
ค้นหัวใจอีกด้านของบอมบ์-ริชชี่
ค้นหัวใจอีกด้านของบอมบ์-ริชชี่ กว่าจะมีวันนี้ในสวยร้ายสายลับ : เรื่อง มงคล บุญคุ้ม ภาพ วริศรา วุฒิกุล
กำลังวาดลวดลาย ให้ผู้ชมได้ อึ้ง ทึ่ง เสียว กันยกใหญ่ สำหรับละครบู๊ ผสมคอมมาดี้ สุดมันส์อย่าง สวยร้ายสายลับ กับพระเอกนางเอกที่โคจรมาพบกันครั้งแรกของ "บอมบ์" ธนิน มนูญศิลป์ และนางเอกละครน้องใหม่แกะกล่องอย่าง "ริชชี่" อรเณศ ดีคาบาเลส บันเทิง หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก เลยไม่รอช้า คว้าทั้งคู่ มานั่งพูดคุยกันแบบเปิดใจทุกเรื่องราว
ละคร"สวยร้ายสายลับ"
ในละครเรื่องนี้บทบาทเป็นอย่างไรบ้าง ยากง่าย แค่ไหน
ริชชี่ : รับบทเป็นผู้กองเมษา เป็นตำรวจที่มีอุดมการณ์ อยากเป็นตำรวจตั้งแต่เด็กๆ แล้วครอบครัวของนางเอก ทำธุจกิจผิดกฎหมาย คือการขายเศียรพระ แล้วในเรื่องก็ต้องเป็นสายลับคอยสืบหาเรื่องราวต่างๆ มันจะมีในส่วนที่ต้องบู๊ ต่อยตี แล้วก็มีส่วนที่ต้องดราม่าเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวด้วย ถามว่าการที่ได้มารับบทบาทในละครมันยากง่ายแค่ไหน ส่วนตัวหนูถือว่าโชคดีนะ ที่เราเป็นนักกีฬาด้วย ความคล่องตัวอะไรหลายๆอย่าง มันช่วยได้เยอะเลย สำหรับบทบู๊ มันก็สนุกแปลกใหม่ ถือว่าเป็นความท้าทายของหนูอีกรูปแบบหนึ่ง สำหรับความเหมือนผู้กองเมษาต่างกันกับหนูมาก เพราะตัวละครตัวนี้ มีความมั่นใจสูง ดุ ไม่กลัวใคร และมีจริตที่เป็นผู้หญิงเยอะมาก
บอมบ์ : ของบอมบ์เป็นตำรวจยศผู้กอง ชื่อผู้กองขั้นเทพ เป็นคนที่ทำงาน มุ่งมั่น ไฟแรง แล้วบังเอิญเราได้ภารกิจ ที่ตรงกันกับนางเอกพอดี เรื่องราวมันก็เลยได้เกิดขึ้น ถามว่ามันยากง่ายแค่ไหนกับบทนี้ จริงๆขั้นเทพก็มีความเหมือนตัวบอมบ์อยู่บ้างนะ อย่างลูกเล่นในการพูดคุยกับคนที่เรารู้จักแบบแหย่ๆ หยอกเย้าสนุกสนาน แต่ละครเรื่องนี้ มันไม่ใช่ละครคอมมาดี้จ๋า แต่มันจะหนักไปในทางของบู๊พอสมควร
บทบาทของ "ริชชี่" และ "บอมบ์" ค่อนข้างจะห่างไกลกับตัวตนจริงๆ ต้องทำการบ้านอย่างไร
ริชชี่ : ต้องมีการเวิร์กช็อปกันแบบเยอะมากๆ เรียกว่าเรียนกันแบบทุกช็อตทุกซีนเลยก็ว่าได้ เริ่มจากการศึกษาบทของตัวละครก่อนว่า ภูมิหลังของตัวละครตัวนั้นเป็นอย่างไรบ้าง นิสัยใจคอเป็นอย่างไร มีการเรียนมวย เรียนเทควันโด ซึ่งมันจะช่วยเรื่องของกายภาพด้วย
บอมบ์ : เรื่องนี้คิวบู๊มันยาวมากๆ มีทั้งเตะ ต่อย ตีลังกา การใช้ เข่า ศอก หมัด วิธีการหลบหลีก สวนกลับ ต้องปฏิบัติอย่างไร ทำอย่างไร แน่นอนผมก็ต้องไปเทรนด์มาให้แน่นก่อน เพราะของพวกนี้ถ้าพลาดคือเจ็บสถานเดียว
บรรยากาศในกองถ่ายละครเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย
ริชชี่ : ริชชี่คิดว่า การร่วมง่านกับทาง อายุ (ยุวดี ไทยหิรัญ) และทีมงานของ ยูม่า เราทำงานกันเหมือนคราอบครัว อายุดูแลพวกเราในทีมละครเรื่องนี้ดีมาก และสอน แนะนำริชชี่ตลอด เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนเข้ามาถ่ายต้องทำอย่างไร มีพี่บอมบ์ที่คอยมาชวนคุยตลอด ซึ่งส่วนตัวก็ดีใจนะ ที่ได้มาเล่นละครเรื่องแรกกับเขา และยังมีพี่อเล็กซ์ เรนเดล เข้ามาชวนคุย หนูเลยไม่เหงา และสนุกมีความสุขกับกองละครเรื่องนี้
บอมบ์ : ผมว่าริชชี่ ที่ผ่านมาเราทำงานร่วมกันตั้งแต่เริ่มวันแรกเลยนะ ผมถือว่า เขามีความพัฒนาขึ้นมากจากเดิมเยอะเลย คือผมชื่นชมในตัวเขานะ อย่างมีซีนหนึ่งที่เขาต้องแสดงอารมณ์ ที่ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เขาต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับหน้าที่ แล้วมันเป็นจุดที่เขาน่าจะกดดันจริงๆ เลยร้องไห้ออกมา คือซีนนั้นผมอยู่ด้วย แล้วผมทึ่งในตัวเขานะ
"ความกดดัน"
หลายคนจับตาเกี่ยวกับการโคจรมาพบกันของบอมบ์-ริชชี่ และเป็นห่วงเรื่องการแสดง
ริชชี่ : สำหรับหนูนี่ เป็นละครเรื่องแรก และหนูเองก็ทำเต็มที่แล้ว อะไรที่เขาติ เราก็พยายามทุกอย่างนำทุกสิ่งมาปรับ มาแก้ให้มันลงตัวมาที่สุด สำหรับหนูแล้ว นี่คือความกดดันมากๆ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ผลักดันหนูให้ข้ามผ่านความกดดันหลายๆ อย่าง และทำผลงานออกมาได้ขนาดนี้ ก็ต้องขอบคุณทุกๆ คนด้วย ที่ให้การติดตาม และให้ความสนใจในตัวหนูอยู่
บอมบ์ : ผมยังจำคำที่พี่อ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ วัชรบรรจง) พูดอยู่เสมอว่า ไม่ว่าเราจะถ่ายละครออกมาดีแค่ไหนก็ตาม เราเป็นนักแสดง เราไม่มีวันรู้หรอก ว่าคนดูจะชอบเราในรูปแบบไหน มันไม่มีคำว่าดีที่สุดสำหรับการแสดง มันมีแต่คำว่าเราทำดีมากที่สุดแค่ไหน คือเราถ่ายทำ เราก็อยากจะให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด คือเราก็กดดัน เรื่องคอมเม้นต์ มันมีทั้งดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่เราก็พยายามเอามันมาปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้น อยากจะบอกทุกคนนะ ให้โอกาสเราหน่อยและเปิดตา เปิดใจ และมอบโอกาสให้เราเป็นกำลังใจให้ผมกับ ริชชี่ด้วย
"บนถนนสายมายา"
กับการทำงานที่เปลี่ยนไป สำหรับริชชี่ต้องปรับตัวมากขึ้นหรือเปล่า
ริชชี่ : คือการทำงานในหลายๆเรื่อง มันเปลี่ยนออกไปจากเดิมมากๆ เพราะผลงานการแสดงเรื่องงแรกของหนู มันเป็นส่วนของภาพยนตร์ซึ่งการทำงานมันต่างกันมาก หนูต้องมาเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด มุมกล้อง การทำงาน ต่างๆ ก็ต้องให้เวลาปรับตัวกันหน่อย แต่หนูยืนยันว่าหนูโชคดีนะ ที่ได้ทีมโค้ชแอคติ้งของยูม่ามาเสริม และคอยสั่งสอนหนูตลอด
บอมบ์ ได้ละครเรื่องใหม่ คือพิรุณพร่ำรัก เป็นยังไง
บอมบ์ : พิรุณพร่ำรัก ตอนนี้ฟิตติ้งไปแล้ว ถือว่าเป็นบทบาทที่แตกต่างกันมากๆ สำหรับผลงานที่ผ่านมา คือบทในเรื่องนี้ ผมต้องเล่นเป็นความจำเสื่อม มันมีความหลากหลายและท้าทายนะ ต้องไปทำการบ้านว่า คนที่ความจำเสื่อมเขาเป็นแบบไหน การแสดงออกมา ต้องเป็นยังไง อันนี้มันท้าทายและน่าสนใจมากๆ กับละครเรื่องนี้ ก็ได้เจอกับ แต้ว (ณฐพร เตมีรักษ์) อีกครั้งกับบทบาทใหม่น่าสนใจนะ ในเรื่องเขาเป็นคุณหมอ และเรื่องราวมันเป็นอารมณ์ โรแมนติก จุดเริ่มเรื่องเกิดขึ้นท่ามกลางสายฝน แต่จะออกมาเป็นรูปแบบไหนต้องรอดูกันนะ
สำหรับริชชี่เว้นระยะผลงานไปพักหนึ่ง ช่วงนั้นไปทำอะไรมาบ้าง
ริชชี่ : คือช่วงที่จบจากภาพยนตร์เรือง คู่กรรม เป็นช่วงที่หนูต้องเข้ามหาวิทยาลัยด้วย แล้วพี่เอ (ศุภชัย ศรีวิจิตร)อยากให้หนูตั้งใจเรียนด้วย เพราะตารางเรียนหนูแน่นนมาก ตอนนี้หนูเรียนอยู่ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ขึ้นปี 2 แล้ว การมาอยู่ที่นี่ต้องปรับตัวหลายอย่าง เพราะหนูย้ายมาจาก จังหวัดเชียงใหม่ ต้องมาอยู่กับพี่เอ มาเรียนการแสดง เรียนการพูด การจัดการตารางงานแต่ละวัน เรื่องคิวนี่หนูต้องดูควบคู่ไปกับตารางเรียนด้วย เพราะหนูลงเรียนแบบแน่นมาก จันทร์ ถึง ศุกร์เลย ส่วนเรื่องการรับงานละคร พี่เอจะวางแผนเรื่องนี้ให้ ว่าควรทำกี่เรื่องดี เพราะหนูต้องพัฒนาในหลายๆเรื่องด้วย และขึ้นอยู่กับโอกาส
วางแผนชีวิตตัวเองยังไงบ้าง ต่อไปจากนี้
บอมบ์ : ตอนนี้สำหรับผมไม่ได้วางแผนชีวิตตัวเองไว้ เป็น 10 หรือ 20 ปี คือตอนนี้มองอนาคตตัวเองไว้แค่คราวๆ อาจจะจับทางด้านงานธุรกิจบ้าง แต่ตอนนี้กำลังเล็งและปรึกษากับหลายๆฝ่ายอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไร
ริชชี่ : สำหรับหนู ตอนนี้ก็เรียนก่อน ตอนนี้ก็อยู่บ้านพี่เอ ส่วนครอบครัวก็อยู่เชียงใหม่ กับพี่เอก็เปรียบเหมือนแม่คนที่สอง เพราะดูแลหนูทุกอย่างเลยตั้งแต่หัวจรดเท้าเรียกได้ว่าอบอุ่นนะ ตัวหนูตอนนี้กับละครเรื่องสวยร้ายสายลับ มันคืองานชิ้นแรกทางด้านละคร หนูไม่รู้หรอกว่าคนดูจะตัดสินอะไรอย่างไร แต่หนูได้ทำทุกอย่างออกมาได้อย่างเต็มที่ และเต็มความสามารถของหนูแล้ว สำหรับอนาคตหนูบอกไม่ได้เลย ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป ขึ้นอยู่กับโอกาสจริงๆ
"ข่าวคราว"
สำหรับข่าวคราวที่ผ่านมา ทั้งคู่เจออะไรมาเยอะพอสมควร มีช่วงเวลาที่ท้อบ้างหรือไม่
ริชชี่ : คือเรื่องราวที่ผ่านมาเราอาจจะโดนอะไรมาเยอะ คือหลังจากจากภาพยนตร์เรื่อง คู่กรรม ผู้ใหญ่หลายคนก็ได้สอนสั่งหนูเยอะพอสมควร อะไรที่เขาติเข้ามา เราก็เอาไปแก้ไข อะไรที่เขาพูดแรงเกินไปเราก็ไม่ต้อง เก็บมาคิดมากจนเราเสียใจ
บอมบ์: ของบอมบ์มันมีช่วงท้อเรื่อยๆนะ คือเราทำงานตรงนี้ ผมแค่ต้องการให้ผลงานของผมออกมาถูกใจคนดูมากๆ เท่านั้น ส่วนหนึ่งอาจจะชอบผม อันนี้เราก็ต้องขอบคุณเขา ที่ส่งกำลังใจให้ผมมาได้ตลอด และส่วนที่เขาบอกให้เราปรับ เราก็รู้สึกดี ที่ยังมีคนที่คอยบอกคอยเตือนเรานะ เวลาที่เราได้ยิน ว่ามีคนที่ไม่ชอบเรา แล้วเขาบอกให้เราปรับโน่นปรับนี่ เราเองก็จะกระตือรือร้น ว่าเราต้องทำยังไงดีนะ ให้เขาชื่นชอบเรา ผมมองว่ามันเป็นเรื่องดีนะ และผมจะไม่ยอมแพ้ และขอพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดีขึ้นไปกว่าเดิม
"เคาะประตูหัวใจ"
มาพูดเรื่องความรักกันบ้างดีกว่า ว่าตอนนี้ทั้งคู่เป็นอย่างไรบ้าง
บอมบ์ : สำหรับผม ตอนนี้ยังไม่ได้คิดนะเรื่องนี้ ยังอยากให้ความสำคัญกับเรื่องงานกันมากกว่า กับความรักตอนนี้ ผมมองว่าถ้าอะไรมันรีบร้อนไป ผมมองว่า มันจะกลายเป็นเรื่องที่รีบร้อนไป ค่อยๆ ใช้เวลา กับเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งเรื่อง โฟกัส จิระกุล ผมกับเขาตอนนี้ ก็เป็นพี่น้องกันเรื่องราวทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว เราก็ทำให้ทุกเรื่องมันจบลง ตอนนี้ทุกคนที่เข้ามา น่าจะให้สถานะไว้แค่พี่น้องกันเท่านั้น ที่เหลือก็ให้ระยะเวลาเป็นเครื่องตัดสินเอง
ริชชี่ : ความรักของหนูตอนนี้ ยังไม่เคยมีนะในเชิงชู้สาว แต่ที่หนูสัมผัสได้คือตอนนี้ หนูมีความรักของครอบครัวก็มากพอแล้ว และตอนนี้มีพวกพี่ๆ แฟนคลับให้มาเราเป็นเหมือนครอบครัวแค่นี้ก็ดีที่สุดแล้ว สำหรับเรื่องมุมมองความรัก บางทีหนูไม่ค่อยเข้าใจมันเท่าไหร่เลย แต่เวลาเราดูหนังมันก็ดีนะ พระเอกนางเอกรักกัน แต่พอเราเอามาเทียบกับหนู หนูเองไม่อยากรักใครเท่าพ่อแม่หนู
หนุ่มในฝันในหัวใจของริชชี่ต้องเป็นแบบไหน
ริชชี่ : หนูเป็นคนชอบดูซีรีส์เกาหลีเอามากๆ ดูแล้วติด ดังนั้นหนุ่มๆในฝันของหนูถามว่าคล้ายกับพระเอกเกาหลีบ้างมั้ย ก็ยอมรับนะเพราะหนูชอบหลายคน หนูชอบดาราเกาหลีนะ เพราะรู้สึกเวลาเราดูซีรีส์เกาหลีพระเอกเขาจะรักแค่นางเอกแค่คนเดียว ถามว่าในชีวิตจริงหนูจะเจอคนแบบนี้ได้มั้ย หนูว่ามันเป็นไปได้ยากนะที่จะเจอ เอาเป็นว่าดูคนรักกันในซีรีส์เกาหลีเอาก็พอ
"นี่แหละคือตัวตนของเขาและเธอ
เขาคนนี้คือ ธนิน มนูญศิลป์
ชื่อเลน "บอมบ์"
เกิดวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2533
จบการศึกษา ระดับปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
เธอคนนี้คือ อรเณศ ดีคาบาเลส
ชื่อเล่น "ริชชี่"
เกิดวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2537
การศึกษา ชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
ผลงานของเขาและเธอตอนนี้ ละครเรื่อง "สวยร้ายสายลับ" ทางช่อง 3



