
เอกเขนกดูหนัง:'The Good Lie'
21 พ.ย. 2557
'The Good Lie' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
คุณค่าของการมีชีวิต มันช่างงดงาม...ดูเหมือนว่า นี่คือหนึ่งในสาระสำคัญที่หนัง The Good Lie ต้องการสะท้อนเอาไว้
เรื่องราวของเพื่อนพ้องน้องพี่ ที่อพยพหนีตายจากสงครามกลางเมืองในซูดาน มาตั้งรกรากในอเมริกา แม้นไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมาแท้ๆ แต่ความผูกพันจากเมื่อครั้งช่วยพากันหนีรอดจากความตาย กลางทุ่งหญ้าทะเลทรายในแอฟริกา ได้หลอมรวมความรักความปรารถนาดีของ 5 พี่น้องจนเป็นหนึ่งเดียวกันในที่สุด
The Good Lie เปิดฉากแรกได้อย่างทรงพลัง ในฉากที่ 4 พี่น้องเตรียมรอขึ้นเครื่องบินลี้ภัยไปอเมริกา หลังจากนั้นก็ตัดกลับไปเล่าเหตุการณ์สะเทือนใจในสงครามกลางเมืองฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างซูดานเหนือและใต้ช่วงปี 1983 วันหนึ่งระหว่างเด็กๆ พาสัตว์ออกมากินหญ้านอกหมู่บ้าน ทันใดนั้นกองทหารซูดานเหนือก็บุกเข้าโจมตีหมู่บ้าน ลงมือฆ่าทุกคนอย่างโหดเหี้ยม รวมถึงหัวหน้าเผ่า พ่อของสามพี่น้อง ธีโอ, มาแมร์ และอบิทัล ก่อนตายพ่อฝากฝังตำแหน่งหัวหน้าเผ่าให้ธีโอ ลูกชายคนโต รับหน้าที่พาน้องๆ และเด็กคนอื่นๆ ในเผ่า ที่ก็ตกอยู่ในสถานะกำพร้าทันทีทันใด ให้หนีไปยังชายแดนเอธิโอเปียเพื่อความปลอดภัย
เด็กๆ พาเดินเท้าไปตามแนวป่าและทะเลทรายแห้งแล้งเป็นระยะหลายร้อยไมล์ บางคนเจ็บป่วยและขาดน้ำจนล้มตาย ขณะที่ธีโอพาน้องๆ เดินทางมาจวนถึงเอธิโอเปีย พวกเขากลับพบว่า ผู้คนจากที่นี่กำลังเดินอพยพหนีไปภัยสงครามและความแห้งแล้งสวนทางออกมาเช่นกัน ซึ่งระหว่างนั้นเด็กๆ ก็ได้รู้จักกับเพื่อนร่วมทางคนใหม่ เจเรไมห์ ผู้เปี่ยมศรัทธาในพระเจ้า และพอล เด็กน้อยที่มีทักษะการเอาตัวรอดสูงท่ามกลางความแห้งแล้งกันดาร (เขาเป็นคนแนะนำวิธีดื่มน้ำจากแหล่งน้ำใต้พื้นดินให้เพื่อนๆ) ก่อนจะตัดสินใจออกเดินทางร่วมกัน แต่หลังจากนั้น ธีโอ ถูกทหารจับกุมตัวไป ปล่อยให้มาแมร์ รับหน้าที่หัวหน้ากลุ่มออกเดินทางพาเพื่อนๆ จนไปถึงค่ายอพยพชายแดนประเทศเคนยาจนปลอดภัยในที่สุด (ระหว่างเดินทาง เพื่อนบางคนล้มป่วยตายลงไปบ้าง ส่วนคนที่ป่วยหนักก็เสียชีวิตลงหลังจากเข้ามาอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยได้ไม่กี่วัน)
มาแมร์, เจเรไมห์, พอล และอบิทัล กลายเป็นเพื่อนที่สนิทกัน ทั้งสี่รักใคร่กลมเกลียวดุจพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน (แม้จะเหลือเพียง มาแมร์กับอบิทัล เท่านั้นที่เป็นพี่น้องกันจริงๆ ส่วนเจเรไมห์และพอล คือเพื่อนร่วมทางที่บังเอิญเจอกัน แต่ก็ร่วมหัวจมท้าย กอดคอเดินเท้าฝ่ากระสุนปืนรอดตายมาด้วยกัน) 13 ปีผ่านไปกับชีวิตในค่ายผู้อพยพ ทั้งสี่เติบใหญ่เข้าสู่วัยหนุ่มสาว โอกาสครั้งใหญ่ในชีวิตก็เดินทางมาถึง เมื่อทั้งหมดได้สิทธิ์ในการเข้าไปตั้งรกรากสร้างชีวิตในอเมริกา แต่โชคไม่ดีนักที่ต้องถูกจับแยกกัน มาแมร์ พอล เจเรไมห์ ไปอยู่แคนซัส ส่วนอบิทัล แยกไปนิวยอร์ก
The Good Lie ไม่ได้แค่สะท้อนความโหดร้ายของสงครามและความรุนแรงที่มนุษย์แสดงต่อกันอันเนื่องมาจากความเกลียดชัง แต่หนังยังพยายามสะท้อนให้เห็นถึงความฝัน ความมุ่งมาดคาดหวังในอนาคตของตัวเอง แม้สถานะของพวกเขาจะเป็นแค่ผู้ลี้ภัย เรียกตัวเองว่าเป็นเพียงเด็กหลง (Lost Boys) มาแมร์ฝันอยากเรียนหมอ และทำงานส่งตัวเองเพื่อการนี้ ความยากลำบากในวัยเด็ก ความรักในการเรียน ทำให้เขามีความมุ่งมั่นใส่ใจในการเรียนจนล้ำหน้าเพื่อนร่วมชั้น ในวิชาวรรณคดี มาแมร์สามารถวิเคราะห์วรรณกรรมคลาสสิกของมาร์ค ทเวน อย่างฮัคเคิลเบอรี ฟินน์ และ ทอม ซอว์เยอร์ ให้อาจารย์และเพื่อนๆ ในชั้นเรียนฟังได้อย่างฉาดฉาน ในขณะที่พอลเอง ก็ต้องการเป็นที่ยอมรับและการมีตัวตนในสังคมฐานะมนุษย์คนหนึ่งเช่นกัน ส่วนเจเรไมห์ ก็ค้นพบว่าการทำงานรับใช้พระเจ้าคือสิ่งที่เขารักที่สุด
เส้นเรื่องหลักๆ ของหนังถูกแบ่งออกเป็นสองพาร์ท ครึ่งแรกว่าด้วยการเดินเท้าของเด็กๆ ที่ออกย่ำบนไปบนพื้นดินแล้งร้อนเป็นระยะทางกว่าพันไมล์เพื่อหนีภัยสงคราม การเดินของพวกเขาพบเจออุปสรรคมากมาย จนเพื่อนร่วมทางตัวน้อยๆ ล้มหายตายจากไปหลายคนกว่าชีวิตจะปลอดภัยพร้อมด้วยสวัสดิภาพเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในฐานะผู้ลี้ภัยแห่งค่ายอพยพชายแดนเคนยา ส่วนครึ่งเรื่องหลังก็ว่าด้วยการเผชิญโชคในเมืองใหญ่ ที่ต้องดิ้นรนทำงานหาเงินเพื่อผลักดันชีวิตไปสู่โอกาสที่ดีกว่า
พาร์ทแรก แม้หนังจะแสดงภาพความโหดร้ายที่ผู้คนกระทำต่อกันจากสงครามกลางเมืองระหว่างซูดาน เหนือ-ใต้ แต่กระนั้นหนังก็ยังให้ภาพความใสซื่อของเด็กๆ การพยายามเรียนรู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากสงคราม ในขณะที่พาร์ทหลัง เด็กๆ (วัยรุ่น) เหล่านั้นไม่เพียงต้องพยายามเรียนรู้เพื่อเอาชีวิตรอด หาเลี้ยงปากท้องจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ เท่านั้น หากแต่ต้องคิดหาหนทางผลักดันความฝัน ศรัทธา ของตัวเองให้เป็นจริง และโชคดีที่ได้อาสาสมัครประจำองค์กรการกุศลเข้ามาเป็นที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือ แต่จุดหมายที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นคือการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาของพี่น้อง ซึ่งมาแมร์พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ความตั้งใจของเขาบรรลุผล แม้จะต้องใช้วิธี Good Lie ด้วยการเสแสร้งแกล้งโกหกเพื่อทำความดีก็ตาม ซึ่งมาแมร์ได้ไอเดียวิธีนี้ มาจากการวิเคราะห์วรรณกรรมเยาวชนที่ฮัคเคิลเบอรี่ ฟินน์ ใช้วิธีนี้เพื่อช่วยเหลือทอม ซอว์เยอร์ เพื่อนรักของเขา
The Good Lie มีกำหนดเข้าฉาย 10 ธันวาคมนี้ เพราะด้วยความที่หน้าหนังก้ำกึ่งระหว่างความเป็นหนังดราม่า เรียกน้ำตาชวนซาบซึ้งประทับที่น่าจะสร้างกระแสได้ไม่ยากกับสถานะของการเป็นหนังดราม่าธรรมดาเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้มีความน่าสนใจโดยเฉพาะจุดขายของนักแสดง (ที่มีเพียงรีส วิทเธอร์สพูนเป็นที่รู้จักเพียงคนเดียว) และน่าจะเข้าถึงคนดูได้แค่เฉพาะกลุ่มเท่านั้น ทำให้ผู้จัดจำหน่ายต้องชั่งใจด้วยการเปิดฉายรอบนักวิจารณ์แต่เนิ่นๆ เพื่อเรียกกระแสให้หนังก่อนฉายจริงนานเกือบเดือน และนี่คือเหตุผลหนึ่งว่าทำไมคอลัมน์เอกเขนกดูหนังสัปดาห์นี้ ถึงเลือกรีวิว The Good Lie เรื่องนี้
.......................................
(หมายเหตุ 'The Good Lie' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)



