
เป็นคุ้งเป็นเคว:'รังรักในจินตนาการ'
27 พ.ย. 2557
'รังรักในจินตนาการ' : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว
ช่วงเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะผ่านไป ผมมีความสุขมากที่ได้มีโอกาสละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์จากวันละหลายชั่วโมง เพื่อหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน และหนังสือที่ว่านี้ คือ "คีตกวีลูกทุ่ง ไพบูลย์บุตรขัน" ที่ วัฒน์ วัลยยางกูล เรียบเรียง
การอ่านครั้งนี้เป็นการอ่านหนังสือในวัยเกือบกึ่งศตวรรษที่มีเวลาว่างพอที่จะไปสำรวจพื้นที่จริงๆ จากท้องเรื่องในหนังสือที่บ้านครูไพบูลย์ บุตรขัน ที่สามโคก ปทุมธานี ถ้าใครนึกเส้นทางไม่ออกก็จะอธิบายคร่าวๆ ว่า ขึ้นทางด่วนจากกลางเมือง ผ่าน ถ.แจ้งวัฒนะ เลยไปเส้นที่จะไปปทุมธานี ตรงไปเส้นตัดใหม่ (หลังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต) ทางไปศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ซ้ายมือจะมีป้ายวัดสำแล เลี้ยวเข้าไปเลย ไม่น่าเชื่อเลยว่า บ้านเกิดของคีตกวีลูกทุ่ง อยู่แค่นี้เอง แต่สมัยก่อนไม่มีถนนตัดแบบทุกวันนี้ จึงดูไกลจากเมืองหลวงมาก
วันแรกที่ไปบ้านครูนั้น ไม่ได้มีการนัดหมายกับ คุณสุริยะ บุตรขัน หลานชายของครูที่ดูแลบ้านนี้อยู่ เลยไม่ทราบว่า ในเฟซบุ๊กชื่อ "ไพบูลย์ บุตรขัน" นั้น มีแผนที่อย่างละเอียดลงไว้อยู่ แต่ก่อนหน้านั้น ในช่วงกลางปีที่มีการจัดงานเปิดหุ่นไฟเบอร์กลาสของครู ผมได้มีโอกาสเดินทางไปบ้านครูจากวัดสำแล ทางเรือที่คณะผู้จัดงานเช่ามาให้บริการสื่อมวลชน
แต่ในวันนี้ เส้นทางบ้านครู ไม่มี "เรือด่วนสายบ้านแพน" ที่มี "เนื้อนวล" โดยสารเพื่อ "มาซื้อลำใยเงาะส้ม อีกทั้งขนมไปขายเสมอ" อีกแล้ว คราวนี้ก็ต้องคลำหาเส้นทางทางบก ซึ่งสอบถามชาวบ้านแถบนั้นก็ให้คำแนะนำได้ดี ยกเว้นคนต่างถิ่นหรือคนงานที่เพิ่งย้ายไปอยู่
เมื่อจอดรถเดินลัดเลาะตามบ้านไม้ ใต้ถุนสูง จนไปถึงบ้านครูจึงพบว่า บ้านแถบนั้นเป็นญาติของครูไพบูลย์นั่นเอง และน่าตกใจว่า บ้านคีตกวียังไม่ได้ต่อไฟฟ้าใช้ กำลังอยู่ในระหว่างรอช่างมาทำการติดตั้งสายไฟ แต่ในเย็นย่ำวันนั้น ผมก็ได้เห็นภาพ "ลิงโลด เด็กๆ กระโดดโลดเต้น โดดน้ำเล่นน้ำกระจายเป็นฟอง...." กับภาพอาทิตย์ลับขอบฟ้าฝั่งตรงข้ามบ้านครู ท้องฟ้ายามผีตากผ้าอ้อมงดงามยิ่งนัก
พอมืดสนิท ไม่มีแสงไฟฟ้ารบกวน ทำให้นึกถึงเพลง "เดือนต่ำดาวตก"ของครู โดยเฉพาะท่อนจบแสนประทับใจที่ว่า "...ผวากายหมายโลมเนื้อเกลี้ยง พบเพียงหมอนข้าง แทนที่แม่นางน้องเจ้าเคยนอน" เพลงท่อนนี้แว่วมาท่ามกลางความเงียบงัน ครูไพบูลย์ ได้ซึมซับบรรยากาศท้องคุ้งที่ธรรมชาติงดงาม แปรมาเป็นวัตถุดิบในการเขียนเพลงราตรีได้ไพเราะยิ่งนัก
และเมื่อกลางๆ เดือนที่ผ่านมา ประจวบ จำปาทอง เสียชีวิต ผมจึงต้องไปค้นเอกสารหนังสือเก่าๆ เกี่ยวกับชีวิตอาประจวบ จำปาทอง (ที่ได้เคยขับร้องเพลงชื่อ "สัปเหร่อ" ที่ครูไพบูลย์ประพันธ์) ซึ่งก็บังเอิญไปพบนิตยสารฉบับหนึ่งที่ไปสัมภาษณ์ คุณ ดวงเดือน ภรรยาของครูไพบูลย์ บุตรขัน พร้อมกับภาพบ้านหลังสุดท้ายของครูที่หมู่บ้านศักดิ์ชัยนิเวศน์ หลักสี่ จึงได้นัดหมายนำหนังสือไปให้พี่สุริยะ บุตรขัน ทำสำเนาเก็บไว้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
คุณสุริยะ เล่าให้ฟังว่า ได้นำเฟอร์นิเจอร์จากบ้านหลังสุดท้ายของครูมาไว้ที่บ้านริมน้ำเจ้าพระยาพร้อมๆ กับข้าวของเครื่องใช้หลายอย่าง บางคนอาจจะมองผ่านๆ ว่า สิ่งของเหล่านี้สามารถหาซื้อในตลาดขายของเก่าได้ แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะของทุกชิ้นที่นี่ คือข้าวของที่ครูไพบูลย์ใช้และสะสมไว้จริงๆ และเรื่องที่บังเอิญ(อีกแล้ว) คือ ตู้โชว์กลางบ้านคีตกวีลูกทุ่งไทยที่เป็นพิพิธภัณฑ์นั้น ตรงกับภาพในหนังสือที่คุณดวงเดือนนั่งถ่ายในหนังสือพอดิบพอดี
ในการเปิดบ้านครู (ซึ่งเปลี่ยนแปลงมาเป็นทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน เวลา 10.00-16.00 น.) ซึ่งจะตรงกับวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม นี้ เราจะได้เห็นภาพถ่ายคุณดวงเดือน อยู่ทางด้านซ้ายของหุ่นครู และจะเห็นตำแหน่งมุมตู้โชว์ที่คุณดวงเดือนนั่งในอดีตด้วย
และในวันนั้นมีนักร้องที่นำเพลงของครูไปขับร้องใหม่จะนำเครื่องเล่นเพลงไปไว้ในตัวบ้าน เพื่อเปิดผลงานเพลงของครูแว่ววนใฟ้ฟังตลอดทั้งวันด้วย และนัดหมายกันไว้ว่า จะนำต้นลัดดา ที่หาจนขาขวิดไปปลูกใส่กระถางไว้ด้วย เพื่อให้ "รังรักในจินตนาการ" จะได้มี "...ริมหน้าต่างปลูกซุ้มลัดดา ห้องนอนสีฟ้า ติดม่านชมพู..."
ในสมุดเนื้อเพลงของครูที่วางบนโต๊ะใกล้หุ่น มีเนื้อเพลงเพลงหนึ่ง ที่กาเหว่า เสียงทอง ขับร้องไว้ แต่ไม่ดังเท่าเพลง "หนุ่มเรือนแพ" นั่นคือ เพลง "หัวใจหล่นที่ลพบุรี" ซึ่งเป็นเพลงที่หล่นหายจากบันทึกต่างๆ และผมเคยเปิดเพลงนี้จากตลับเทปและชอบมากๆ โดยที่ไม่ทราบว่าครูแต่ง ซึ่งต้องหาวิธีนำออกมาแปลงเป็นไฟล์นำมาเปิดในบ้านครูให้จนได้
เพลงนี้ เนื้อร้องขึ้นต้นว่า "ผมทำหัวใจหล่นเอาไว้ที่ลพบุรี แม่คนสวยช่วยผมทีมันหล่นแถวนี้ที่ท่าขุนนาง..." (เขียนมาถึงตรงนี้ บังเอิญครั้งที่ 3 มีแฟนเพลงจากลพบุรี โทรศัพท์เข้ามาถามเรื่องงานอาประจวบ จำปาทอง พอดี เลยทำให้ทราบว่า ท่าขุนนางนั้นอยู่เลยวงเวียนพระนารายณ์ไปหน่อยนึง ) เพลงนี้ แฟนเพลงชาวลพบุรี น่าจะหามาฟังเพราะกล่าวถึงสถานที่ในอำเภอเมืองหลายแห่ง
ว่างๆ เมื่อยามดึก ผมก็เปิดอ่านหนังสือ "คีตกวีลูกทุ่ง ไพบูลย์บุตรขัน" ต่อ (ผมอ่านแบบช้ามากเพราะต้องคิดตามแทบทุกบรรทัด) หูก็นั่งฟังเพลงครูจากยูทูบไป บางเพลงเล่นเอาน้ำตาไหลอาบแก้มซะงั้น
แต่มามีความรู้สึกไม่ซาบซึ้งกับบางเพลงที่มีนักร้องรุ่นใหม่ๆ นำเพลงของครูมาขับร้องแล้ว เนื้อหาเพี้ยนไปอย่างไม่น่าให้อภัย ยกตัวอย่างเพลง "ชายคลอง" ที่ระพิน ภูไท ขับร้อง
"...ลิงโลด เด็กๆ กระโดดโลดเต้น โดดน้ำเล่นน้ำกระจายเป็นฟอง นั่นเรือแม่ค้า นี่เรือหาปลาน่ามอง... " ดัน ไปร้องและขึ้นตัวหนังสือคาราโอเกะปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มว่า
"ลิงโลดเด็กๆ กระโดดโลดเต้น แหวกน้ำเล่นน้ำกระจายเป็นฟอง นี่เรือแม่ค้า นั่นเรือหาปลาหน้ามอง..."
ส่วนท่อนแยก "...น้ำไหลใสกระเซ็นเป็นระลอก นกคู่เคล้าเย้าหยอกกันจู๋จี๋..." ก็ดันร้องผิดว่า "... น้ำใสไหลกระเซ็น เป็นระลอก นกภูเขาเย้าหยอกกันจู๋จี๋..." ร้องผิดแบบน่าเขกหัวมากๆ
จุดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ ทำให้ความหมายของเพลงเปลี่ยนไป การนำมาขับร้องใหม่ ควรจะเคารพผู้ประพันธ์ด้วย ยกเว้นเพลง "โธ่คนอย่างเรา" ที่ครูแต่ง แต่ระพิน ภูไท ขับร้องเพี้ยนไปในท่อนที่ว่า
"...ปวดใจแท้ๆ แหมมันช่างปวดรวดร้าวพิลึก
หัวใจสะอึกหัวใจสะอื้นอยู่อึงคนึง
รักเขาข้างเดียวเหมือนต้นข้าวเหนียวที่ยืนตายนิ่ง
น้ำมันท่วมไม่ถึงพี่จึงต้องแห้งเหี่ยวตายคานา...."
คำว่า "ตายนิ่ง" ที่ถูกต้องต้อง ต้องเป็น "ตายนึ่ง" จึงจะถูกความหมายและสัมผัสกับคำว่า "อึงคนึง" และ "ท่วมไม่ถึง" แต่ก็มีบางฉบับใหม่ๆ ที่ร้องผิดตามต้นแบบ โดยไม่ศึกษารายละเอียดความน่าจะเป็น ในยุคนั้นต้นฉบับเป็นลายมือ ระพินจึงร้องผิดก็เป็นได้ การนำมาขับร้องใหม่ จึงต้องคิดและจินตนาการตาม ไม่ใช่สักแต่อ่านเนื้อแล้วร้องให้จบๆ ไป
คนอ่านหนังสือช้าๆ ฟังเพลงแบบทุกเม็ดคำ และน้ำตารื้นกับบทเพลงบ่อยๆ อย่างผม จึงหงุดหงิดมากเป็นธรรมดา เมื่อได้ยินเพลงเพี้ยนๆ เหล่านี้
การเปิดบ้านคีตกวีลูกทุ่งไทยครูไพบุลย์ บุตรขัน ให้ชมในวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม เดือนหน้า ครั้งสุดท้ายของปีนี้ ผู้ที่สนใจโปรดโทรแจ้งกันล่วงหน้าที่ โทรศัพท์ 08-1613-3254, 09-4497-2674 ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงแต่ต้องมีเจ้าหน้าที่อยู่ร่วมด้วย เพราะสิ่งของหลายอย่างเปิดให้ชมกันแบบใกล้ชิด ไม่ได้ล้อมคอกหรือใส่กุญแจแน่นหนา ดังนั้นการป้องกันในเรื่องการสูญหายหรือเสียหายจึงต้องรอบคอบมาก
.......................................
(หมายเหตุ 'รังรักในจินตนาการ' : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว)



