
'อักษรสำคัญ'ในวัฒนธรรมพรีเมียร์ลีก1
'อักษรสำคัญ'ในวัฒนธรรมพรีเมียร์ลีก1 : Eat play life โดยนันทขว้าง สิรสุนทร
วันนี้ลองพามาชายตามองเล่นๆ กับอักษร A to Z ของบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มีแง่มุมน่าสนใจ โดยโฟกัสไปที่ตัวสำคัญๆ นะครับ
Abu Dhabi United Group
ปรากฏการณ์การซื้อทีมแมนฯ ยู ของตระกูลเกลเซอร์จากอเมริกาในปี 2005 นั้นว่ารุนแรงแล้ว การเหยียบแผ่นดินอังกฤษของเสี่ยโรมัน อับราโมวิช แห่งรัสเซีย กลับสั่นสะเทือนมากกว่า.. และมันน่าจะหยุดอยู่แค่ตรงนั้น ถ้าปี 2010 ยักษ์ตัวใหญ่ที่สุดที่ชื่อ Abu Dhabi United Group ไม่เทกโอเวอร์แมนเชสเตอร์ ซิตี เพื่อประกาศศักดาว่า ข้านี่แหละคือทุนนิยมตัวจริง เงินมหาศาลที่ปรนเปรอเข้าสู่ทีมเรือใบสีฟ้า ทำให้สื่อทั้งโลกโฟกัสไปว่า แมนฯ ซิตี คือคู่แข่งตัวจริงที่จะมาแย่งบัลลังก์กับเชลซีและแมนฯ ยู บางคนขนานนามว่าพวกเขาคือ โดนัลด์ ทรัมพ์ แห่งโลกลูกหนัง....และผ่านการเทกโอเวอร์ไป 4 ปี แมนเชสเตอร์ ซิตี ฟาดแชมป์ลีกไปแล้ว 2 ครั้ง !
Bosman, Jean-Marc
สัญญาการซื้อขายตัวนักเตะที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1981 เหมือน "แท่นศาลพระภูมิ" ที่ไม่มีใครกล้าไปยุ่ง ไม่แม้แต่ใครคิดจะมาตั้งคำถามกับมัน แต่แล้วในปี 1995 นักเตะที่ไม่ได้ดังมากอย่าง ฌอง-มาร์ค บอสแมน ของเบลเยียม กลายเป็นนักเตะในประวัติศาสตร์ที่ไม่ใช่พวกคว้าแชมป์เยอะ ยิงประตูอุตลุด แต่ชื่อของบอสแมน ถูกจารึกตลอดกาลว่า นี่คือคนที่ปลดล็อกให้คนค้าแข้งมีอิสรภาพในการย้ายทีม บอสแมนเจออุปสรรคใหญ่ในการย้ายทีม จนขึ้นโรงขึ้นศาลและเป็นคดียักษ์ที่ศาลต่างๆ ในยุโรปลงมาประชาพิจารณ์ ก่อนจะฟันธงให้บอสแมน ชนะอำนาจของทีม ...ซึ่งจนถึงนาทีนี้ บางคนก็มีคำถามว่า มันนำมาซึ่งด้านดีหรือข้อเสีย เมื่อพบว่าพลังในการต่อรองและทรยศของนักเตะพร้อมจะมีมากกว่าในอดีต
Derbies
ขอโทษ! ยังจะมีฟุตบอลประเทศไหนอีกที่มีดาร์บีแมทช์ วัดกันเมามัน "มากมาย" เท่ากับที่อังกฤษอีก ? ที่ East Anglian มีหลายคู่ หนึ่งในนั้นคือ นอริช ซิตี ซัดกับอิปสวิช รองแชมป์ดิวิชั่น 1 ของอังกฤษในต้นยุค 80's (ที่นักเตะบางคนได้เล่นหนัง Escape to Victory) ยังมีดาร์บีใน East Lancashire, North London, South London, Merseyside และ North-West ยังไม่จบ ยังมี Manchester Derby แถมด้วยศึก Roses และ Tees-Wear และ Tyne-Wear (นิวคาสเซิล-ซันเดอร์แลนด์) ...ถ้าคุณสงสัยว่าบางถิ่นจะเจอกันหรือ อย่าลืมว่าอังกฤษมีถ้วยเอฟเอ คัพ อยู่นะเธอ
Half-Time Shit
มีหลายเรื่องที่ไม่เคยถูกเปิดเผยออกมา แต่มีหนังสือหลายเล่มได้เขียนแฉถึงมัน ในยุคแรกของพรีเมียร์ลีกนั้น เมื่อมีนายทุนต่างชาติมากขึ้นเข้ามาเป็นเจ้าของทีม พวกเขากับผู้หลักผู้ใหญ่คิดไอเดียประหลาดๆ ว่าสโมสรใหญ่ๆ ควรจะนำร่องด้วยการสร้าง Show ระหว่างเกม ก่อนเกม เพื่อเป็นสีสันของฟุตบอลยุคใหม่ แมนฯ ยู เริ่มก่อนด้วยการที่ตระกูลเกลเซอร์ "สะเหล่อ" ด้วยการเอาเชียร์ลีดเดอร์แบบอเมริกันฟุตบอลเข้ามาแสดงในสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด Show ขยะแบบนั้นถูกแฟนบอลและสื่อด่าอย่างไม่มีชิ้นดี จนต้องเลิกไปในที่สุด แฟนบอลรายหนึ่งถึงขนาดบอกว่า ฟาส์ตฟู้ดก็ขยะพอแล้ว ยังจะเอาโชว์ขยะมาไว้ในบอลอังกฤษอีก (แป่วว.
ยังไม่จบนะครับ ครั้งหน้ามาต่อกันครับ



