บันเทิง

คอร่ำลูกทุ่ง-อาลัยอาดี๋

คอร่ำลูกทุ่ง-อาลัยอาดี๋

07 ก.ค. 2552

ดี๋ ดอกมะดัน ในบรรดานักแสดงตลกที่บางคนอาจเคยมองเขาในภาพลบ เนื่องจากข่าวคราวที่เรารับมาเพียงด้านเดียว ดี๋ ดอกมะดันผู้ที่เพิ่งล่วงลับไปเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น

ภาพของการเป็นผู้ชายเจ้าชู้หรือคนที่เคยตบหน้านักข่าวใหญ่สายบันเทิงคนหนึ่ง เมื่อปี 2545 ที่ลงข่าวไม่เป็นความจริง นำเรื่องที่ล้อเล่นกันมาเขียนเต้าข่าว

  บางคนอาจมองว่าเป็นคนก้าวร้าวหรือนักเลงหัวไม้ แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง เขาเป็นผู้ที่รักความถูกต้อง สิ่งใดที่ดาราถูกนักข่าวป้ายสีฝ่ายเดียว เขาจะลุกขึ้นต่อสู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ในขณะที่บางคนเลือกที่จะหลบและยอมให้ถูกกระทำย่ำยี

 และความที่เป็นคนรักเพื่อนพ้องนี่เอง เขาเคยค้ำประกันให้แก่นักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง ทำให้ต้องมีภาระหนี้สินนับล้านบาท ทำให้บ้านต้องถูกอายัดโดยตลอด 3 ปีที่ป่วย เพื่อนคนนั้นก็ไม่เคยโทรมาเลย จนกระทั่งเสียชีวิตลงบุคคลดังกล่าวได้ติดต่อกับครอบครัว ซึ่งน่ายินดีอาจจะมีการรับผิดชอบในเรื่องที่เกิดขึ้น

 ผู้เขียนเอง เคยได้คลุกคลีใกล้ชิดกับอาดี๋ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในช่วงที่อาดี๋ เดินสายแสดงตลกกับนักร้องลูกทุ่งในคอนเสิร์ตเครื่องดื่มชูกำลัง  เราได้นั่งรถตู้คันเดียวกัน พูดคุยซักถามเรื่องที่เคยสงสัย ซึ่งบอกตามตรงว่า ก่อนได้คุยกันนั้น ก็ไม่ได้รู้สึกคิดทางบวกกับอาดี๋สักเท่าไหร่ เพราะภาพที่เราเห็นตามสื่อต่างๆ มักจะมีมุมเดียว

 ได้พูดคุยและเห็นพฤติกรรมอีกด้าน จึงทราบว่า อาดี๋เป็นคนที่ให้โอกาสคนเสมอเมื่อตนเองมีโอกาส น้องๆ นักแสดงในวงที่เคยหากินตามคาเฟ่กันมา ก็รวมตัวกันเป็นคณะเดินสายไปด้วยแบบคนครอบครัวเดียวกัน

 เด็กวัยรุ่นที่หลงผิด อาดี๋ก็พามาช่วยกันในวงตลก ให้โอกาสเขาเดินขายแผ่นซีดีหน้าเวทีให้มีรายได้ด้วยตนเอง เพราะเชื่อมั่นว่า ถ้าให้โอกาสคนผิด อาจทำให้เขากลับตัวกลับใจทำสิ่งที่ถูกต้องในภายหลังดีกว่าซ้ำเติมกัน หรือใครที่มีลูกหลานที่เคยร่วมงานกันมาก่อนในอดีต อาดี๋ก็จะเรียกมาทำงานกันและสนับสนุนตามกลังความสามารถที่จะทำได้ และเป็นคนมีน้ำใจ ถ้าใครได้สนิทชิดเชื้อ หากมีความลำบากเกิดขึ้น อาดี๋เอ่ยปากว่า ยินดีจะช่วยเหลือ

 หากย้อนไปถึงการเข้าวงการของอาดี๋ ก็จะทราบว่าเริ่มจากการเป็นนักแสดงตลกในคณะของสาลิกา กิ่งทอง บุตรสาวชองศิลปินแห่งชาติ จูเลี่ยม กิ่งทอง ในชื่อแสดงตลกตอนนั้นว่า  ป้อง ปัตตานี นับเป็นจุดเริ่มเข้าสู่วงการในเวลาต่อมา

 เมื่อวงดนตรีเดินสายไปภาคใต้ อาดี๋ไม่ลังเลใจที่จะแวะไปบ้านส้อง อ.เวียงสระ สุราษฎร์ธานี ดูแลครูจูเลี่ยมช่วงที่ครูยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นอ่อนโยนระหว่างครูกับศิษย์ที่ไม่เคยลืมกันและกัน

 ในวงการบันเทิงภาพเช่นนี้ไม่ใคร่จะได้พบเห็นกันบ่อยนักว่า ดารานักร้องที่ประสบความสำเร็จจะมองเห็นหัวครูบาอาจารย์หรือคนที่ให้โอกาสกับเขา ทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นไม่ได้ต้องการให้นำเงินมาจุนเจือหรือทวงหนี้บุญคุณ บางคนต้องการเพียงลูกศิษย์ลูกหา แวะมาทักทายกินข้าวกัน ย้อนอดีตที่เคยลำบากตรากตรำกันมา ก็มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับท่านแล้ว

 ภาพของอาดี๋ที่คุยเล่นตลกๆ เพื่อให้คนป่วยรู้สึกสดชื่น  พร้อมทั้งคลุกคลีกินข้าวกับครูจูเลี่ยม ยังประทับใจผู้เขียนเสมอมา และเมื่อกลับมาถึงโรงแรมก็ยิ่งพบภาพที่ประทับใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่ออาดี๋ซึ่งเดินสายแสดงตลกอยู่ได้แวะไปที่บ้านเกิดของตนเอง รับตัวแม่ที่แก่ชราให้ออกมาเที่ยวด้วยกัน เวลาจะนอนก็แวะไปคุยกับแม่ กอดแม่ อ้อนแม่เหมือนอย่างลูกชายตัวน้อยๆ ตัดกับภาพของหนุ่มหนวดเข้มที่ดูหน้าดุดันและใจนักเลงที่เราเคยเห็น และเมื่อตระกูล “ศรีสวัสดิ์” ทางภาคใต้ จะมีการจัดงาน ”สายสัมพันธ์ ตระกูล ศรีสวัสดิ์” เมื่ออาดี๋มีโอกาสก็จะชวนนักร้องที่เดินสายด้วยกันไปร่วมงานกันด้วย

 สิ่งที่เห็นมา อาดี๋ไม่ได้ทำเพื่อสร้างภาพหรือป่าวประกาศให้ใครรู้ ทำเพราะใจรักและมีความสุขที่ได้ทำ ไม่จำเป็นต้องพามาออกทีวี กอดกันร้องไห้หน้าจอเป็นวักเป็นเวร
 วันนี้อาดี๋ ได้หลับอย่างถาวรและได้ไปพบกับ สาลิกา กิ่งทอง และครูจูเลี่ยม กิ่งทอง สองศิลปินที่เคยให้โอกาสในชีวิตกับเขาแล้ว
 (บรรยายภาพ- ครูจูเลี่ยม กับดี๋)