
เล่นหูเล่นตา : ข้างหลังโค้ช (1)
08 ธ.ค. 2557
คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา : ข้างหลังโค้ช (1) : โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม
ด้วยความเป็นผู้หญิงคนเดียวในรายการที่ฉันทำอยู่ ทำให้ฉันต้องมาถึงที่ทำงานก่อนใครๆ เพื่อจะแต่งหน้า (ศพ) แต่งตัวและอะไรอีกหลายๆ อย่างที่ต้องใช้เวลาอีกร่วมหลายชั่วโมง ... ในสตูดิโอที่ใช้ถ่ายทำตลอดฤดูกาลแข่งขันมีห้องแต่งตัวชาย-หญิงแยกกันเป็นสัดส่วน “ห้องขาว” สำหรับสาวสวยบริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างฉัน (กล้าพูด!) และ “ห้องดำ” สำหรับสุภาพบุรุษทั้ง 3 แต่ ... ในที่สุด พวกนั้นก็จะมามุดรวมกันในห้องขาวของฉันทำให้ฉันแปดเปื้อนมีมลทินในทันที พวกเขาไม่ได้มาทำอะไรฉันหรอก มาแต่งหน้า-ทำผมเพราะช่างทั้งหมดรวมกันอยู่ที่ห้องขาว เป็นที่เม้าท์แตกเรื่องชาวบ้าน ระบายอารมณ์ส่วนตัว จนถึงก่นด่าอะไรที่คับข้องใจในช่วงนั้น อย่าให้เล่าเลยเพราะเม้าท์กันจนไม่รู้เรื่องตัวเองหรือเรื่องชาวบ้านแล้ว หลังๆ เข้ามาในห้องบางคนก็นั่งนิ่งๆ เหมือนหมอเพิ่งให้ยาระงับประสาท ไม่แน่ใจว่าเหนื่อย ... กลัวบาปกรรม ... หรือโดนมนต์ดำ ใครเสกหนังควายเข้าท้อง ต่างคนต่างไม่รู้จะคุยอะไรกัน เดินออกไปหาของกินใส่ปากแก้เหงาซะงั้น! ทำให้ห้องขาวของฉันเหมือน “ห้องดับจิต” เข้าไปทุกที!
ช่วงนี้พวกเราแยกย้ายกันไปสอนเด็กในทีม ต่างคนต่างซุ่มทำงานของใครของมัน ไม่ค่อยได้มีเวลาเจอกัน ... แต่ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ทั้ง ก้อง สหรัถ, โจอี้ บอย และฉัน ได้มีโอกาสเจอกันที่งานเปิดต้นคริสต์มาสของเกษรพลาซ่า เป็นวันที่ก้องดูคึกคักเฮฮาและมีความสุขกว่าใคร แหย่คนนั้น แกล้งคนนี้ (ฉัน) ฉันถามว่า “บอกมาได้พรีเซ็นเตอร์อีก 10 ตัวรวด ... ถูกหวย หรือนอนเยอะ ทำไมอารมณ์ดีขนาดนี้นะก้อง?”
“ฉันนอนเยอะ แล้วก็ดีใจได้เจอพวกเธอ ไม่เจอมาตั้งนาน” อือ ... ผู้ชายคนนี้ นางเห็นค่าของ ณ ปัจจุบันเอามากๆ เหมือนเพลง live&learn ที่ว่า "อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด” ฉันไม่เคยเห็นเขาอารมณ์เสีย นอกจากเหนื่อย (นับเงิน) เวลาพูดถึงใครเขาก็พูดแต่แง่ดีของคนนั้น มิน่า ... ถึงไม่แก่! สวนทางกับฉันด้วยประการทั้งปวง ลองนึกเล่นๆ ว่า ถ้าฉันเป็นผู้หญิงหน้าตาสวย เกิดมาเป็นนักร้อง มีชื่อเสียงตั้งแต่วัยรุ่น มีคนคอยรัก ไม่ต้องตระเวนร้องเพลงกลางคืน โดนเจ้าของร้านโน้นร้านนี้ไล่ออกเป็นกิจวัตร ไม่ต้องเจอกับนักดนตรีแก่ๆ บางคนที่จ้องจะรังแก เอาเปรียบ ไม่ต้องเจอลูกค้าขี้เมาขว้างแก้วใส่ หรือโห่ไล่เวลาร้องเพลงช้าๆ ... ถ้าชีวิตไม่ขรุขระกันดารอย่างที่เคยเจอมา ฉันจะกลายเป็นคนมองโลกในแง่ดีแบบก้องหรือเปล่า? ... ในความจริงมันช่างเจ็บปวดและตรงกันข้ามกับที่ฝันไว้ อะไรที่ไม่อยากเจอ หรือ พยายามหลีกเลี่ยง ฉันก็เจอมาหมดแล้ว อดีตที่ฉันเจอเหมือนความฝัน มีแต่ “ฝันร้าย” ตลอด 20 กว่าปีของการร้องเพลงกลางคืน จะมีเพียงมิตรภาพดีๆ ของ "โก้ มิสเตอร์แซกแมน" ที่คอยเป็นทั้งที่พึ่งและกำลังใจ ... โก้เป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันอยากจะอ่อนโยนและใจดี อยากเป็นอย่างที่โก้เป็น (ใครจะร้ายก็ช่าง โก้ก็ยังใจดี) แต่ฉันก็เป็นได้แค่นี้! เมื่อต้องกลับมาเจอผู้คนร้ายๆ ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะต้องมีเขี้ยวเล็บไว้ป้องกันตัวเอง รวมถึงนิสัยปากร้ายที่ไม่ได้มีมาแต่กำเนิด แต่เกิดเพราะจำเป็น ไม่เช่นนั้น ... คงกลั้นใจตายเพราะสงสารตัวเอง ตั้งแต่หน้าไปยันชีวิต และฉันคงไม่มีเรี่ยวแรงให้เข้มแข็งเดินมาไกลจนถึงวันนี้เป็นแน่!
เมื่อชีวิตฉันเป็นของมันแบบนี้ ฉันก็ต้องประคับประคองมันต่อไป เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อยู่ท่ามกลาง “ความรัก” และ “ความเกลียด” ที่เบียดเสียดกันเสียจนฉันไม่รู้ว่า “ฉันอยู่ได้ด้วยความรักที่หนักแน่น” หรือ “ฉันอดทนต่อความเกลียดได้ดีกันแน่?” ทุกครั้งที่อยู่ใกล้โก้ ฉันก็จะเย็นลงได้สักพักใหญ่ๆ
ก้องดีใจที่ได้เจอฉันกับโจอี้บอย แต่ฉันไม่ดีใจที่ได้เจอพวกผู้ชายพวกนี้สักเท่าไหร่ เพราะคุยกันไม่ทันไร สาวๆ ก็จะมากรี๊ดๆๆๆ ก็ต้องให้เวลาบรรดาคุณผู้ชมสาวๆ ได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้ชายในฝัน ... อีตอนขึ้นไปบนเวทีร้องเพลงร่วมกัน (น่าเสียดายที่แสตมป์ ตี๋เล็กของพวกเราไม่มา) ฉันขอบอกเลยว่า เละตุ้มเป๊ะค่าคุณตำรวจ! ต่างคนต่างก้มหน้ามองเนื้อเพลงที่แปะอยู่หน้าตู้ขยายเสียง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ร้องทับกันไปมา เพราะมันตื่นเต้นกันเองที่ไม่ค่อยได้ร้องเพลงร่วมกัน คุณชายโจอี้ บอย ก็แต่งหล่อสวมแว่นมายืนเก๊กอยู่ข้างๆ ร้องแค่ “เย่! ... โย่ว!” คนฟังก็กรี๊ดหูจะแตก เอิ่ม ... เมิงจะหากินง่ายไปป่าวคะเฮีย?จะว่าเฮียมันก็ไม่ถูกนัก เพราะฉันเป็นคนเลือกเพลงเองโดยเลือกเอา “ก้อง” เป็นที่ตั้งก่อน เอาเพลงที่ก้องร้องได้อยู่แล้วนั่นแหละ เดี๋ยวฉันไปฝึกร้องตาม ส่วนโจอี้ บอย ก็ร้องแค่ท่อนฮุก (hook) ปรากฏว่าพอเอาจริงมันยืนเฉยๆ อ่ะค่า... เดาว่ามองเนื้อเพลงไม่เห็นแหงๆ อีเฮียทำหน้าเจื่อนแบบมาเฟียหนังฮ่องกงตอนเสียหน้าต่อหน้าลูกน้องทั้งแก๊งค์ยังไงยังงั้น สุดท้ายเฮียร้องเพลงนูโวซะเลย “ลืมไปไม่รักกัน” อันนี้ฉันร้องไม่ได้ ฉันก็ยืนอึ้งกิมกี่อยู่บนเวที (ทีใครทีมัน) สุดท้ายโจอี้ บอย จบแบบหล่อๆ กู้หน้าคืนได้สำเร็จ! สำหรับฉัน...ข้อผิดพลาดคือธรรมชาติของฉันค่าคุณผู้ชม! เดินสวยๆ ลงเวทีแล้วตะกายขึ้นรถกลับบ้าน ค่อยไปสำนึกทีหลังเดี๋ยวคนดูจับได้!
พอกลับมาเจอกันในห้องแต่งตัวที่สตูดิโอก่อนขึ้นนั่งบนเก้าอี้สีแดงรอบถ่ายทอดสด พวกเราก็เลอะๆ เทอะๆ ไม่มีมาด ไม่มีฟอร์ม ไม่เหมือนที่เห็นในทีวี ... ฉันนั่งแต่งหน้าอยู่ แสตมป์เดินเข้ามาในห้องแล้วกอดฉันแน่นราวกับกลัวฉันแตกสลายลงไปด้วยแรงก่นด่าของใครๆ อย่างที่บอก นางเป็นห่วงฉัน นางคงไม่รู้ว่ากำลังกอด “ลีหมกโช้ว” อยู่ นางคงคิดว่าฉันดูบอบบางแบบเซียวเหล่งนึ่ง เอ่อ ... ผู้ชายใจดีและอบอุ่นแบบนี้ใช่มั้ยที่ผู้หญิงชอบกัน แสตมป์กอดฉันไว้นานกว่าปกติที่เคย “เอิ่ม ... ตกลงมาให้กำลังใจกรูหรือมาเอากำลังใจจากกรูคะแสตมป์ ถ้ายังไม่ปล่อย กรูจะร้องให้คนช่วยนะ กอดขนาดนี้คิดอะไรกับพี่รึเปล่า?” ฉันคิดในใจ ไม่กล้าคิดดังๆ เพราะเกรงว่าแสตมป์จะตอบว่า “คิดถึงแม่!” จะทำให้หมดอารมณ์ก่อนทำงานได้
“พี่โอเค พี่ไม่เป็นไรหรอก แสตมป์” แสตมป์คลายอ้อมกอดออก แล้วมองหน้าฉันอย่างเป็นกังวล
โปรดติดตามตอนต่อไป



