
คุยกับเดวิด ยุง-เชน จอหนสัน
30 พ.ย. 2557
บันเทิงต่างประเทศ : คุยกับเดวิด ยุง-เชน จอหนสัน ผูกำกับ-นักแสดงหนังสยองแบบเรียลิตี้!
นับตั้งแต่ความสำเร็จของหนังเล็กๆ อย่าง the blair witch project ในปี 1999 และความฮิตของหนังชุด paranormal activity ทำให้กระแสหนังสยองขวัญแบบที่เรียกกันว่า “found footage” ที่นำเอาลักษณะของสารคดีมาใช้ เล่นกับศักยภาพของกล้องและการบันทึก ได้รับความสนใจจากผู้ชมทั่วโลกแบบท่วมท้น แต่จะมีอะไรใหม่อีกหรือในหนังแนวนี้ มันสามารถขยาย “ความหลอก” และ “ความหลอน” ออกไปได้ไกลอีกสักแค่ไหน? คนที่จะมาตอบคำถามเหล่านี้คือ ผู้กำกับ เดวิด ยุง และ นักแสดงหนุ่ม เชน จอห์นสัน จากภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ the possession of michael king ที่เจ้าตัวยืนยันว่านี่คือ “ความแตกต่าง” แบบที่คนดูไม่เคยสัมผัสมาก่อน
@ คุณเข็นโปรเจกท์นี้ให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้อย่างไร
เดวิด ยุง : ผมทำงานเขียนบทมา 10-15 ปีแล้ว ก็ทำงานให้กับสตูดิโอในฮอลลีวู้ดนี่แหละ ผมจึงได้อ่านบทหนังมาเป็นร้อยๆ เรื่อง แล้วผมก็พบว่า ไม่ว่าบทหนังเหล่านั้นจะเจ๋งและยอดเยี่ยมแค่ไหนก็ตาม พอได้ลงมือสร้างจริงๆ จะมีรายละเอียดบางอย่างถูกเปลี่ยนไประหว่างทาง เพราะมันเป็นหนังสตูดิโอ คุณต้องเปลี่ยนตามใจมติของสตูดิโอ ผมจึงคิดว่าถ้าจะทำหนัง ผมขอทำหนังที่ทุนไม่สูงนัก แต่สามารถคุมทุกอย่างให้ออกมาตามใจเราได้จริงๆ แล้วเผอิญเพื่อนผมคนหนึ่งชวนผมว่า มาทำหนังกันเถอะ ทำหนังสยองขวัญทุนเล็กๆ กันสักเรื่อง ผมก็สนใจทันที ทีแรกผมวางเป้าว่าจะทำหนังแบบ found footage เพราะประหยัดงบนี่แหละ เราก็ทำหนังออกมา ผลปรากฏว่ามีบริษัทหลายแห่งยื่นความจำนงมาช่วยจัดจำหน่ายให้
@ ความพิเศษของหนังแบบ found footage คืออะไร นอกจากมันจะไม่ทุนสร้างไม่สูง
เดวิด ยุง : ทุนเป็นแค่เหตุผลหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ความพิเศษของหนังแบบนี้ก็คือ คนดูมักจะอยากเชื่อ ว่าภาพที่พวกเขาเห็นในจอนั้นคือ “เรื่องจริง” พวกเขาอยากรู้สึกกลัว คนเราไปดูหนังผีเพราะอยากให้คนทำหนังสร้างความกลัวให้กับพวกเรา ถึงอย่างนั้นก็ตาม หนัง found footage ส่วนใหญ่ ภาพจะดูดิบมาก ซึ่งผมอยากให้ภาพในหนังของผมดูดีและดูมืออาชีพกว่านั้น เราก็เลยเขียนให้ตัวละครเอกคือ ไมเคิล คิง เป็นนักทำหนังสารคดี ซึ่งเขาใช้กล้องเป็น เพราะฉะนั้นภาพที่เขาถ่าย จึงดูมืออาชีพกว่าพวกโฮมวิดีโอที่ถ่ายกันเล่นๆ
@ ต้องขอชมว่าภาพในบางฉากออกมาดูดีมาก และน่าขนลุกมากทีเดียว
เดวิด ยุง : ส่วนหนึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับผู้กำกับภาพของเรา ฟิล พาร์เมต เขาเป็นมืออาชีพมากๆ ฟิลเป็นตากล้องให้กับหนังอินดี้หลายเรื่อง เขาเคยร่วมงานกับเควนติน ตารันติโน และโรเบิร์ต โรดริเกซ เคยถ่ายหนังผีให้กับร็อบ ซอมบี้ ผ่านมาแล้วทั้งงานใหญ่งานเล็ก เขาช่วยเหลือผมได้มากๆ เขารู้ว่าควรวางกล้องตรงไหน จัดแสงอย่างไรเพื่อให้ได้บรรยากาศ ผมแค่บอกสิ่งที่ผมต้องการ แล้วเขาก็จะทำให้ทุกอย่าง หลายฉากมันออกมาเยี่ยมมากเลยใช่ไหม
@ ขอถามเชน จอห์นสัน คุณแทบจะอยู่ในทุกวินาทีของหนังเรื่องนี้เลย การทำงานครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง
เชน จอห์นสัน : มันก็เป็นประสบการณ์ที่สาหัสดี เพราะผมต้องอยู่ในทุกฉากของหนังเลย และทุกๆ วันผมต้อง “เตรียมพร้อม” กับทุกสิ่งที่ผมจะต้องเจอ เนื่องจากเราไม่ได้ถ่ายหนังเรียงตามลำดับเวลา บางวันเราอาจจะถ่ายฉากนี้ก่อน แล้วค่อยกลับมาถ่ายตอนต้น ผมต้องมีสมาธิและเตรียมพร้อมตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาของหนัง มันค่อนข้างรบกวนใจผมมากทีเดียว มันว่าด้วยคนที่ต้องการลองของ ท้าทายสิ่งเหนือธรรมชาติ ผมเชื่อว่าทุกคนเคยสงสัยว่า เรื่องแบบนี้มีจริงไหม มันจะน่ากลัวหรือเปล่าถ้าเราได้เห็นจริงๆ เฮ้ มันน่ากลัวเกินไปที่จะท้าทายนะ แต่ผมต้องทำทุกอย่างที่ว่านั่น พูดตามตรงนะ ผมกลัวอยู่ลึกๆ ตลอดการถ่ายทำ
@ มีบ้างไหมที่คุณรู้สึกกลัวจนทนไม่ไหวแล้ว
เชน จอห์นสัน : มีอยู่แล้วครับ ในฐานะนักแสดงมีหลายครั้งมากที่คุณต้องทำในสิ่งที่ตัวคุณเองรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงมากๆ สำหรับในหนังเรื่องนี้ ผมจะยกตัวอย่างสักฉากก็แล้วกัน มีฉากที่ไมเคิล คิงต้องทำพิธีปลุกปิศาจ ตอนเราถ่ายมันก็ดูสมจริงมาก ตัวจริงของผมรู้สึกว่า โอ้โหมันจริงเกินไปนะ แต่ผมก็ต้องแสดงออกเป็นไมเคิล คิง ตัวละครที่ผมเล่น คือมีลักษณะของความกลัวและท้าทาย ปัญหาก็คือ เมื่อการถ่ายทำจบสิ้นในวันนั้น ผมกลับไปนอนที่บ้าน สิ่งนั้นมันยังกวนใจผมอยู่ ว่าตกลงแล้วเราปลุกปิศาจขึ้นจริงๆ หรือเปล่า แล้วตัวผมจะเป็นอะไรไหม คุณเชื่อไหม กว่าผมจะนอนหลับได้ในคืนนั้น ผมกลัวมากๆ
@ นั่นน่าจะเป็นส่วนที่ทรมานที่สุดในการถ่ายหนังเรื่องนี้ใช่ไหม
เชน จอห์นสัน : ไม่ครับ ส่วนที่ยากสำหรับผม มันจะมีฉากที่ผมต้องใส่กางเกงในตัวเดียว แล้วปีนป่ายไปตามมุมต่างๆ ของบ้าน หลังจากที่ไมเคิล คิงคลั่งแล้ว เดวิดบอกให้ผมถอดเสื้อผ้าให้หมด และเหลือแค่กางเกงในตัวเดียว ถ่ายฉากนั้นเสร็จ ไหล่ผมก็ล้าไปหลายวัน
@ เกือบทุกฉากของหนังค่อนข้างสมจริงมาก แต่มีอย่างหนึ่งที่คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจริง คือ เสียงของปิศาจ คุณออกแบบเสียงอย่างไร
เดวิด ยุง : เสียงของปิศาจเป็นส่วนที่ท้าทายที่สุดในหนังเลยก็ว่าได้สำหรับผม สิ่งที่เราทำคือ เราใช้เสียงของเชน จอห์นสัน หรือไมเคิล คิง แต่เป็นเสียงที่ผ่านความเจ็บปวดบีบมาทางลำคอ และเราก็ขอให้ทีมงานมิกซ์เสียงให้มันดูคม แหลม และกังวาน ผมว่าคนดูบางส่วนอาจรู้สึกว่ามันดูคล้ายผีตุ้งแช่ไปหน่อย แต่ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องเสียหาย อันที่จริงมันก็ออกมาไม่ตรงกับที่ผมต้องการมากนัก แต่ด้วยระยะเวลาการทำงาน งบประมาณอันจำกัด ผมก็ทำเท่าที่เงื่อนไขต่างๆ มันเอื้ออำนวย โชคดีที่หลายคนบอกว่ามันน่ากลัวมาก
@ สุดท้ายแล้วคุณคิดว่าหนังของคุณจะแตกต่างจากหนัง found footage เรื่องอื่นอย่างไร
เดวิด ยุง : มันท้าทายนะ หนังเรื่องอื่นอาจจะเป็นการเอากล้องไปวางไว้ในบ้านผีสิงหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่หนังของเรา มันคือการท้าทาย ซึ่งผมคิดว่าลึกๆ แล้วพวกเราทุกคนอยากท้าทายเรื่องเหนือธรรมชาติ เราสงสัยเรื่องไม่เป็นเรื่องถึงจะรู้ดีว่าความสงสัยนั้นอาจจะนำอันตรายมาสู่ชีวิตเรา ผมคิดว่าไมเคิล คิง จะเป็นตัวแทนของทุกคน พาไปหาคำตอบอันลี้ลับนั้น และผมก็เชื่อว่า ทุกคนจะชอบและจะกลัว
สัมผัสประสบการณ์สยองของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ เริ่ม 18 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น



