บันเทิง

เอกเขนกดูหนัง:'สิ่งเล็กๆ ที่น่าร็อก'

เอกเขนกดูหนัง:'สิ่งเล็กๆ ที่น่าร็อก'

12 ธ.ค. 2557

'สิ่งเล็กๆ ที่น่าร็อก' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
 
          ผมค่อนข้างประหลาดใจที่ทุกวันนี้ทัศนคติในเรื่องรสนิยมทางเพศของคนทำหนังไทยบางกลุ่ม บางคน ยังไม่ไปไหนไกลกว่าการ ‘เหยียดเพศ’ ตุ๊ด กะเทย แต๋ว แม้ปลายทางของหนังเรื่องนั้นๆ จะว่าด้วยการสร้างโลกสวยด้วยรักและเข้าใจ แต่มันก็ต้องผ่านการหยามเหยียด ตุ๊ด กะเทย แต๋ว ไปเสียก่อน(แม้สุดท้าย พวกเธอจะได้การยอมรับ แต่ก็ผ่านการถูกทับถม เหยียบย่ำ มองด้วยสายตาหมิ่นแคลนมาก่อนอยู่ดี)
 
          หนังอย่าง สิ่งเล็กๆ ที่น่าร็อก ก็ยังข้ามไม่พ้นวาทกรรมเหล่านั้น อันที่จริงประเด็นในหนังถือว่าค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะว่าด้วยเรื่องของความท้าทายในการข้ามผ่าน ความกล้าที่จะเผยในสิ่งที่ตัวเองเป็นหรือเลือกที่จะเก็บงำมันไว้ตลอดไป (ซึ่งประเด็นที่ว่า มันกว้างกว่าการเปิดเผยรสนิยมของการเป็นตุ๊ด กะเทยเสียด้วยซ้ำ)
 
          ตัวละครที่ถือเป็นศูนย์กลางของเรื่องชื่อ ‘ติ๊กโกะ’ เด็กหนุ่มที่ไม่อยากเป็นทหารตามรอยพ่อผู้เข้มงวด ซึ่งสืบทอดอาชีพราชการทหารกันมาตั้งแต่รุ่นทวด รุ่นปู่ จึงออกอุบายหลอกว่าเป็นตุ๊ด สร้างความอิดหนาระอาใจให้กับผู้เป็นพ่อเรื่อยมา โดย ‘ติ๊กโกะ’ มีเทรนเนอร์ชั้นดีคอยฝึกปรือความแต๋วให้สมจริงคือป้าปูเป้ นางโชว์ที่มีความสามารถทางดนตรีเป็นเลิศ
 
          ...แค่แรงจูงใจในเบื้องต้นของตัวละครก็ถือว่า สิ่งเล็กๆ ที่น่าร็อก ทำพลาดอย่างแรงแล้วล่ะครับ แม้หนังจะพยายามสร้างคอนฟลิคซ์ให้แก่ตัวละครคู่ขัดแย้งพ่อ-ลูก แต่ทัศนคติแบบนี้ช่างเชยและล้าสมัย เกินกว่าจะหลงเหลืออยู่ในสังคมไทยแล้ว แต่ถ้ามองในสถานะหนังตลกเรื่องหนึ่ง ตรรกะแบบนี้ก็พอมองข้ามได้ หนังทิ้งจังหวะนี้ไว้ แล้วก้าวต่อไปที่ชีวิตในโรงเรียน ‘ติ๊กโกะ’ เข้ากลุ่มสามกะเทยหัวโปกแก๊งนางฟ้าจนสนิทสนมกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้ท่าทีที่พวกเธอแสดงออกกลับเป็นที่หมั่นไส้ของนักเรียนชายจนมีเรื่องทะเลาะวิวาท จนถูกต่อว่าทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง ทั้งหมดจึงหาทางกู้ชื่อกลับคืนมาอีกครั้งด้วยการสมัครประกวดวงดนตรี
 
          ซีเควนซ์แรก ที่กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างพ่อ-ลูก ว่าประดักประเดิดแล้ว ซีเควนซ์นี้ยิ่งดูเหมือนพาหนังเป๋ไปไกลยิ่งกว่าแต่เป็นซีเควนซ์ที่ดึงให้หนังเข้าไปใกล้จุดศูนย์ของเรื่องจนนำไปสู่ไคลแม็กซ์ในตอนท้ายได้มากกว่า ไม่เพียงฉากตุ๊ด ต่อยกับอันธพาลประจำโรงเรียนเท่านั้น (จริงๆ หนังน่าจะเป็นใช้วิธีการตบมากกว่า) แต่ฉากที่เหล่าแก๊งนางฟ้าถูกลากตัวไปประจานหน้าเสาธง ถูกกล่าวหาโดยผู้อำนวยการโรงเรียนว่าการเป็นตุ๊ดของพวกเธอ ก่อเรื่องและสร้างความเสื่อมเสียให้กับโรงเรียน ยิ่งเป็นการสะท้อนทัศนคติของการเหยียดเพศที่สามและการไม่ยอมรับความหลากหลายของเพศสภาพอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถือเป็นแนวคิดความเชื่อโบร่ำโบราณคร่ำครึ จนไม่น่าจะปรากฏในบทหนังไทยร่วมสมัย (ไม่นับชื่อของโรงเรียนที่ตั้งให้สอดคล้องในฐานะโรงเรียนชายล้วนอย่าง เทพบุรุษวิทยา หรืออะไรทำนองนี้) จากนั้นพวกเขาหรือเธอทั้งสี่ ก็มุ่งมั่นก้บการซ้อมดนตรีร็อก ภายใต้การควบคุมดูแลของป้าปูเป้ พวกเขาผ่านเข้ารอบไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับได้รับความนิยมจากแฟนเพลงกลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นและเหล่าแฟนคลับกระเทยหัวโปก ไปในที่สุด แต่แล้วตัวแปรที่เข้ามาทำให้สถานการณ์ทั้งหมดเปลี่ยนไป เมื่อ ‘ติ๊กโกะ’ สานความสัมพันธ์กับ ‘แนน’พี่น้องฝาแฝดของนนนี่ จนอยากจะเปิดเผยตัวตนจริงๆ ว่า เขาเองเป็นชายแท้ๆ หาได้มีรสนิยมเบี่ยงเบนแต่อย่างใด ระหว่างนั้นก็มีเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเพื่อนๆ แก๊งนางฟ้าเปลี่ยนไป รวมถึงการแข่งดนตรีรอบชิงชนะเลิศที่กำลังจะมาถึง
 
          หนังยังมีมุกเหยียดเพศประปราย อาทิ เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่เห็น ‘ติ๊กโกะ’ เป็นไอดอลกล่าวชื่นชมต่อหน้าจนถูกพ่อที่มาด้วยกล่าวค่อนแคะ รวมถึงความรู้สึกเกลียดผู้ชายของแนน จากปมในใจที่มีต่อพ่อของเธอ...ไม่เพียงมุมมองที่มีต่อสังคมจะเก่าและเชย ส่วนทัศนคติในเรื่องเพศของ สิ่งเล็กๆ ที่น่าร็อก ก็พยายามหาทางออกและจบลงอย่างงดงามลงตัว (อย่างที่หนังพยายามนำเสนอ) แต่ดูเหมือนว่า บทที่ออกจะสะเปะสะปะ เล่าตรงนี้ทาง ตรงนั้นทาง สร้างปมไว้แล้วก็ทิ้ง ขยับไปเล่นกับพื้นที่และประเด็นใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ทั้งครอบครัว เพื่อน ความรัก การค้นหาและรู้จักตัวตนที่แท้จริง จึงทำให้หนังไปไม่สุดทางและดึงความประทับใจกลับมาให้คนดูไม่สำเร็จ ทั้งๆ ที่ตอนท้ายตัว หนังเองพยายามใส่สถานกาณ์คับขันเข้ามามากมาย และบิวท์อารมณ์คนดูเต็มที่ แต่เมื่อบทหนังกระจัดกระจายตั้งแต่แรก ความพยายามเหล่านั้นจึงค่อนข้างเปล่าสูญไปอย่างน่าเสียดาย เช่นเดียวกับการแสดงของนักแสดงเกือบทุกคน ที่รู้สึกตั้งแต่แรกเห็นในฉากแรกๆ เลยว่า พวกเขาและเธอแต่ละคนทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ ทั้งเหล่าทีมนักแสดงหน้าใหม่แก๊งค์นางฟ้า ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเน็ตไอดอล ‘โยชิ’ ฐิติกร ธุระพันธ์ รวมอยู่ด้วย และ กันกัน ณัฐวัฒน์ ชัยณรงค์โสภณ ในบท ติ๊กโกะ รวมทั้งนักแสดงรุ่นใหม่ที่เล่นได้ดีเกินคาด เกินตัวหนังอย่าง เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ส่วนรุ่นใหญ่ก็ตีบทกระจุยกระจายด้วยการแสดงล้นเว่อร์ที่เห็นจนคุ้นตาจากจอทีวี ทั้ง นีโน่ เมทะนี บูรณศิริ กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์
 
          จากงานกำกับเรื่องที่สี่ของ เสนาเพชร พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร นับจาก สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก, 30+โสดออนเซลส์, โอ้ มายโกสต์ คุณผีช่วย จนมาถึงสิ่งเล็กๆ ที่น่าร็อก แม้กราฟการทำหนังจะดิ่งลงเรื่อยๆ นับจากเรื่องแรก แต่ผลงานที่มาได้พิสูจน์แล้วว่า เขาคือผู้กำกับที่เก่งทางด้านการกำกับนักแสดงคนหนึ่งของวงการหนังไทยเลยทีเดียว ที่เหลือจากนี้คือการมองหาบทหนังดีๆ เพื่อที่จะได้ดูผลงานดีๆ ที่ลงตัวเช่นที่เคยเกิดกับเรื่องแรกของเขาเท่านั้นเอง 
 
.......................................
(หมายเหตุ 'สิ่งเล็กๆ ที่น่าร็อก' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)