดอะ วอยซ์หรือไม่” ในเมื่อมีคนที่เสียงดีกว่า เหมาะกับแชมป์รายการนี้มากกว่า แต่กติกาก็คือกติกา เมื่อวัดด้วยคะแนนโหวตเอสเอ็มเอส สุดท้ายก็ต้องยอมรับกัน 
 
          แต่ตำแหน่งแชมป์ หรือรองแชมป์ อาจไม่ได้วัดความสำเร็จในการเดินบนถนนสายดนตรีที่ยังอีกยาวไกล เพราะนั่นแค่เกมในรายการ เมื่อต้องมาทำงานจริง คำว่า ตัวจริง เสียงจริง ต่างหาก จะวัดความสำเร็จจุดนี้ 
 
          ปีหน้าฟ้าใหม่ เดอะ วอยซ์ ซีซั่น 4 ต้องกลับมาพบผู้ชมแน่นอน เมื่อกระแสตอบรับจากคนดูยังล้นหลาม ซึ่งทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมกับรายการนี้คงต้องทำการบ้านหนักขึ้น เมื่อความคาดหวังจากคนดูย่อมต้องสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแง่มาตรฐานการทำโชว์ของรายการ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีอยู่แล้ว เมื่อภาพรวมรายการในทุกรอบที่ออกอากาศสนุกชวนลุ้น ส่วนการทำงานของโค้ชแต่ละคนก็คงต้องหนักขึ้น เพราะเสียงวิจารณ์หนาหูโดยเฉพาะซีซั่นนี้ที่ค่อนข้างโดนโจมตีเยอะจากคนดูก็อาจมีผลต่อความนิยมของรายการและต่อตัวโค้ชในกรณีถ้าจะต้องเกิดขึ้นบ่อยๆ ส่วนความผิดพลาดช่วงที่พิธีกร “กบ” ทรงสิทธิ์ ประกาศหมายเลข 2 คนสุดท้ายที่มีการสับสน จนทำให้เกิดความงงงวยบนเวทีกันไป เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เมื่อเป็นรายการสด แถมบรรยากาศในสตูดิโอก็ค่อนข้างลุ้นและตื่นเต้น คนดูอาจไม่ติดใจมาก แต่ถ้าสมบูรณ์แบบกว่านี้โดยไม่มีอะไรติดขัด อาจทำให้การรูดม่านสวยงามกว่านี้...
 
.......................................
(หมายเหตุ 'บทสรุปเดอะวอยซ์ 3' : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา)