
เอสถ่อมตัวปัดเป็นป๋าดันเซฟทุกข์เร็วหาทางพ้นทุกข์เร็ว
"เอส" กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ โต้ขึ้นแท่นเป็นป๋าดัน "เซฟ" เซฟฟานี อาวะนิค ชมเปราะฝ่ายหญิงเล่นละครเก่ง ปลื้ม "พราว" กระแสดี ขอบคุณผู้ใหญ่ไว้ใจให้งานต่อเนื่อง
เป็นพระเอกขายดี มีงานละครต่อเนื่อง สำหรับ "เอส" กันตพงศ์ ล่าสุดเตรียมประกบคู่ "เซฟ" เซฟฟานี ในละคร "เพลิงตะวัน" ได้เจอพระเอกหนุ่ม จึงถามไถ่เสียหน่อยเป็นอย่างไรบ้าง เอสเผยดังนี้
"ในเพลิงตะวันได้เล่นคู่กับน้องเซฟ (เซฟฟานี อาวะนิค) เรื่องนี้ก็เล่นเป็นชาวไร่ เป็นเจ้าของไร่ทานตะวัน และได้ไปพบนางเอก ที่ประสบอุบัติเหตุ จนความจำเสื่อม จนมีเรื่องราวต่างๆตามมา เป็นการเจอกับน้องเซฟครั้งแรกเลย และไปถ่ายซีนแรก ที่ประเทศญี่ปุ่นมาด้วย แต่ไปแค่สั้นๆนะ 2 วัน 1 คืน (หัวเราะ) แต่คนอื่นเขาถ่ายนานแหละ แต่ผมต้องกลับมาถ่ายพราวต่อ น้องเซฟเป็นเด็กที่น่ารักนะ ตั้งใจทำงาน
เรื่องนี้เขาต้องเล่นเป็น 2 บุคลิกด้วย แต่น้องเขาเก่งนะ (ขึ้นแท่นเป็นป๋าดัน) ไม่หรอก ก็ต่างฝ่ายต่างต้องช่วยกัน เพราะต้องเล่นด้วยกัน น้องเป็นนักแสดงที่เก่ง ผมได้มีโอกาสดู "กุหลาบเล่นไฟ" บ้าง น้องเขาเล่นดีมาก ขนาดเพิ่งจะเข้าวงการ ยังเล่นได้ขนาดนี้ เขาเก่งจริงๆ ส่วนพราว กระแสดีมาก ไปไหนคนก็เรียกว่า สุดเขตต์ ครอบครัวผมเอง ก็ติดกันทุกคน (ช่องให้งานต่อเนื่อง) ต้องขอบคุณทางผู้ใหญ่ที่ให้ความไว้วางใจผม" เอสตอบ
ถามต่อ ว่าปีใหม่มีแพลนไปเที่ยวที่ไหนหรือไม่ เอสเผยว่า ยังไม่ทราบ แต่ถ้าไม่ได้ไปไหน คงจะอยู่ที่บ้าน นั่งสมาธิที่บ้าน หรือไม่ก็ไปปฏิบัติธรรมของท่านโกเอ็นก้า ที่ จ.พิษณุโลก
"ที่ผมเข้าหาทางธรรมนี้ เพราะว่าผมมีความทุกข์ไว ก็เลยหาทางพ้นทุกข์ได้ไว คนส่วนใหญ่จะหันทางธรรมะ เมื่อเจอทุกข์หนักๆ ตัวผมเองเป็นไมเกรนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เป็นหนักถึงขนาดเป็นไฮเปอร์เวนติเลชั่น ซินโดรม ก็คือเป็นอัมพาตชั่วขณะ ตอนอายุประมาณ 14-15 ซึ่งมันรุนแรงมาก และเราก็ดื้อยา เลยต้องหาวิธี และโชคดีที่คุณยาย กับคุณแม่ เลี้ยงเรามาในสภาพของธรรมะที่ดี เลยได้ยินมาว่า ธรรมะทำให้เราพ้นทุกข์ได้ ตั้งแต่ที่เราได้เรียนมาตั้งแต่เด็กๆ เราก็เลยเริ่มมาปฏิบัติธรรม จนโรคไมเกรนหายไปโดยไม่รู้ตัว แต่ผมก็ยังไม่ได้บวชพระนะ เพราะคุณพ่อ คุณแม่ยังไม่อนุญาต เขากลัวผมจะบวชนาน ความจริงอยากบวชตั้งแต่เรียนจบแล้ว แต่ที่บ้านยังไม่ยอม ตอนนี้ก็เลยขอทำงานไปก่อน" เอสกล่าวสรุป



