บันเทิง

ทีวีสีรุ้ง:หลังพรุ่งนี้ก็มีอีกวัน

ทีวีสีรุ้ง:หลังพรุ่งนี้ก็มีอีกวัน

26 พ.ย. 2557

หลังพรุ่งนี้ก็มีอีกวัน : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์

 
 
          รู้ทั้งรู้ว่ามันคือหนังที่นำมาฉายในสารพัดช่องทางทีวีดิจิทัล แต่ก็ไม่วายเผลออินกับมัน ก็น่าคิดอยู่มั้ยล่ะคะที่ได้เห็นภาพเทพีเสรีภาพกำลังจะจมไปกับพายุหิมะพร้อมๆ กับเหล่าตึกระฟ้าในเมืองแมนฮัทตัน จะว่าไป มันก็มีความคล้ายกับข่าวในช่วงนี้เหลือเกิน เพราะในประเทศสหรัฐอเมริกา มีบางพื้นที่ประสบกับสภาพอากาศแปรปรวนมีพายุและหิมะสูงถึง5ฟุตครึ่ง ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ปกติ ซึ่งในหนังที่อ้อมดูคือ The day after tomorrow มันโหดกว่าเยอะค่ะ แต่ใครจะกล้ายืนยันล่ะคะว่ามันจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง!!
 
          หนังเรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องของภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่มาเยือนโลกจากปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งนำมาสู่การเกิดพายุหิมะที่ทำให้เกือบครึ่งค่อนโลกอาจต้องกลายเป็นเมืองหิมะ หรือ กลับไปเป็นมนุษย์ยุคน้ำแข็ง มันดูไกลตัวมากถ้าเราพูดถึงปัญหาพายุหิมะ เพราะบ้านเรา มากสุดก็มีแค่แม่คะนิ้ง ^_^ แต่ในหนังทำให้เห็นถึงความน่ากลัวของความหนาวเหน็บตามธรรมชาติ ซึ่งต่อให้คุณซุกตัวอยู่ในตึกที่แข็งแรง ก็ไม่วายจะพ่ายต่อความเย็นที่มาเยือน จุดที่น่ากลัวที่สุดคือ ความรวดเร็วของอุณหภูมิที่สามารถลดลงได้ ทุก 10 องศาในเวลา 1 นาที แค่ชั่วระยะเวลาแป๊บเดียว คุณสามารถแข็งตายได้เลย แต่หนังก็คือหนังค่ะ สุดท้ายทุกอย่างมีทางออก พายุสงบ อากาศสดใส พ่อเจอลูก ผู้คนได้รับความช่วยเหลือ
          
          แต่ความน่าสนใจคือ หนังทำให้เราเห็นว่า ใจกลางพายุ มันจะต่างอะไรกับใจกลางปัญหาทุกอย่าง มันต้องรอวันและเวลาที่จะคลี่คลาย อย่าลืมว่า ไม่มีอะไรอยู่กับเราถาวร กระทั่งภัยทางธรรมชาติที่มาแล้วก็ยังต้องไป แต่ถ้าถามว่า ใช่มั้ย ที่การมาเยือนของเขา มันคือการมาเพื่อปรับสมดุล หรือแจ้งข่าวกับเราว่า ถึงเวลาแล้วนะ ที่เราจะต้องให้ความสนใจกับอะไรที่เราดำรงอยู่ อ้อมว่ามันก็ใช่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นโลกหรือกระทั่ง “โรค” เพราะอีกรายการที่ได้ดูหลังจากตื่นขึ้นมาอีกรอบในเช้าวันอาทิตย์ ไล่ดูทีวีดิจิทัลสารพัดช่อง ก็จะเจอรายการสำหรับเด็ก ซึ่งไม่พ้นการ์ตูนซะส่วนใหญ่ ดีนะคะ อย่างน้อยเขายังได้มีจินตนาการ และที่สำคัญ ออกห่างจากบรรดา gadget ทั้งหลายบ้าง บางรายการที่ไม่ใช่การ์ตูน ก็จะเป็นช่อง 3HD “คิดเช่นเห็นต่าง” ก็มีการเล่าข่าวตามสไตล์ช่อง 3 แต่มีน้องปั๊นและเต้ย ทำให้เห็นช่วงวัยที่ต่างกัน แต่สามารถร่วมวงสนทนากันได้
 
          พอลองเปลี่ยนมาที่ช่อง Amarin ก็ได้เห็นภาพพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังพูดถึง “ธรรมะ” ว่าช่วยให้เธอมีสติในการดำรงชีวิตมากขึ้น ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้ม การพูดคุยที่สบาย เธอคือคุณ ณฐกมล เอี่ยมทรัพย์ ซึ่งป่วยเป็น ”มะเร็งเต้านม” ตลอดการใช้ชีวิตของเธอ ไม่เคยมีสัญญาณเตือนอาการเจ็บป่วยใดๆ เลย เธอใช้เวลาไปกับการทำงาน กิน ดื่ม สูบบุหรี่ เที่ยว จนไม่มีเวลาพักผ่อน ซ้ำการกิน ก็เน้นไปทางปิ้งๆ ย่างๆ ไม่กินผัก จนวันหนึ่ง เธอตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นสาเหตุการณ์เสียชีวิตอันดับหนึ่งของผู้หญิงไทยในปัจจุบัน สำหรับเธอแล้ว มะเร็งทำให้เธอต้องสูญเสียทุกอย่าง ทั้งร่างกาย เงินทอง และเพื่อนฝูง แต่พอถึงจุดหนึ่ง เธอยอมรับที่จะปรับและเปลี่ยนที่ใจของเธอ มันนำไปสู่การใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นการกิน เธอหันมากินผัก กินอาหารเพื่อดำรงชีวิต มากกว่ากินเพื่อบันเทิง อ่านหนังสือธรรมะเพื่อเป็นอาหารใจให้กับตัวเอง วันนี้เธอมีชีวิตที่มีรอยยิ้ม เรียกได้ว่า ถ้าเดินสวนกับเธอบนถนน เราจะไม่มีทางรู้ว่า เธอผ่านอะไรมาบ้าง รายการที่ว่านี้คือ ชีวิตลิขิตโรค ค่ะ
 
          อ้อมว่า ไม่ว่าจะภัยพิบัติที่มีต่อโลก หรือภัยพิบัติที่เกิดจากโรค ต่างมีสัญญาณเตือนเราทั้งนั้น อยู่ที่เราจะรับสัญญาณนั้นมั้ย และเมื่อรับแล้ว เราเลือกที่จะปรับและเปลี่ยนพฤติกรรมของเรารึเปล่า ขอบคุณคุณณฐกมล เธออาจไม่รู้ว่า ใจที่เปิดของเธอ มันอาจจะนำพามาซึ่งการเปิดใจของใครอีกหลายคน  
 
.......................................
(หมายเหตุ หลังพรุ่งนี้ก็มีอีกวัน : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)