
'วันนั้นที่ฉันได้รับโทรศัพท์จากซานต้า'
16 ธ.ค. 2557
'วันนั้นที่ฉันได้รับโทรศัพท์จากซานต้า' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
ใกล้เทศกาลคริสต์มาสเข้ามาทุกที บรรยากาศของการเฉลิมฉลองมันลามไปทุกหย่อมหญ้า แม้ว่าอากาศปีนี้จะยังไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่นัก แต่เชื่อว่าไม่มีอะไรหยุดการปาร์ตี้ของคนไทยเราได้!!
พูดถึงเทศกาลคริสต์มาสนี้ หญิงยศนึกถึงสมัยเด็กๆ นะคะ ด้วยความที่คุณพ่อของหญิงยศเป็นนักเรียนเก่าอเมริกา เทศกาลนี้จึงเป็นเรื่องราวใหญ่โตใช้ได้ในบ้านของเรา เรามีต้นคริสต์มาส มีถุงเท้าแขวน มีการขอของขวัญจากซานต้า คืนคริสต์มาสอีฟหญิงยศและน้องชายจะรีบเข้านอน เพื่อจะได้ตื่นมาเปิดของขวัญที่เราจะเจอใต้ต้นคริสต์มาสในตอนเช้า ถามว่าหญิงยศและน้องชายรู้มั้ยว่าซานตาคลอสคือใคร? รู้อยู่แล้วล่ะค่ะว่าคือพ่อและแม่ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกมันลดน้อยถอยลงเลย ซานตาคลอสเป็นใครก็ได้ที่ถือถุงแห่งความสุขมาให้เรา
เมื่อตอนยังเด็กนั้น ความสุขของเรามันเรียบง่าย พบได้ในสิ่งของ ตุ๊กตาบาร์บี้ หุ่นยนต์ ชุดอุลตร้าแมน หนังสือชุดสำหรับเด็ก (หรา?? น่าจะความสุขของพ่อแม่มากกว่า) โตมาหน่อยก็ยังไม่ยาก แต่อาจจะแพงขึ้นมาหน่อย กระเป๋าสะพาย รองเท้า นาฬิกา จนพอโตมาก็เริ่มเป็นสิ่งของใหญ่โตขึ้นมา บ้าน รถ คอนโด แต่สุดท้ายพอชีวิตมันมาถึงจุดที่มีทุกอย่าง บางครั้งเรากลับหาความสุขไม่เจอ เรามองเข้าไปในบ้าน ในรถ ในคอนโด ในกระเป๋าใบละเป็นแสน นาฬิกาเรือนละเฉียดล้าน เรากลับหามันไม่เจอ... หลายครั้งที่ชีวิตมาถึงจุดที่มีทุกอย่าง แต่เรากลับไม่มีความสุขเสียอย่างนั้น... มองซ้ายมองขวาหาซานตาคลอสกับถุงแห่งความสุขก็หาไม่เจอ คริสต์มาสมันไม่ได้เกิดขึ้นทุกวันสินะ
ย้อนกลับไปในปีที่ผ่านมา หญิงยศเองมีช่วงเวลาที่หลงทาง ด้วยงานที่ทับถมทวีคูณ วิกฤติการเปลี่ยนแปลงของวงการที่ทำงานอยู่ การหมุนเวียนของคนทำงาน การเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ การจากลากับการผูกพันเก่าๆ... ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน หญิงยศเกิดอาการจอดับกะทันหัน...จำได้ว่าวันนั้นนั่งอยู่ในห้องตัดต่อละครที่กำลังออกอากาศอย่างชนิดที่เรียกว่า ตัดต่ออาทิตย์นี้ ออกอากาศอาทิตย์หน้ากันเลยทีเดียว คนก็เปลี่ยนไป อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิม แถมด้วยข่าวที่ยอมรับว่าทำให้เสียใจและหมดกำลังใจที่สุดตั้งแต่เป็นผู้จัดละครมา หญิงยศโพสต์รูปจอดำลงในไอจี พร้อมกับข้อความประมาณว่าขอพัก... ในนาทีนั้นยอมรับว่าหาทางออกให้ตัวเองไม่เจอ โพสต์เสร็จก็ลงนั่งนิ่งๆ อยู่ในห้องตัดต่อด้วยสภาพที่เรียกว่าไร้วิญญาณ ... แล้วโทรศัพท์ก็ดังค่ะ
หญิงยศมองชื่อคนที่โทรเข้ามา ป้าตือ สมบัษร ถิระสาโรช ... ป้าตือโทรมาทำไม? ตั้งใจว่าจะไม่รับสายค่ะ เพราะไม่พร้อมจะพูดคุยกับใคร แถมป้าตือเอง ก็ไม่เคยโทรหากันมานานแล้ว คิดว่าอาจจะติดต่องานอะไรสักอย่าง กะว่าปล่อยสายทิ้งไป ไว้จิตดีขึ้นค่อยโทรกลับ แต่ไม่รู้อะไรดลใจหญิงยศให้เปลี่ยนใจ ก่อนที่สายจะตัดไป หญิงยศตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดรับ "สวัสดีค่ะป้าตือ..." ได้ยินเสียงตัวเองพยายามฝืนแฮปปี้จนฟังดูตลก "เป็นอะไรลูก? ไม่ไหวเหรอ?" เสียงป้าตือถามกลับมา วินาทีนั้นยอมรับว่าชาไปแว้บ ไม่ได้ตั้งรับกับคำถามนี้จากคนที่ไม่เคยคุยเรื่องส่วนตัวกันเลย แต่น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตานั้น ทำให้หญิงยศรู้สึกสงบลงเบาๆ "เหนื่อยเหรอลูก?" ป้าตือถามต่อ ได้ยินเสียงตัวเองรับคำเบาๆ ค่ะ ป้าตือถามกลับมาว่า "เหนื่อยแล้วมีความสุขมั้ยลูก?" หญิงยศสะอึกไปเบาๆ และได้ยินเสียงตัวเองตอบกลับไปว่า "มีความสุขค่ะ" หญิงยศไม่ได้โกหกด้วยค่ะ หญิงยศหมายความตามนั้นจริงๆ เพราะต่อให้งานมันหนักหนาสาหัส คนจะวุ่นวายมากมายขนาดไหน แต่หญิงยศรักงานของตัวเองที่สุด งานคือความสุขของเรา ป้าตือพูดต่อไปค่ะว่า "แกเคยส่องกระจกมั้ยจ๋า? แกจะเหนื่อยท้อไปทำไม เสียเวลา แกทำงานตรงนี้แกรู้ตัวมั้ยว่าแกทำประโยชน์แค่ไหน แกไม่ต้องไปสร้างวัดสร้างโบสถ์ แกสร้างงาน สร้างอาชีพให้คน แกสร้างความสุขให้คนจากงานที่แกรัก แกจะพักทำไม แกรู้ตัวมั้ยมีคนอีกกี่ล้านคนเขาพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อมาอยู่ในจุดที่แกอยู่... แล้วแม่เป็นไง? สามีล่ะ? พ่อล่ะ? น้องชาย? ดีแล้ว ถ้าแกเหนื่อยนะ แกเข้าไปในรถแล้วกรี๊ดดังๆ กรี๊ดออกมา เอางี้ กรี๊ดเลย กรี๊ดให้ป้าฟังนี่แหละ! แล้วกลับไปหอมแก้มแม่นะ กลับไปกอดพ่อ กอดสามี กอดน้อง กอดเสร็จแล้วเอาสมุดบัญชีมากางด้วย ดูซิมีเงินเท่าไหร่ แกจะพักทำไมวะจ๋า?? แกเป็นเด็กรุ่นใหม่ ป้าชื่นชม ป้าเห็นแกจอมืด ป้าเลยอยากโทรมาให้กำลังใจแกนะ..."
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ หญิงยศกับป้าตือโทรหากันเสมอ พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันเป็นประจำ แต่สิ่งหนึ่งที่หญิงยศไม่ได้บอกคือ หญิงยศอยากกราบขอบคุณป้าตือจากหัวใจนะคะ ป้าไม่จำเป็นต้องโทรหาหญิงยศเลยในวันนั้น แต่ป้าก็โทร และการพูดคุยกันวันนั้นมันช่วยจุดไฟส่องทางให้หญิงยศเดินกลับมาหาความสุขของตัวเองเจออีกครั้ง... แม้แต่ในตอนที่หญิงยศเขียนต้นฉบับถึงป้าตือ มันก็มีพลังชีวิตที่จุดขึ้นมาอีก ป้าตือคือแรงบันดาลใจ คือแหล่งพลังชีวิตอย่างแท้จริง และอย่างหนึ่งที่หญิงยศได้เรียนรู้คือ อย่ามองข้ามความทุกข์ของคนอื่น ถ้าคุณเห็นและคุณมีความปรารถนาดี จงส่งมันออกไป อย่าคิดว่ามันไม่จำเป็น สิ่งเล็กน้อยที่คุณทำมันอาจพลิกวิกฤติชีวิตของใครคนหนึ่งก็ได้ ความสุขต่อความสุข ความหวังดีต่อความหวังดี ความรักต่อความรัก....
หากมีโอกาส จงเป็นซานตาคลอสที่เปิดถุงของขวัญแห่งความสุขนั้นให้แก่คนที่เขาต้องการ...ขอบคุณป้าตือนะคะสำหรับถุงความสุขที่ป้าส่งให้หนู...หนูรักป้านะคะ
.......................................
(หมายเหตุ 'วันนั้นที่ฉันได้รับโทรศัพท์จากซานต้า' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



