บันเทิง

Eat play life:'ตลาดม่วงออนไลน์'

Eat play life:'ตลาดม่วงออนไลน์'

02 ธ.ค. 2557

'ตลาดม่วงออนไลน์' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
          ในการเสวนาเทรนด์ของแบรนด์ปี 2014 นั้น ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ยกตัวอย่างว่าช่องทางหนึ่งที่ช่วยนักการตลาดยุคใหม่ได้ก็คือ "ออนไลน์"
 
          "เมื่อก่อนนักการตลาดจะทำการตลาด ไม่ค่อยมีข้อมูลในการวิเคราะห์เท่าไหร่ ไม่ค่อยรู้ว่าคนซื้อเป็นใคร เป็นอะไรต่างๆ มันจะเป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยชัดเจนมาก แต่เดี๋ยวนี้พอเราเข้าสู่ยุคออนไลน์เราจะเห็นว่าข้อมูลทุกอย่างมันวัดได้หมดเลย ตั้งแต่มีคนเข้ามากี่คน เป็นคนดูกี่คน เป็นอะไรต่างๆ เพราะออนไลน์มันวัดได้ทุกจุด มันรู้เลยว่าคนนั้นเป็นผู้หญิง ผู้ชาย อายุเท่าไหร่ทั้งหมดนะครับ 
 
          ฉะนั้นในแง่เรื่องการทำวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงออนไลน์ วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าออนไลน์ เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเยอะ  ยกตัวอย่างเช่น พอเราเริ่มมีข้อมูลวิเคราะห์ได้ปุ๊บนะครับ อย่างเมื่อสัก 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่ TARAD.com ผมมีแคมเปญหนึ่งเกิดขึ้นมา เราเริ่มเห็นว่าสื่อต่างๆ อย่างเช่น เฟซบุ๊กเอง กูเกิลเองก็ดี มันเริ่มสามารถทำ Segment ได้ ผมทำแคมเปญขึ้นมาชื่อว่าแคมเปญ gayday คือเราจะขายของ "เฉพาะเกย์" เท่านั้นเลย เข้าไปปุ๊บจะเจอเครื่องมือออกกำลังกายปั๊มให้กล้ามมันบวมขึ้นมาเลย เพราะเกย์ชอบกล้ามบวมๆ นะครับ แล้วก็เครื่องสำอางผู้ชายนะครับ พวกไวตามินกินให้มันเบิ้มนะครับ 
 
          แล้วก็มีเสื้อผ้าผู้ชายธรรมดาไม่ใส่นะครับ หรือจะเป็นถุงยางอนามัยนะครับ บางเฉียบเลยนะครับ ซึ่งพวกนี้เรารู้ว่า Target เราทำหน้าขึ้นมาสีม่วงอ๋อยเลยนะครับ แล้วเราก็ใช้สื่อการตลาดที่เจาะเฉพาะกลุ่มเกย์ เราใช้เฟซบุ๊ก มาร์เก็ตติ้ง เข้าไปจับกลุ่มเกย์ ปรากฏว่ายอดขายโตถล่มทลาย เพราะกลุ่มเกย์มีกำลังซื้อจริงๆ มีเงินเยอะจริงๆ กลุ่มเกย์ไม่มีลูกนะครับ อาจจะมีผัวนะครับ เงินก็ไม่ค่อยได้ใช้อะไรเท่าไหร่ ก็จะ Spend เกี่ยวกับเรื่องตัวเอง 
 
          ฉะนั้น ออนไลน์เริ่มเข้ามามีบทบาท เริ่มใช้ในเชิงวิเคราะห์พวกนี้ได้ดีมากขึ้น เพราะฉะนั้นนักการตลาดในยุคต่อไปจะฉลาดมากขึ้น เพราะเรารู้เครื่องมือ เรารู้พฤติกรรมลูกค้ามากขึ้น นั่นคืออันที่ 3 ที่ผมมองนะครับ
 
          เมื่อถามว่า แบรนด์ที่อิงกับโซเชียลมีเดียมีจุดแข็งหรือข้อด้อยอะไรบ้าง โศภิณ เงินสวัสดิ์ ผู้บริหารของพีอาร์เอเจนซีอย่าง Ripple Effect ใช้เวลาครุ่นคิดจากประสบการณ์ ก่อนจะอธิบาย
 
          "ถามว่าแบรนด์เก่าวันนี้ตายไปมากหรือไม่ และแบรนด์ที่จะรอดชีวิตในโลกยุค Social Media internet ต้องวางตัวอย่างไร ก่อนที่จะถามว่าแบรนด์ไหนตาย แบรนด์ไหนรอด คงต้องดูว่านับแต่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อสังคมมากขึ้นนั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง อันดับแรก คือ แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการรายย่อยใหม่ๆ ที่ติดตลาดยาก นอกจากจะเติบโตอย่างใช้เวลา หรือใช้กลวิธีแบบป่าล้อมเมืองอย่าง Hotpot บุฟเฟ่ต์ หรือเป็นคนที่เห็นช่องว่างทางการตลาดอย่าง "เถ้าแก่น้อย" 
 
          ในวันนี้เราจึงเห็นแบรนด์หรือผู้ประกอบการรายย่อย ที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางการขาย มากมาย ไม่ว่าจะใน IG หรือใน FB สินค้าที่ขายก็เป็น เสื้อผ้า รองเท้า หมวก เครื่องสำอางโดยความนิยมที่เกิดขึ้นว่ากันว่า ง่าย สะดวก ทัน Trend ต่างประเทศ เอาง่ายๆ ตอนเฟอร์บี้ ติดกระแส ก็ใช้ช่องทาง IG เป็นหลัก
         
          แล้วถามว่าการเกิดของแบรนด์ใหม่ และแบรนด์เก่าในยุคโซเชียลมีเดียต่างใช้วิธีการอย่างไร แบรนด์ใหม่ และแบรนด์เก่า หลายยี่ห้อ ใช้ “หลักการเดียวกัน” คือ เอาตัวเองเข้าไปอิงกับ “ซุปตาร์” ทั้งหลาย อย่างแม็กนั่ม ตอนที่เกิดกระแสแรงๆ นั้นก็ใช้วิธีกวาด เจ้าพ่อ เจ้าแม่ IG เป็นแรงดึงดูด ซึ่งได้ผลแรงกว่า โฆษณาโทรทัศน์ เนื่องจากเกิดกระแสโพสต์ภาพ ฟินกับแม็กนั่ม 
 
          ส่วนกรณีแบรนด์ใหม่ ส่วนใหญ่ถ้าไม่เป็นของดารา ก็มักอยู่ในเครือข่าย แต่บางทีก็มีจ้างวาน สังเกตได้จากกรณีข่าวของใบเตย อาร์สยามที่โฆษณาใน IG ว่าใส่เสื้อผ้ายี่ห้อไหน อย่างไร สุดท้ายเจ้าของค่ายต้องออกกฎว่าให้ติดต่อค่าย
 
          หากที่น่าสนใจ และเป็นผลจากโซเชียลมีเดียคือ Accidental Hero ที่เกิดเพราะความ เก๋ แก่น เสี้ยว อย่างแม่บ้านมีหนวด Jay the Rabbit ถ้าก่อนหน้านั้น ก็ต้อง เชฟหมี ครัวกากๆ ที่วันนี้แบรนด์ต่างๆ เข้าไป อิงกระแสสร้าง “ยอด” ไม่ว่าจะเป็นซัมซุง หรือ มาม่า ทั้งหมดนั่นคือผลบวก แต่ผลลบของโซเชียลมีเดียที่ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ซึ่งสร้างมานาน สลาย หรือติดลบได้อย่างรวดเร็วก็มีหลายกรณี เพราะ “คาดไม่ถึง หรือลืมคาด” ไม่ว่าจะเป็น คลิปสาวสวยสอนพริ้วรอดตำรวจแบบชิว ชิว หรือ ล่าสุด คลิป “เหวี่ยง”ของ ขนมยี่ห้อหนึ่ง 
 
          ถ้าอย่างนั้นเราคงพูดได้ว่าโซเชียลมีเดียเสมือนดาบสองคมคือ อาจเป็น “ขุมทอง” หรือ “กับดักปลา ตายน้ำตื้น” หากแบรนด์ขาดความระวัง แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์ใหม่ๆ หรือแบรนด์ที่อิง กับกระแส ซุปตาร์คือ ส่วนใหญ่จะมาเร็ว แรงเร็ว และไปเร็ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า “ของดี แค่ไหน” 
เพราะถ้าดีจริง ก็ไม่ต้องกลัวตกกระแส"
 
          ข้อมูลเหล่านี้น่าสนใจอย่างยิ่ง
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ตลาดม่วงออนไลน์' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)