
'ย้อนรอยมือถือขายดี 10 ปีที่แล้ว'
16 ธ.ค. 2557
'ย้อนรอยมือถือขายดี 10 ปีที่แล้ว' : คอลัมน์ Digital Master โดย... นิวัฒน์ ชาตะวิทยากูล
ในปี 2015 จำนวนผู้ใช้งานมือถือสมาร์ทโฟนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านคน ซึ่งทำให้มือถือจะกลายเป็นเครื่องมือที่มีอิทธิพลกับผู้คนมากที่สุดทั่วโลก การใช้งานมากกว่าคอมพิวเตอร์ไปแล้ว ซึ่งครั้งหนึ่งทีวีเคยครองแชมป์นี้มาก่อน เราทุกคนสะดวกสบายกับการมีมือถือไว้สื่อสารตั้งแต่ราวๆ ปี 1996 ที่ผมเลือกปีนี้เพราะเป็นช่วงที่มีมือถือมีราคาพอที่จะซื้อมาใช้งานได้ไม่ได้แพงหูฉี่ขนาดเมื่อก่อน จนมาถึงทุกวันนี้มันมีอิทธิพลกับการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่มากจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่คุณปู่คุณย่า ที่มีไว้ไลน์คุยกับหลานๆ และก็เป็นอย่างนั้นในคนใกล้ตัวและผมจริงๆ
ด้วยความที่มือถือเป็นอุปกรณ์ที่เราทุกคนจำเป็นต้องมีใช้ เพราะความสะดวกเลยกลายเป็นตลาดสินค้าที่มีมูลค่าสูงมากที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกที่ใครก็อยากนำเสนอสินค้าที่ดีให้แก่คนที่ต้องการได้เลือกสินค้าของแบรนด์นั้นๆ ไปใช้ หลายคนก็คงบอกว่าเดาไม่ยากหรอกว่าใครจะเป็นมือถือขายดีในปี 2014 ที่ผ่านมานี้ ใช่ครับมันเดาไม่ยากเลย ไม่ Apple ก็ Samsung ในมือถือสุดฉลาด SmartPhone ต้องยกให้ iPhone หรือไม่ก็รุ่น Galaxy ภายใต้ Samsung แต่ก่อนที่ผมจะเขียนถึงมือถือในปี 2015 ปีหน้าจะออกมารูปแบบอย่างไร ผมอยากเล่าย้อนอดีตที่เคยหอมหวานของมือถือย้อนไปซัก 10 ปีที่แล้วกันดีกว่า
ละลึกความหลังไปไกลกันซักหน่อยเมื่อ 10 ปีก่อน จำได้มั้ยครับว่าในปี 2004 มือถือช่วงนั้นหน้าหน้าตาเป็นยังไงกัน คงคิดว่าจะนึกออกมั้ยเพราะช่วงนั้นมือถือออกมาเยอะมาก แค่ลำพังโนเกียก็มีรุ่นให้เลือกสารพัดรุ่นแล้วไม่เป็นไร ผมจะช่วยย้อนความจำมือถือในปีนั้นมาให้ครับมือถือในปี 2004 เป็นช่วงเริ่มต้นของมือถือ หน้าจอสี และมือถือที่มีกล้องกำลังเริ่มเป็นที่นิยมและได้รับความสนใจ ซึ่งจริงๆ แล้วมือถือจอสีนั้นเริ่มออกวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายๆ ปี 2002 แล้วครับ แต่สนนราคายังสูงอยู่มาก รุ่นแรกที่ออกมาภายใต้ Nokia มือถือหน้าจอสีเลยก็จะเป็นรุ่น Nokia 3510i แต่ยอดขายไม่ดีนัก มือถือรุ่นจอสีขายดีมากเกินหลักล้านเครื่อง รุ่นแรกเลยก็จะเป็นรุ่น Nokia 6610 และ Nokia 6100 เปิดตลาดมือถือจอสีได้รับความนิยมขึ้นมาทันทีเพราะฉะนั้นปี 2004 มือถือที่ออกมาจะต้องมีจอสีเท่านั้นที่จะขายดีและทำราคาได้สูง (จอขาวดำยังนิยมอยู่เหมือนเดิม) แล้วเรื่องกล้องละ ปี 2004 นั้นกล้องมือถือนั้นมีรึยัง ผู้พัฒนาสามารถยัดกล้องลงไปในมือถือในราคาที่ซื้อหาได้ก็เริ่มวางจำหน่ายกันในปี 2003 แล้วครับ มือถือ Nokia รุ่นแรกที่มีกล้องจะเป็นรุ่น Nokia 6600 ก็ขายดีไปตามระเบียบขายได้ไป 2 ล้านเครื่องทั่วโลก
สรุปปี 2004 นั้นมือถือที่รุ่นที่เรียกว่าไฮโซ นั้นจะต้องมีกล้อง จอสี และมีฟีเจอร์เด็ดพ่วงมาด้วย ถือเป็นเครื่องบ่งบอกความไฮโซมีตังค์เมื่อ 10 ปีก่อน ปี 2004 เป็นปีที่เพลี้ยงพล้ำครั้งแรกของโนเกียครั้งนั้นโนเกียหลังจากที่เคยมั่นใจกับการออกมือถือของตัวเองแล้วขายดีแบบทิ้งคู่แข่งไม่เห็นฝุ่นทำราคาได้สูงลิบ ก็ต้องมาตกม้าตายเพราะการปรับตัวไม่ทัน โนเกียมีมือถือหลากรุ่น ในหลากดีไซน์ซึ่งทำให้ตลาดมือถือในช่วงเวลานั้น กลายเป็นอุปกรณ์บ่งบอกแฟชั่น เป็นแฟชั่น Accessory กลายๆ มีเคสมือถือโนเกียออกมาจำหน่ายจำนวนมาก ในปี 2004 นั้นมือถือรุ่นที่ขายดีที่สุดกลับไม่ใช่โนเกียเจ้าตลาดเดิม แต่กลับกลายเป็น Motorola ที่ผลิตมือถือจอพับชนิดบางเท่ สวยเฉี่ยวออกมาจำหน่ายในชื่อ Motorola RAZR V3 เฉพาะรุ่นนี้ขายไป 130 ล้านเครื่องทั่วโลก มากกว่ารุ่นเด็ดของโนเกียเป็นเท่าตัว ทำให้มือถือจอพับได้เป็นที่ต้องการของลูกค้าจำนวนมาก แม้แต่โนเกียเองก็ต้องหันมาผลิตมือถือจอพับมาแข่งด้วยในเวลานั้น ปีนั้นเล่นเอาโนเกียหลงทางอยู่พักใหญ่ ถ้าย้อนกลับไปดูมือถือโนเกียรุ่นที่วางจำหน่ายในปี 2004 ต้องบอกว่าเป็นปีที่โนเกียออกมือถือดีไซน์น่าเกลียดที่สุด จะสวยก็สวยแปลก บางรุ่นก็ดูสวยตรงไหนไปเลยเหมือนกัน
มีการคาดการณ์นะครับว่า มือถือสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้นกำลังเจริญรอยตามสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต มือถือที่เป็นลักษณ์แท่งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากำลังกลายเป็นความน่าเบื่อ และเมื่อครบรอบสิบปีถึงเเวลาเทรนด์เก่าๆ กำลังกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง นักออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังบอกว่ามือถือดีไซน์ทางเลือกใหม่จะเป็นอีกกระแสที่จะสร้างความแตกต่างเปลี่ยนแปลงได้ และหลายบริษัทกก็กำลังพยายามฉีกแนวมือถือที่วิวัฒนาการตามรอย Apple เริ่มมีมือถือที่ฉีกแนวออกไปบ้างแล้วอย่าง Samsung Galaxy Edge มือถือขอบโค้งที่กำลังเรียกความสนใจได้มากทีเดียว
.......................................
(หมายเหตุ 'ย้อนรอยมือถือขายดี 10 ปีที่แล้ว' : คอลัมน์ Digital Master โดย... นิวัฒน์ ชาตะวิทยากูล)



